ธุรกิจยุคดิจิทัลต้องเตรียมรับมือ 5 เทรนด์วายร้ายไซเบอร์ปี ‘65

 

 

     ตอนนี้แทบจะไม่มีธุรกิจไหนที่ไม่ข้องเกี่ยวกับโลกออนไลน์แล้ว ต่างคนต่างก็เร่งเครื่องเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล ทั้งหันไปเปิดช่องทางค้าขายออนไลน์ หรือแม้แต่นำเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ เอไอเข้ามาใช้ในองค์กร และนั่นล่ะที่ทำให้อาชญากรไซเบอร์อาศัยช่องโหว่ส่งมัลแวร์ตามเครือข่ายมาเรียกค่าไถ่ สร้างความวุ่นวาย หรือทำให้ระบบล่ม! ถ้าโดนเข้าล่ะก็แย่แน่ๆ เพราะฉะนั้นถ้ารู้ทันก่อนว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง จะได้เตรียมรับมือได้ทัน

     พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: PANW) องค์กรด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ได้เปิดเผยแนวโน้มด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จะส่งผลต่อโลกดิจิทัลในปีหน้า จะได้จัดเตรียมโซลูชันที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะมาถึงบริษัทของคุณก็ได้

1.ความรุ่งเรืองของบิตคอยน์ก่อกำเนิดวายร้ายมากขึ้น

     ตลอดปี 2564 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบเจอกับการโจมตีจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแต่ละองค์กรต้องจ่ายอยู่ที่ประมาณ 570,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 18.8 ล้านบาท เห็นตัวเลขแล้วไหวกันหรือเปล่า!

     ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็มักจะให้องค์กรเป้าหมายจ่ายเงินเป็นสกุลเงินดิจิทัล ทำให้พอจ่ายไปแล้วก็สามารถติดตามตัวผู้ร้ายได้ และยิ่งมูลค่าของ Cryptocurrency สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ ก็ยิ่งดึงดูดเหล่าอาชญากรมากขึ้นด้วย

     องค์กรต่างๆ จึงต้องยกระดับการป้องกันด้วยเอไอ และมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเสริมทัพ และอย่าลืมพัฒนาบุคลากรด้านไอที และแนะนำพนักงานคนอื่นๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

2.เส้นคั่นระหว่างโลกจริงกับโลกดิจิทัลเริ่มไม่ชัดเจน

     นั่นหมายความว่ายิ่งเราใช้ดิจิทัลมากเท่าไร คนร้ายก็ยิ่งมีช่องทางให้โกงมากเท่านั้น การก้าวเข้าสู่ยุคของเว็บ 3.0 หมายถึงมีการโต้ตอบกันระหว่างอุปกรณ์อัจฉริยะหลากหลายรูปแบบที่สามารถสอดส่องและสั่งงานได้ อาทิ การระบุพิกัด การตรวจพิสูจน์บุคคล การสั่งงานด้วยเสียง สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหล หรือถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวได้ง่าย

     เทคโนโลยีแบบนี้ใช้เครือข่ายที่เชื่อมโยงกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น องค์กรจึงต้องวางกลยุทธ์ให้ดีและแน่นหนาทั้งเครือข่าย AI จะเป็นเครื่องมือช่วยจัดทำโพรไฟล์ ตรวจสอบ และนำเทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามไปใช้ได้อย่างถั่วถึงในโครงสร้างระบบทั้งหมดได้

3.เศรษฐกิจยุคพึ่งพา API จะนำไปสู่การฉ้อโกงและการแสวงหาประโยชน์ทางดิจิทัลในรูปแบบใหม่

     การทำธุรกรรมการเงิน หรือจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางดิจิทัลทำให้คนสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง การพึ่งพาบริการดิจิทัลมากขึ้น ทำให้อาชญากรไซเบอร์มีโอกาสขโมยตัวตน ฉ้อโกง และแอบเก็บข้อมูลของผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะภายใต้การเติบโตของธนาคารระบบเปิดและฟินเทคในภูมิภาค ซึ่งการเขียนโปรแกรมอย่างไม่รอบคอบในระดับ API อาจส่งผลสืบเนื่องร้ายแรงเพราะเป็นส่วนที่เชื่อมโยงแอปและซอฟต์แวร์ดิจิทัลจำนวนมากเข้าด้วยกัน แม้กระทั่งบริการรูปแบบใหม่ เช่น การซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ก็ยังอยู่ในข่ายดังกล่าวด้วย

     ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเลือกใช้บริการชำระเงินกับผู้ให้บริการที่มั่นใจได้ ฟากสถาบันการเงินก็สามารถสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและเสริมมาตรการป้องกันการฉ้อโกง  โดยให้ความรู้แก่ลูกค้า และใส่ใจเป็นพิเศษต่อผู้ใช้งานบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สูงวัยที่อาจเปราะบางต่อการฉ้อโกงมากกว่ากลุ่มอื่นเพราะไม่คุ้นชินกับโลกดิจิทัลมากนัก

4.ผู้โจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างระบบดิจิทัลที่มีความสำคัญของประเทศ

    โครงสร้างระบบที่สำคัญเต็มไปด้วยข้อมูลลับ ถือเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรไซเบอร์ เช่น การโจมตีที่ทำให้ตลาดหุ้นของนิวซีแลนด์ปิดตัวลง หรือการโจมตีบริษัทพลังงานของรัฐบาลไต้หว้นจนกระทบต่อการให้บริการ ซึ่งการโจมจีเหล่านี้เผยให้เห็นจุดอ่อนบนโครงสร้างระบบและมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่พัฒนาได้ช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล

     และใช่ว่าประเด็นนี้จะไม่เกี่ยวกับคนทำธุรกิจตัวเล็กๆ เพราะการเชื่อมโยงระหว่างกันภายในซัพพลายเชนและแอปพลิเคชันธุรกิจก็ทำให้ผู้โจมตีทางไซเบอร์สามารถแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างระบบสำคัญได้จากรอบนอก ดังนั้นแม้องค์กรจะมีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ แต่ก็อาจประสบกับภัยคุกคามผ่านคู่ค้าและพันธมิตรที่อยู่ภายนอกองค์กรได้ตลอดเวลา

5.การทำงานแบบไร้พรมแดนจำเป็นต้องใช้โซลูชั่นที่ไร้พรมแดน

     แม้สถานการณ์โควิดจะดีขึ้น แต่หลายคนก็ยังทำงานที่บ้าน บางองค์กรถึงขั้นคิดว่าจะทำงานกันแบบยืดหยุ่นมากขึ้นไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวันก็ได้ เรื่องนี้กลายเป็นช่องว่างให้อาชญากรไซเบอร์เข้ามาแทรกซึมได้ โดยเป้าหมายจากการโจมตีสำนักงานใหญ่หรือสาขาของบริษัทไปที่การโจมตีบ้านของพนักงาน ยิ่งมีพนักงานที่ต้องทำงานที่บ้านมากขึ้น จำนวนอุปกรณ์ขององค์กรก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เช่น อุปกรณ์การประชุมผ่านวิดีโอ โทรศัพท์ระบบไอพี เครื่องพิมพ์ ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนเป็นจุดเปราะบางหากไม่ได้มีการกำหนดค่าและป้องกันอย่างเหมาะสม

     องค์กรจึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตของระบบเครือข่ายองค์กรและมีการใช้นโยบายรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์สำหรับพนักงานที่ทำงานจากที่บ้าน ขณะเดียวกันแนวคิด "ไม่วางใจทุกคน" (Zero Trust) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนทัศน์ด้านความปลอดภัยยุคใหม่ โดยองค์กรต้อง "ไม่วางใจและตรวจสอบทุกสิ่ง" และให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการสื่อสารแบบดิจิทัลในทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม เพื่อให้สามารถวางใจได้และถือเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานยุคดิจิทัลปัจจุบัน

     แบบนี้แล้วนอกจากจะธุรกิจจะลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น อย่าลืมลงทุนด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ด้วย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: TECH

พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี

จากธุรกิจปาเต๊ะรุ่นพ่อ สู่แบรนด์ ‘ซาโลมา ปาเต๊ะ’ ที่เพิ่มมูลค่างานคราฟท์ด้วยนวัตกรรม ผลิตแบบชิ้นเดียวในโลก ดันราคาสูง 100 เท่า

จากลูกสาวคนทำผ้าปาเต๊ะ สู่เจ้าของแบรนด์ซาโลมา ปาเต๊ะ ที่ผสานคราฟต์ 100% กับนวัตกรรมเส้นใยคอลลาเจนจากเกล็ดปลานวลจันทร์ พัฒนาให้กลายเป็นผ้าปาเต๊ะแบบชิ้นเดียวในโลก จากผ้าหลักร้อย สู่ราคาหลักหมื่น