ธุรกิจคลังสินค้า ดาวรุ่งแห่งยุคไวรัส คู่แข่งน้อย ความต้องการสูง ทำรายได้เกือบ 9 หมื่นล้านบาทในปีเดียว

 

 

     จะถามว่าธุรกิจอะไรที่ทำเงินได้ดีในยุคนี้ ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว เพราะมีไม่มากนัก และหนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) ของไทยเฉพาะปี 2563 ปีเดียวทำรายเกือบ 9 หมื่นล้านบาท

    ตัวเลขรายได้ที่เติบโตของธุรกิจนี้ก็สอดคล้องการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้ง อี-คอมเมิร์ซ เดลิเวอรี และธุรกิจขนส่ง/ขนถ่ายสินค้า

     นับเป็นธุรกิจที่น่าจับตาและน่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากคู่แข่งยังไม่มาก แต่ความต้องการในธุรกิจสูง

     สินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (2561 - 2563) ธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) ของไทย มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็สามารถประคับประคองธุรกิจให้มีผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2563 รายได้รวมทั้งธุรกิจเกือบ 9 หมื่นล้านบาท โดยมีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ อีกทั้งสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในทิศทางเดียวกันทั้ง ธุรกิจขนส่งขนถ่ายสินค้า เดลิเวอรี และธุรกิจด้านอาหาร/เครื่องดื่ม ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

     ความต้องการด้านคลังสินค้ายังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่รองรับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ตามนโยบายส่งเสริมพื้นที่อุตสาหกรรมของรัฐบาล ทั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจคลังสินค้า สะท้อนได้จากมูลค่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2560 - 2563 ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 มีการลดลงเล็กน้อยจากกลุ่มการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

     อย่างไรก็ตาม การค้าปลีกและการค้าส่งยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะรูปแบบ B2C (Business to Customer) ที่ผู้ประกอบการทุกขนาดขยายช่องทางผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการคลังสินค้าของผู้ประกอบการในการสนับสนุนการค้าออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น จำนวนธุรกิจที่ยังมีจำนวนไม่มาก อีกทั้ง ความต้องการในธุรกิจของลูกค้ามีสูง ส่งผลให้ธุรกิจคลังสินค้าของไทยพร้อมเปิดทางให้นักธุรกิจหน้าใหม่มีพื้นที่เข้าทำตลาดอีกมาก

     ทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564) มีผู้ประกอบการในธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและดำเนินกิจการอยู่ จำนวน 1,240 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.15 ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ และมีมูลค่าทุน 20,417.62 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.11 ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัด มีจานวน 1,024 ราย คิดเป็นร้อยละ 82.58 มูลค่าทุน 20,025.54 ล้านบาท