How to ลดต้นทุนยังไงให้คุณภาพไม่ลด ประสิทธิภาพในองค์กรเพิ่ม

 

 

     ถ้าให้ผลิตสินค้าสักชิ้นขึ้นมาขายเชื่อว่าเอสเอ็มอีบ้านเราสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ทักษะอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบ้านเราส่วนใหญ่ยังขาด คือ ประสิทธิภาพในการจัดการธุรกิจ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรนั้นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากหรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรสามารถทำได้ง่ายดายกว่านั้น

     ด้วยการใช้แนวคิด Lean​ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร ลองไปดูวิธีจากผู้เชี่ยวชาญ บรรยง ชาญพิพัฒนชัย ให้ความรู้ในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการธุรกิจไว้ดังนี้

2 ปัญหาหลักที่ทำให้ SME ขาดประสิทธิภาพในการจัดการธุรกิจ

  • ปัญหาด้านผลผลิต สินค้าหรือบริการที่ส่งมอบให้กับลูกค้าไม่มีประสิทธิภาพ
  • ปัญหาด้านทรัพยากร ได้แก่วัตถุดิบ เครื่องจักร แรงงาน ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ

 

การเพิ่มประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการปรับ 2 สิ่ง

ปรับ mindset

  • การผลิตสินค้าคุณภาพดีไม่ได้หมายถึงการเพิ่มต้นทุน การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือเพิ่มการตรวจสอบสินค้าหรือบริการมากเกินความจำเป็น
  • ยกตัวอย่าง ในอดีตการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารมีความผิดพลาดเรื่องการโอนเงิน จึงแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มพนักงานแคชเชียร์
  • สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พนักงานแต่ละคนทำงานไม่เต็ม 100 เพราะต่างคิดว่ามีคนช่วยตรวจสอบ เป็นการเพิ่มต้นทุนแต่ไม่ได้ประสิทธิภาพ
  • การใช้ความคิดสร้างสรรค์สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น

 

เปลี่ยนความเคยชิน

  • ความเคยชินจะทำให้ผู้ประกอบการมองไม่ออกว่าสิ่งที่ทำอยู่เพิ่มมูลค่าไหม
  • วิธีแก้ ลองเอาตัวเองเป็นลูกค้า เช่น ถ้าทางโรงงานเย็บผ้าขอขึ้นราคาค่าจ้างด้วยเหตุผลว่าเพิ่มการตรวจซ้ำสินค้าให้ 2 รอบ ถ้าคุณเป็นลูกค้าจะยอมจ่ายไหม ถ้าไม่แปลว่าสิ่งนั้นไม่เพิ่มมูลค่า

 

แนวทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร

     ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันการเพิ่มยอดขายอาจทำได้ยาก สิ่งที่ทำได้ง่ายคือการควบคุมปัจจัยภายในองค์กรใน 3 เรื่องหลักคือ

1. วัตถุดิบ

- ควบคุมสต็อกไม่ให้มากเกิน การที่สต็อกมากเกินมักเกิดจากการประเมินความต้องการตลาดผิด แนวทางที่ททางโตโยต้านำมาใช้แล้วได้ผลคือ ผลิตเท่าที่มีความต้องการ

- ทำสัญญาซื้อขายเป็นล็อตใหญ่ การซื้อวัตถุดิบอย่ามองแค่ต้นทุนในการซื้อ เพราะยังมีต้นทุนการจัดเก็บ ค่าแรง ค่าเสื่อมสภาพ ฯลฯ ทางออกคือ การเซ็นสัญญาซื้อขายระยะยาวกับซัพพลายเออร์โดยจะแบ่งจ่ายเงินเป็นครั้งๆ เมื่อต้องการใช้ของ

- ตรวจสอบวัตถุดิบก่อนรับของ เพื่อให้ได้ของที่ตรงตามสเปกลูกค้าต้อง ทั้งนี้พนักงานที่ตรวจสอบวัตถุดิบต้องตรวจสอบวัตถุดิบทุกชิ้นด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ของดีตรวจเป็นของเสียหรือของเสียตรวจเป็นของดี

-  ใช้วัตถุดิบต่อหน่วยเยอะมากไป เกิดจากปัญหาในกระบวนการผลิต แนวทางที่โตโยต้าทำคือ รู้ เห็น เป็น ใจ หาสาเหตุของปัญหาให้เจอ เมื่อรู้สาเหตุแก้ปัญหาได้ตรงจุด

2. เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์

- เสียบ่อย ประสิทธิภาพต่ำ เช่น เริ่มทำงานช้าสูง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขาดการวางแผนซ่อมบำรุง แนวทางแก้ไข ควรทำประวัติเครื่องจักรเหมือนรถยนต์ เช่น จดบันทึกวันที่ต้องเปลี่ยนสายพาน เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

- ของหาย หาไม่เจอ เกิดจากการจัดการไม่ดี สามารถแก้ไขโดยการทำ 5 ส

- ขาดการทำการสอบเทียบ (Calibration) เครื่องมือบางอย่าง เช่น เครื่องชั่ง ควรทำการตรวจสอบเทียบ เพื่อให้สามารถชั่งน้ำหนักสิ่งของได้มาตรฐาน

- ค่าซ่อมแพง ตกยุคไม่สามารถอัปเกรดได้ ฉะนั้นเวลาซื้อต้องคำนึงถึง การบำรุงรักษาต้องไม่แพง สามารถอัปเกรดได้

3. แรงงาน

- มีสัดส่วนพนักงานไม่สอดคล้องกับการทำงาน บางจุดมีคนเยอะบางจุดมีน้อยไป ทำให้เกิดการรองาน ทางแก้คือ ลดปัญหาคอขวด วิธีการหาคอขวดคือ ถ้าเป็นโรงงานสมมุตในหนึ่งวันต้องมีชิ้นงานออกมา 100 ชิ้น ถ้าการผลิตมี 3 ชั้นตอน ให้ดูว่าขั้นตอนไหนผลิตได้ไม่ถึง 100 ชิ้น นั่นคือคอขวด ส่วนวิธีเช็กคอขวดสำหรับงานบริการ ให้วางแผนตามช่วงเวลา เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ช่วงที่คนมาซื้อของเยอะก็ต้องปรับพนักงานแคชเชียร์ให้ตรงกับช่วงเวลานั้น

- แผนผังที่ทำงานไม่เหมาะสม ทำให้พนักงานต้องเดินไปหยิบของ มีการเคลื่อนไหวออกจากสายการผลิต การเคลื่อนที่โดยไม่จำเป็นถือเป็นความสูญเปล่าประการหนึ่ง วิธีแก้ไขคือ จัดแผนผังหรืออุปกรณ์ให้อยู่ใกล้พนักงานๆ มีการเคลื่อนไหวจากสายการผลิตน้อยสุด

- พนักงานใหม่ ฝึกอบรมให้ทำงานได้ถึงระดับมีคุณภาพก่อนถึงปล่อยทำงานจริง

          

     บางครั้งแค่การปรับ mindset เปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชินบางอย่างก็ช่วยให้การทำงานดีขึ้นได้

 

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ขายวันละล้าน แต่กำไรศูนย์ บทเรียนธุรกิจแสนแพง จาก PABLO Cheesetart ในไทย

ในโลกของธุรกิจอาหารและขนมหวาน ยอดขายวันละล้านบาทคือความฝันของผู้ประกอบการ แต่ใครจะเชื่อว่าเบื้องหลังตัวเลขมหาศาลนั้นอาจซ่อนความจริงที่ขมขื่น และนี่คือบทเรียนราคาแพงจาก PABLO Cheesetart ที่ เบียร์ ใบหยกไม่มีวันลืม

ทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจเงินล้าน ถอดบทเรียนจาก Go Went Go และ อาสาพาไปหลง

พาคุณเจาะลึกเส้นทางธุรกิจของ Go Went Go และ อาสาพาไปหลง พร้อมถอดบทเรียนที่นำไปใช้ได้จริง และชี้ทางให้คุณเปลี่ยนคอนเทนต์ท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน โดยออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มคนทำธุรกิจบนเฟซบุ๊ก 

Creator Commerce ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจ 78% ลูกค้าเชื่อรีวิวมากกว่าโฆษณาแบบเดิมๆ

รู้หรือไม่ว่า 78% ของลูกค้าดูรีวิวจากครีเอเตอร์ก่อนซื้อ นั่นแปลว่าครีเอเตอร์นั้นมีพลังมากกว่าโฆษณาแบบเก่า ดังนั้นการตลาดผ่านครีเอเตอร์ หรือ Creator Commerce จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจทุกขนาดในไทย