รู้หรือไม่ว่า 78% ของลูกค้าดูรีวิวจากครีเอเตอร์ก่อนซื้อ นั่นแปลว่าครีเอเตอร์ย่อมมีพลังมากกว่าโฆษณาแบบเก่าแน่นอน
ดังนั้นการตลาดผ่านครีเอเตอร์ หรือ Creator Commerce จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจทุกขนาดในไทย ด้วยมูลค่าตลาด 45,000 ล้านบาท และจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน ที่พร้อมขับเคลื่อนยอดขายออนไลน์ มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 มูลค่าตลาด Creator Economy ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท
วราพล โล่วรรธนะมาศ CEO และ Co-Founder จาก Kollective เผยข้อมูลสำคัญในงาน Creator Commerce Mastery ครั้งที่ 2 ว่า "เทรนด์ Creator Commerce ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของอีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล โดยผู้บริโภค 78% มักดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ แสดงให้เห็นว่าครีเอเตอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม"
Creator Commerce คืออะไร?
Creator Commerce คือการที่ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในกระบวนการขายสินค้า โดยใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, การรีวิวสินค้า, และการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) เพื่อกระตุ้นยอดขายให้กับธุรกิจ เป็นการผสานระหว่าง Social Media, E-commerce และ Influencer Marketing ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
5 พลังที่เปลี่ยนวงการค้าออนไลน์ที่นักการตลาดต้องรู้
ปรากฏการณ์ "Creator Commerce" เกิดจากการหลอมรวมของ 5 ปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อขายออนไลน์
1. Social Media กลายเป็นตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ - Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่โชว์สินค้าอีกต่อไป แต่เป็นแหล่งซื้อขายที่ครบวงจรด้วยฟีเจอร์ Shoppable Post, Live Shopping และ AI แนะนำสินค้า
2. ครีเอเตอร์คือพลังขับเคลื่อนยอดขาย - 50% ของผู้บริโภคเคยซื้อสินค้าผ่านลิงก์ Affiliate ที่แชร์บนโซเชียลมีเดีย และ 70% ติดตามครีเอเตอร์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้า
3. E-commerce เชื่อมโยงกับ Social Media - Shopee, Lazada และ TikTok Shop กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับครีเอเตอร์ด้วย Affiliate Program และระบบการตลาดที่เฉพาะเจาะจง
4. Affiliate Marketing ทำให้ทุกคนเป็นนักขาย - 30-50% ของยอดขายออนไลน์มาจาก Affiliate Marketing โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 130-200%
5. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง – ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับรีวิวและคำแนะนำจากครีเอเตอร์มากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม
6 กลยุทธ์ช่วยแบรนด์รอดในยุค Creator Commerce
สินค้า - ต้องเด่น สร้างคอนเทนต์ง่าย ดึงดูดให้ซื้อทันที และตอบโจทย์ตามฤดูกาล
ราคา - ครีเอเตอร์ไม่ได้สนใจแค่ค่าจ้าง แต่ดูถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชั่นด้วย ซึ่งแบรนด์ต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ
ช่องทาง - ช่องทางการขายต้องดูดี เป็นระเบียบ และน่าเชื่อถือ โดยขนาดธุรกิจที่ใหญ่พอควรพัฒนา Owned Channel เพื่อลดค่า GP จากแพลตฟอร์มตัวกลาง
โปรโมชั่น - สร้าง Trigger Point ให้ลูกค้า "ต้องซื้อตอนนี้" และออกแบบโปรโมชั่นที่สอดคล้องกับแคมเปญหลักของแพลตฟอร์มต่างๆ
พาร์ทเนอร์ - เลือกครีเอเตอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
ผลลัพธ์ - วัดผลทั้งยอดวิว ยอดคลิก และยอดขาย เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ตรงจุด
อนาคต Creator Commerce
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือมากกว่าการโฆษณา Creator Commerce ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการตลาดอย่างแท้จริง โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 มูลค่าตลาด Creator Economy ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท ครีเอเตอร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย ขณะที่เทคโนโลยี AI จะถูกนำมาใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญและช่วยจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด
"ใครที่ปรับตัวได้เร็วจะเป็นผู้ชนะในสงครามการค้าออนไลน์ยุคใหม่" วราพลทิ้งท้าย
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี