รู้จัก 4 เนื้อวัวพรีเมียมสายพันธุ์ไทย อร่อยไม่แพ้ A5 เพิ่มมูลค่าธุรกิจอาหารสายเนื้อ

Text : Nimsri


     ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในอาหารที่ผู้บริโภคปัจจุบันนิยมบริโภคกันมาก ก็คือ “เนื้อวัว” หรือ “เนื้อโค” ตั้งแต่การนำมาทำเป็นเสต็ก, เบเกอร์ จนถึงอาหารพื้นถิ่นแต่ละพื้นที่มีการนำเนื้อวัวมาประกอบอาหารกันมากขึ้น โดยเฉพาะยุคปัจจุบันนี้ที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์, ปิ้งย่าง, ชาบู,ต่างๆ เกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด เนื้อวัว จึงดูได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

     ซึ่งแต่เดิมในอดีตเรามักมีการนำเข้าเนื้อวัวพรีเมียมจากต่างประเทศกว่าปีละหลายพันล้านบาท แต่ปัจจุบันไทยเราสามารถพัฒนาวัวสายพันธุ์ไทยได้เอง ที่คุณภาพไม่แพ้จากเนื้อวัวนำเข้า แถมมีราคาที่ย่อมเยากว่า ไม่ต้องเสียค่าขนส่งในการนำเข้า วันนี้เลยอยากชวนมารู้จักกับ 4 เนื้อวัวไทยเกรดพรีเมียมกัน เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้ประกอบการ้านอาหาร

ความนิยมบริโภคเนื้อวัวในไทย

     มีรายงานว่าตั้งแต่ปี 2562 – 2566 พบว่า การนำเข้าเนื้อโคของโลกจากในแต่ละประเทศรวมกัน มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 3.24% ต่อปี โดยในปี 2566 มีการนำเข้าเนื้อโคกว่า 10.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประเทศที่มีการนำเข้าสูงสุดเป็นเบอร์ 1 ได้แก่ จีน 3.60 ล้านตัน (+2.80%) รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา 1.64 ล้านตัน (+6.70%) และญี่ปุ่น 0.75 ล้านตัน (–3.47%) ส่วนไทยมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์รวมกว่า 49,253 ตัน คิดเป็นมูลค่า 7,754.94 ล้านบาท

     ซึ่งแต่เดิมคนไทยนิยมบริโภคเนื้อโคเกรดพรีเมียม โดยเฉพาะเนื้อออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเนื้อวากิวของญี่ปุ่น เนื่องจากในอดีตไม่มีการผลิตเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมที่เนื้อมีไขมันแทรกสูงและความนุ่มอร่อยชั้นสูงตามที่ตลาดต้องการ จึงต้องทดแทนด้วยการนำเข้ามา จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ ที่เป็นเนื้อวัวเกรดพรีเมียม และทนต่อสภาพอากาศร้อนในบ้านเราได้ มีสายพันธ์อะไรบ้าง ไปดูกัน

4 สายพันธุ์วัวไทยเกรดพรีเมียม ทางเลือกคุ้มค่าธุรกิจร้านอาหาร

     1. โคขุนโพนยางคำ

     ถ้าให้พูดถึงสุดยอดพันธุ์วัวในไทย อันดับแรกที่หลายคนนึกถึง คงหนีไม่พ้น “โคขุนโพนยางคำ” เนื้อโคระดับพรีเมียม ต้นกำเนิดจากหมู่บ้านโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ซิมเมนทอล จากสวิตเซอร์แลนด์, ชาโรเลส์ และลิมูซีน จากฝรั่งเศส ผ่านการเลี้ยงอย่างพิถีพิถัน อารมณ์ดีไม่เครียด เช่น เปิดเพลงให้ฟัง เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ อาหารสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของธัญพืช โดยเชื่อว่าจะทำให้ได้เนื้อวัวที่มีกลิ่นหอมและรสหวาน เนื้อนุ่ม โดยเนื้อโคขุนโพนยางคำจะมีไขมันแทรกอยู่ตามเนื้อเพียงเล็กน้อย พอให้ชุ่มลิ้น ไม่มากจนเกินไป

     ราคาเริ่มต้นของเนื้อโคขุนโพนยางคำ เนื้อสะโพก 490 บาท/กิโลกรัม ไปจนถึงเนื้อสันใน 1,400 บาท/กิโลกรัม

     ติดต่อ : สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จ.สกลนคร โทร. 042 704 677

     2. โคราชวากิว

     เป็นอีกหนึ่งเนื้อวัวคุณภาพที่ปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ของไทย โดยเนื้อโคราชวากิวเคยเสิร์ฟอยู่บนโต๊ะอาหารค่ำรับผู้นำเอเปค 2022 ในส่วนของอาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizers) นำเสนอของดี 4 ภาค สำหรับภาคอีสาน ได้แก่  โคราชวากิว ย่างถ่านสมุนไพรจิ้มแจ่ว

