เป็นต่อเพราะรู้ใจพนักงาน! เปิดลิสต์ 5 ข้อควรทำเพื่อเป็นผู้นำที่ใครๆ ก็รัก

TEXT : ยุวดี ศรีภุมมา





Main Idea
 
 
  • ในช่วงวิฤตเช่นนี้ นอกจากการรักษาธุรกิจให้รอดแล้ว การรักษาพนักงานให้อยู่กับคุณและฝ่าวิกฤตไปด้วยกันก็สำคัญเช่นเดียวกัน
 
  • และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้พนักงานที่มอบใจให้องค์กรแล้ว เมื่อนั้นพวกเขาจะทุ่มเทเพื่อคุณ พร้อมจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคไปกับคุณ และช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาพิสูจน์ได้ดีว่าคุณเป็นผู้นำที่พนักงานรักมากแค่ไหน! 




     เมื่อโลกของเรากำลังปั่นป่วน ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ อะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นแบบฉับพลัน หลายธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก และสตินั้นสำคัญมากในการต่อสู้เพื่อผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างสตรอง! นอกจากที่คุณต้องรักษาธุรกิจเอาไว้ให้ได้แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่ต้องรักษาให้ได้นั่นคือ “ใจของพนักงาน” เพราะพวกเขาคือพละกำลังสำคัญที่จะช่วยให้คุณฝ่าวิกฤตไปได้ ฉะนั้น ในฐานะของผู้นำองค์กร คุณต้องรู้ก่อนว่าพวกเขาต้องการอะไรจากผู้นำในยามวิกฤตเช่นนี้
 


 
  • ให้พวกเขามีความยืดหยุ่นมากขึ้น


     หนึ่งในเรื่องที่ผู้นำสามารถทำได้เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานนั่นคือความยืดหยุ่นในการทำงาน บางองค์กรอาจมีนโยบายให้พนักงาน Work From Home หรือมีการสลับวันกันเข้าทำงาน ปรับเปลี่ยนเวลาเข้างานเพื่อให้ไม่ต้องเจอผู้คนแออัดเวลาเดินทางมาทำงาน
 



 
  • ดูแลสุขภาพใจของพนักงานในยามยาก


     ความเครียดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเจ้าของธุรกิจเท่านั้น พนักงานหลายคนก็มีอาการเครียด มีความกังวลถึงสภาวะที่ไม่แน่นอน หลายคนไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับอนาคตหากต้องตกงาน สิ่งสำคัญในช่วงนี้คือการที่องค์กรมีการดูแลใจของพนักงาน เช่น มอบสิทธิ์ให้พนักงานเข้าพบนักจิตวิทยาฟรี จัดเวลาพบปะบนโลกออนไลน์สำหรับพนักงานที่ทำงานที่บ้านเพื่อให้พวกเขาได้เข้าสังคมผ่านการวิดีโอคอล เป็นต้น
 


 
  • ดูแลสุขภาพกาย


     นอกจากการดูแลสุขภาพใจของพนักงานแล้ว ในช่วงวิกฤต ผู้นำควรดูแลสุขภาพกายของพนักงานด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันโควิดให้พนักงาน ดูแลความสะอาดของบริษัทเพื่อสร้างความมั่นใจให้คนทำงาน มีเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยให้พนักงาน นอกจากนี้บางบริษัทอาจมีการเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับพนักงานที่ต้องเดินทางมาทำงานที่บริษัทอยู่ ก็จะช่วยให้พนักงานอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
 


 
  • ทำให้พวกเขาเชื่อมั่น


     ความไว้วางใจ ความเชื่อใจ ถ้าคุณทำให้พวกเขารู้สึกเช่นนี้ได้ คุณจะได้พนักงานที่พร้อมจะทุ่มเทเพื่อองค์กร แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องสร้างรากฐานความรู้สึกเหล่านี้ให้แข็งแกร่งเสียก่อน ที่สำคัญต้องสร้างอย่างจริงใจด้วย วิธีการสร้างความเชื่อมั่นยามวิกฤต เริ่มต้นจากความรู้สึกห่วงใยพวกเขา เข้าใจความรู้สึกของพนักงาน รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร นอกจากนี้คุณควรที่จะเปิดเผยข้อมูลต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ของบริษัท แผนการรับมือ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต อย่าปล่อยให้พนักงานคาดเดาทุกอย่างไปเอง เรื่องของการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงเวลานี้
 



 
  • ความกดดันไม่ใช่ทางออก


     แน่นอนว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระในช่วงวิกฤตนั้นเครียดมาก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเครียดแล้วนำความเครียดไปลงที่พนักงาน กดดันพวกเขา นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่นอน สิ่งที่คุณควรทำคือสร้างแรงใจในเชิงบวก ผลักดันพวกเขาให้ทำงานด้วยพลังงานด้านบวก ไม่ใช่ด้านลบ สร้างความสนุกและความท้าทายในการทำงาน ยิ่งคุณกดดันพวกเขาหรือบอกว่าที่ผ่านมายังไม่ดีพอ ยิ่งทำให้แรงใจในการทำงานลดลงประกอบกับความเครียดในช่วงวิกฤตที่พนักงานจนเผชิญ ทั้งความหวาดระแวงเรื่องของไวรัสขณะเดินทางมาทำงาน สภาพคล่องทางการเงินที่สั่นคลอนและความกดดันในองค์กร เมื่อทุกอย่างรวมกันยิ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขาลดลงอย่างแน่นอน
 


   เพราะพนักงานคือทรัพยากรที่สำคัญในการทำธุรกิจ หากคุณรู้ใจพนักงาน ดูแลเอาใจใส่พวกเขา คุณจะคว้าใจพวกเขาได้ไม่ยาก
 
 

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เช็คก่อนสาย! 9 สัญญาเตือนที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้นำสุดอันตราย

Toxic Leadership หรือผู้นำที่แสดงพฤติกรรมในเชิงลบ มักจะทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นพิษ จนทำให้พนักงานรู้สึกไม่มีความสุข สุขภาพจิตใจแย่ และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง  แล้วมีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกถึงผู้นำที่ Toxic บ้าง ไปดูกัน

รู้จัก 2 เทคนิค ตั้งเป้าหมายอย่างไร ไปให้ถึง

การตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องง่าย แต่การจะบรรลุเป้าหมายนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราเลยจะมาแนะนำ 2 เทคนิคดีๆ เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จได้ นั่นคือ SMART Goal และ WOOD

เช็กลิสต์ วัฒนธรรมองค์กรดี ที่พาธุรกิจโตไม่หยุด

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง แต่ยังสร้างอนาคตที่ดีขององค์กรด้วย เราลองมาเช็คลิสต์กันว่า ในวันนี้องค์กรได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีแล้วหรือยัง