ปลดล็อกธุรกิจตันด้วย Growth Mindset กรอบความคิดพลิกธุรกิจให้โตได้ไม่จำกัด

 

 

     คุณว่าทัศนคติกับความฉลาดอันไหนสำคัญกว่ากัน

     เรื่องนี้น่าจะเป็นที่ข้องใจใครต่อใครไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือ Carol Dweck นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่เธอได้ทุ่มเทชีวิตการงานเพื่อศึกษาเรื่องทัศนคติและศักยภาพจนได้คำตอบว่า “ทัศนคติบ่งบอกถึงความสำเร็จได้มากกว่าระดับไอคิว”

     เหตุผลที่สนับสนุนคำตอบของเธอคือ ทัศนคติของคนเราแบ่งเป็นสองประเภท หนึ่งคือ Fixed Mindset: กรอบความคิดแบบจำกัด สองคือ Growth Mindset: กรอบความคิดแบบเติบโต

ความคิดสองแบบต่างกันอย่างไร

     หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ คนที่มีกรอบความคิดแบบ Fixed Mindset จะเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความคิดตนเอง หรือยึดติดอยู่ในกรอบเดิมๆ นี่คือหนึ่งในปัญหา ทำให้องค์กรเติบโตได้ช้าและไม่ต่อเนื่อง เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าคิดสิ่งใหม่ ไม่กล้าออกจาก comfort zone กลัวที่จะล้มเหลว

     ส่วนคนที่มีกรอบความคิดแบบ Growth Mindset มีแนวคิดที่ยืดหยุ่นมักเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ และวิธีคิดแบบนี้เองที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งกว่าคนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว แม้ว่าจะมีไอคิวที่ไม่สูงก็ตาม เพราะคนประเภทนี้จะชอบสิ่งที่ท้าทาย และมองว่าสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาคือโอกาสในการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ

    ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองนึกถึง ไมเคิล จอร์แดน กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักบาสผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก นั้นต้องผ่านความล้มเหลวมาไม่ใช่น้อย

     เขาชู้ตบาสพลาดมากกว่า 9,000 ครั้งในการเล่นอาชีพ

     แพ้การแข่งขันเกือบ 300 เกม

     แต่ด้วย Growth Mindset ทำให้ไมเคิลไม่ยอมแพ้ พัฒนาตนเองจนกลายเป็นตำนานนักบาสของโลกในที่สุด

     หรือคำพูดหนึ่งของ Jeff Bezos เจ้าของ AMAZON เคยกล่าวไว้ว่า “ผมไม่เสียใจแม้สิ่งที่ผมทำจะล้มเหลวก็ตาม แต่ผมจะเสียใจถ้าไม่ได้ลงมือทำ” แสดงให้เห็นถึง Growth Mindset ของเขากลายเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