     โคราชวากิว เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยการนำเข้าพ่อพันธุ์วากิวแท้จากออสเตรเลีย มาผสมกับสายพันธุ์ บราห์มัน ที่เพาะเลี้ยงอยู่ในไทย มีการพัฒนาสายพันธุ์จนถึงลูกรุ่นที่ 5 จนมีความใกล้เคียงกับพันธุ์พื้นเมืองแท้ของญี่ปุ่นมากถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ โดยสามารถทำให้มีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ได้สูงถึงระดับ 8-12

     ราคาเริ่มต้นของเนื้อโคราชวากิว เนื้อแดง 350 บาท/กิโลกรัม ไปจนถึงเนื้อสันใน 3,500 บาท/กิโลกรัม

     ติดต่อ : ร้านวากิว โคราช โทร. 084 246 9523

     3. โคเนื้อกำแพงแสน

     “โคพันธุ์กำแพงแสน” หรือ “KU Beef” คือ โคเนื้อเลือดผสมที่ได้รับการปรับปรุงและสร้างขึ้นมาใหม่ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยเกิดขึ้นจากการผสมจาก 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์พื้นเมืองไทย, พันธุ์บราห์มัน และพันธุ์ชาโรเลส์ จึงทำให้สามารถทนทานต่ออากาศร้อนได้ดี และได้สายพันธุ์ที่มีกล้ามเนื้อดี โครงร่างใหญ่ โดยโคเนื้อกำแพงแสนจะมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อไม่มากเกินไป แต่คงรสสัมผัสนุ่มลิ้นไว้ได้

     ราคาเริ่มต้นของเนื้อโคกำแพงแสน เนื้อแดง เกรด 2 ดาว ราคา 300 บาท/กิโลกรัม ไปจนถึงเนื้อโทมาฮอก เกรด 5 ดาว ราคา 1,500 บาท/กิโลกรัม

     ติดต่อ : Kubeef Foodvilla โทร. 0924422801

     4. โคดำลำตะคอง 

     โคพันธุ์ไทยคุณภาพที่เกิดจากการร่วมกันพัฒนาของบริษัท เอ็น.วี.เค.ฟาร์ม โปรดักส์ จำกัด (N.V.K.Beef) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เพื่อพัฒนาเนื้อโคพรีเมียมไทย โดยโคดำลำตะคองเกิดจากการนำจุดเด่นของวัว 3 สายพันธุ์มาผสมร่วมกัน ได้แก่ พันธุ์พื้นเมือง มีจุดเด่นรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอม, พันธุ์วากิว มีจุดเด่นไขมันแทรกอยู่ในเนื้อ ทำให้นุ่มละมุนลิ้น และพันุ์แองกัส ที่มีการเจริญเติบโตไว มีอัตราการแลกเนื้อสูงและทนต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้ดี

     ราคาเริ่มต้นของเนื้อโคดำลำตะคอง เนื้อแดง (Standard BMS 2-4) 400 บาท/กิโลกรัม ไปจนถึงเนื้อริบอาย (Super Premium BMS 8-9) ราคา 4,500 บาท/กิโลกรัม

     ติดต่อ : NVK Premium Beef โทร. 081 487 1081

     ที่มา :

     - https://www.amarintv.com/spotlight/economy/61834

     - https://www.moac.go.th/news-preview-461191791759 

     - https://www.agrinewsthai.com/did-you-know/37975

     - https://www.gourmetandcuisine.com/

     - https://breeding.dld.go.th/webnew/index.php/th/service-menu/breeding-menu/2024-04-25-07-31-46/1098-tak-beef-cattle

     - https://www.nia.or.th/Thailand-Beef-Fest-2024

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจเงินล้าน ถอดบทเรียนจาก Go Went Go และ อาสาพาไปหลง

พาคุณเจาะลึกเส้นทางธุรกิจของ Go Went Go และ อาสาพาไปหลง พร้อมถอดบทเรียนที่นำไปใช้ได้จริง และชี้ทางให้คุณเปลี่ยนคอนเทนต์ท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน โดยออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มคนทำธุรกิจบนเฟซบุ๊ก 

Creator Commerce ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจ 78% ลูกค้าเชื่อรีวิวมากกว่าโฆษณาแบบเดิมๆ

รู้หรือไม่ว่า 78% ของลูกค้าดูรีวิวจากครีเอเตอร์ก่อนซื้อ นั่นแปลว่าครีเอเตอร์นั้นมีพลังมากกว่าโฆษณาแบบเก่า ดังนั้นการตลาดผ่านครีเอเตอร์ หรือ Creator Commerce จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจทุกขนาดในไทย

ชวนรู้จัก LINE Certified Coach ผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล ตัวช่วย SME ใช้การตลาดดิจิทัลลุยธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

รู้ไหม นอกจากเครื่องมือต่างๆ LINE ยังได้สร้างกลุ่มคนผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจแต่ละด้านมาเป็นโค้ชให้กับ SME เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย ต่อยอดธุรกิจให้เติบโต นำเทคนิคการใช้เครื่องมือใน LINE มาช่วยแก้ไขปัญหาธุรกิจ ในนามของ “LINE Certified Coach”