“กินแล้วคิดถึงบ้าน” “ไม่ได้กลับบ้านมา 2 ปี กินร้านนี้เหมือนได้กลับบ้านเลย” เสียงคำชมของลูกค้าที่มีต่ออาหารใต้โฮมเมดจากร้านสุขใจที่ทำให้หัวใจของคนทำนั้นพองฟูได้เป็นอย่างดี โดย ตั้ม - สุวิศิษฎ์ รักประยูรได้เล่าว่าเขาตั้งใจทำร้านนี้ขึ้นมาเพราะอยากพรีเซนต์สงขลาบ้านเกิดผ่านอาหารการกินที่เป็นเรื่องถนัดของเขามากที่สุด

     โดยอาชีพหลักของเขาคือ Content Producer ด้วยหน้าที่การงานของเขา ทำให้เขาได้พบเจอกับเชฟมากหน้าหลายตา ที่โดดเด่นเรื่องของอาหารไทย เขาจึงปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมานั่นคือจุดตั้งต้นแรกว่าอยากเปิดร้านขายวัตถุดิบท้องถิ่น จนได้ชื่อ “สุขใจ วัตถุดิบทำอาหารจากชุมชน”

      “ช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา เรารู้สึกสนุกกับการกินอาหารมากขึ้น สนุกกับการเดินทางไปเจอเชฟ งานที่เราทำมันมีโอกาสได้เจอเชฟบ่อยๆ พอได้เจอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขารู้ บางอย่างเราก็รู้เหมือนกันด้วยความเป็นคนต่างจังหวัด เพราะเชฟที่เราเจอเขาทำร้านอาหารไทย จนตัดสินใจว่างั้นลองทำร้านขายวัตถุดิบดีไหม เลยกลายเป็นชื่อร้านนี้แต่แรก”

 

 

     เมื่อไอเดียมาพร้อมกับโลเคชั่นที่เหมาะสม ทำให้ตั้มตัดสินใจควักเงินส่วนตัวลงทุนรีโนเวทร้าน แต่ด้วยสถานการณ์โควิดที่มาหนักเป็นระลอก การเดินทางไปสรรหาวัตถุดิบท้องถิ่นมาขายกลายเป็นต้องหยุดชะงัก เขาจึงตัดสินใจพลิกโมเดลจากการเปิดร้านขายวัตถุดิบกลายเป็นการงัดเอาความชอบในอาหารมาทำร้านอาหารใต้โฮมเมดโดยได้แรงจากคุณแม่ สมศรี รักประยูร และ กุ้ง - ฐิติพร สายบุญจันทร์มาช่วยอีกทางหนึ่ง กลายเป็นร้านสุขใจในเวอร์ชันปัจจุบัน

     “เราสนใจเรื่องวัตถุดิบเพราะอยากสนับสนุนวัตถุดิบไทย เพื่อให้เห็นว่ามีสิ่งที่หลากหลายให้คนได้เล่นได้ ใช้ได้ เราว่าของไทยมันเจ๋งมาก แค่ยังไม่ได้ถูกพรีเซนต์ออกมา เราตัดสินใจเช่าร้านนี้ รีโนเวทให้สะอาดขึ้น ใช้เวลาเกือบปีเพราะว่าโควิด ทำให้เราไม่สามารถไปเจอคนได้ เลยเปิดร้านไม่ได้สักที เวลาผ่านไปเงินเก็บก็ค่อยๆ หมด ร้านก็ยังไม่ได้เปิด ในร้านไม่มีอะไรขาย ค่าเช่าที่ก็ต้องจ่าย จนเครียด เพราะถ้าจะเปิดร้านของชำ ของเต็มร้าน ต้องสต๊อกของหลายแสนบาท เราเลยตัดสินใจงั้นขายอาหารดีกว่า เป็นอาหารที่เราคุ้นเคยและยังคงคอนเซปต์เดิมคือความเป็นพื้นบ้าน เลยนั่งคุยกับแม่และแฟน งั้นเราทำข้าวยำขายกันดีกว่า”