จะมีสักกี่คนที่กล้าทำทุกอย่างแบบที่ตัวเองอยากทำ หยิบเอาทุกแพสชันมาสร้างเป็นธุรกิจได้และหนึ่งในนั้นคือ ไม-ภูวนาท ทานะ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังจากเพจ Palapilii Thailand ที่มีผู้ติดตามเกือบครึ่งล้านคน แต่เบื้องหลังของเขาไม่ใช่การดำเนินบทบาทของนักรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เขายังเป็นทั้งวิศวกรที่มีงานประจำ เป็นเจ้าของ Online Travel Agency แถมล่าสุดยังเปิดร้านอาหารจากความชอบอีกด้วย!

 

 

     “ผมเป็นวิศวกร แล้วก็เป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว ได้รายได้จากตรงนี้ด้วย ทีนี้พอเราทำบล็อกเกอร์ เราก็เริ่มมีคอนเนกชันจากการทำกิจกรรม ที่พัก เลยมาเปิดเป็นบริษัท Travel Agency เพิ่งทำช่วงโควิดเลย ผลลัพธ์ก็โอเค ไม่แย่ แล้วด้วยความที่เราเป็นคนเดินทางเยอะ เวลาไปเที่ยวมักจะเจออาหารหลายแบบ จนมาเจอตัวนี้ที่เรียกว่าช่วนช่วน แล้วชอบมาก อยากเปิดร้านแบบนี้ กินไปด้วย คุยไปด้วย เลยหาที่เปิดจนได้ที่ปัจจุบัน จังหวัดอยุธยา ก็ลองเปิดดู”

    แม้ว่าครั้งแรกที่เขาเจอกับชาบูเสียบไม้ลักษณะนี้ที่ประเทศจีน เขายังไม่กล้าที่จะลองกิน แต่เขาก็ได้วนกลับมาเจอช่วนช่วนอีกครั้ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเขาตัดสินใจลองกินเป็นครั้งแรกและก็ติดใจจนลืมไม่ลง ทำให้เขาหยิบเอาไอเดียชาบูไม้ละ 5 บาท มาลองทำที่จังหวัดอยุธยา

     “ผมเจอครั้งแรกจากประเทศจีน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคืออะไรและยังไม่กล้าจะลองกิน แต่เราไปชอบน้ำหม่าล่าของไต้หวัน ชอบซุปน้ำดำจากญี่ปุ่น จนมาถึงตอนที่เราไปเชียงใหม่แล้วมีร้านคนจีนมาเปิดเยอะ เราเลยลองไปกินอาหารเขาดู เขาก็เสิร์ฟมาแบบช่วนช่วน มันไม่ใช่ชาบูที่น้ำเดือดๆ แต่มันสุกมาแล้ว ไม้ละ 5 บาท ตอนแรกเราก็งงว่ามันจะโอเคเหรอ แต่พอได้กินแล้วมันเพลิน กินได้เรื่อยๆ คุยไปกินไป จนมารู้ว่าตอนกลางคืนเขามีขายเบียร์วุ้นด้วย แล้วคนเยอะมาก เหมือนคนติดใจร้านนี้เพราะมีทั้งเบียร์วุ้น มีทั้งของร้อน เขาจะเน้นกิมมิก ไม้ละ 5 บาท เลยได้ไอเดียนี้มาปรับแล้วลองทำเองว่าจะออกมาประมาณไหน”

 

 

     เมื่อตัดสินใจว่าจะทำ เขาก็ลงมือทำทันที โดยใช้เวลาเสกไอเดีย 2 อาทิตย์ให้กลายเป็นร้าน “ชาบูไม้สาขาโรจนะ จ.อยุธยา” จุดเด่นของร้านคือทุกอย่างเป็นโฮมเมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปหรือน้ำจิ้ม มีกิมมิกอยู่ที่ไม้ละ 5 บาท นอกจากนี้ยังไม่ได้มีแค่น้ำซุปหม่าล่าแบบช่วนช่วนอย่างเดียวแต่มีการปรับให้เข้ากับคนไทยมากขึ้นด้วยการเพิ่มทางเลือกอย่างน้ำซุปใสและน้ำดำ

     “ร้านชาบูไม้ของเรา ที่น่าสนใจคือน้ำซุป เราจะมีความยูนีค ไม่ได้ใช้สำเร็จรูป อย่างซุปใสเราจะใส่ความเป็นไทยเข้าไป มีการใช้ผลลำใยมาปรุงเพิ่มความหวานแทนน้ำตาล ได้ไอเดียจากตอนที่ไปเที่ยวไต้หวัน ส่วนน้ำดำเราจะใช้ปลาโอแห้งมาเคี่ยวจนมันหอมปนไปกับหอมหัวใหญ่ ทีเด็ดคือน้ำซุปหม่าล่าที่เป็นสูตรเราเฉพาะ ไม่ได้ซื้อสำเร็จรูปมา เราสั่งวัตถุดิบจากจีนโดยตรงมาปรุงใหม่เอง ทำเอง ส่วนเนื้อของเราจะไม่ได้หวือหวา เพราะเราเน้นกิมมิกไม้ละ 5 บาท ให้ลูกค้าเขาถึงได้ทุกกลุ่ม เช่น น้องฝึกงาน วิศวกรหรือพ่อค้าแถวนั้น”