ทำยังไง…เมื่อรู้สึกหมดใจในการทำงาน รวม 5 วิธีที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากอาการ Burnout Syndrome

 

 

     หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Burnout Syndrome หรืออาการหมดไฟในการทำงาน

     อาการ Burnout ส่งผลให้เกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากหยิบจับทำอะไร รู้สึกสูญเสียพลังทางจิตใจ มองงานที่ทำอยู่ในเชิงลบ ขาดความสุข ไม่สนุก ปลีกตัวออกห่างจากเพื่อนร่วมงาน บางคนมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น เวียนหัว ปวดไหล่ นิ้วชา เป็นต้น

    อาการเหล่านี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวคนๆ นั้นเอง เพื่อนร่วมงาน แล้วลุกลามไปถึงทีมและองค์กรอีกด้วย

วันนี้ขอนำเสนอ 5 วิธี ที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากอาการเหล่านี้ได้

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ - ฝึกฝนการปล่อยวางความกังวล มุ่งแก้ไขเฉพาะสิ่งที่แก้ได้ ส่วนอะไรที่แก้ไม่ได้ก็ทิ้งไป อย่าเก็บมาคิดวกวนจนปวดหัว เพราะยังไงๆ ก็แก้ไม่ได้อยู่ดี

2. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ - แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องเบสิกมากๆ แต่หลายคนมองข้ามไป ร่างกายกับจิตใจเชื่อมต่อกัน เมื่อร่างกายเป็นสุขจิตใจก็จะสุขไปด้วย โบราณถึงมีคำพูดว่า “สุขกายสบายใจ” ไงครับ

3. หากิจกรรมทำนอกเวลางาน เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย นัดเจอเพื่อน เที่ยวพักผ่อน ฯลฯ แม้จะเป็นความสุขเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่เอนดอร์ฟิน ฮอร์โมนแห่งความสุขที่หลั่งออกมา จะช่วยเยียวยาบาดแผลในจิตใจให้สมานได้เร็วขึ้น

4. ปรับทัศนคติในการทำงาน - โชคดีที่สุดของคนทำงานคือการได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ผมมีน้องที่รู้จักกันคนหนึ่ง เขาเป็นคนชอบเล่นเกมออนไลน์มาตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้ทำงานกับบริษัทพัฒนาเกมส์ออนไลน์ หน้าที่หลักของเขาคือทดลองเกมส์ใหม่ๆ ที่บริษัทคิดค้นออกมา ดังนั้นวันๆ ไม่ต้องทำอะไร นั่งเล่นเกมส์อย่างเดียวแถมยังไงเงินทุกๆ เดือนอีกด้วย เรียกได้ว่ามีความสุขแบบสุดๆ เวลาผ่านไปเกือบ 20 ปียังไม่ยอมย้ายไปทำงานที่อื่นเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีอย่างน้องคนนี้ ดังนั้นหากรู้สึกว่ากำลังต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบอยู่ คุณมี 2 ทางเลือกเท่านั้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้ หนึ่งเปลี่ยนไปหางานที่ชอบทำ สองปรับใจให้ชอบงานที่ทำอยู่ จงตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง อย่าปล่อยให้คาราคาซังอยู่ตรงกลาง คือ งานที่ทำก็ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ยอมขยับขยายไปหางานใหม่เสียที

5. เปิดใจให้กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน - อย่าลังเลที่จะปรึกษาคนรอบข้างเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจหรือทำให้รู้สึกหมดไฟ เพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การขอความช่วยเหลือไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอหรือคนขี้แพ้ แต่ในทางกลับกันเป็นการแสดงความกล้าหาญเสียด้วยซ้ำ

     ลองดูนะครับ เพื่อสุขภาพกายสุขสุขภาพใจที่ดีขึ้นของตัวเอง