Text : Vim Viva 

     ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกของ Tech Startup โดยส่วนใหญ่มักถูกนำโดยผู้ประกอบการชาย ส่วนผู้ประกอบการหญิงแม้จะไม่โดดเด่นเท่าแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี วันนี้มีเรื่องราวของ Mr Yum ซึ่งเป็น Startup สัญชาติออสเตรเลียที่ริเริ่มโดย คิม เตียว ผู้ประกอบการสาวเชื้อสายเอเชีย

 

 

     เมื่อเทียบออสเตรเลีย ในแง่ของจำนวน Startup อาจจะไม่เฟื่องฟูเหมือนกับสหรัฐฯ จีน และอินเดีย แต่ออสเตรเลียก็มี Tech Startup ระดับโลกอยู่เหมือนกัน เช่น AfterPay ผู้บุกเบิกโมเดลซื้อก่อนผ่อนทีหลังซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คิม หญิงสาวผู้ปักหลักในนครเมลเบิร์นและเคยผ่านงานในบริษัทที่ปรึกษา บริษัทเพื่อลงทุน และคลุกคลีในวงการ Startup พอสมควรอยากเจริญรอยตาม

     จุดเริ่มต้นไอเดียในการทำ Mr Yum เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสิ่งต่างๆ ของคน โดยส่วนตัว เวลาไปร้านคาเฟ่ หรือร้านอาหาร แล้วดูเมนูแต่วาดภาพไม่ออกว่าจานที่สนใจหน้าตาแบบไหน คิมมักจะมองหาภาพจากกูเกิล หรืออินสตาแกรม หรือไม่ก็มองดูว่าโต๊ะอื่นสั่งอะไร น่ารับประทานแค่ไหน

     “ด้วยเหตุนี้ เราจึงคิดเรื่องการออกแบบเมนูอาหารว่าจะทำให้น่าสนใจ ใช้งานง่ายได้อย่างไร” คิมบอกเล่า ซึ่งคำตอบของเธอคือ การเปลี่ยนเมนูที่มีแต่ตัวอักษรให้เป็นภาพจะต้องมี QR Code เข้ามาเกี่ยวข้อง และแทนที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ Startup อาจทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับกระแส 

     QR (Quick Reader) Code เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แต่การใช้งานไม่หวือหวานัก กระทั่งช่วงหลังมีการพัฒนากล้องในสมาร์ทโฟนทั้งแอนดรอยด์ และไอโอเอสให้สามารถสแกน QR Code ได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ทำให้การใช้เทคโนโลยีนี้กลับมาได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้น     

 

 

     ปลายปี 2561 คิมและหุ้นส่วนอีก 3 คน ได้แก่ เอเดรียน อังเดร และ เคอร์รี่ ก็ตั้ง Mr Yum ขึ้นมา เป็น Startup ที่ให้บริการจัดทำเมนูดิจิทัลให้กับผับ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหาร โดย Mr Yum จะช่วยออกแบบเมนูที่มี QR Code กำกับบนอาหารแต่ละอย่าง เมื่อลูกค้าไปใช้บริการในร้าน และสแกนเข้าไป จะปรากฏภาพและข้อมูลจำเพาะของอาหารนั้นๆ ลูกค้าสามารถเปิดกล้องในมือถือเพื่อสแกนสั่งอาหารได้โดยไม่ต้องรอพนักงานมารับออร์เดอร์ 

     หลังได้ฤกษ์เปิดบริการโดยเน้นพื้นที่เมืองใหญ่อย่าง เมลเบิร์น และซิดนีย์ แม้ในช่วงแรกจะมีบ้างที่ลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารจะลังเลและมองว่า QR Code ในเมนูอาหารเป็นสิ่งไม่จำเป็น หรือบางรายก็คิดว่าการที่ลูกค้าสแกนสั่งอาหารเองทั้งที่มาใช้บริการที่ร้าน อาจทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับพนักงานลดลงก็เป็นได้