หยุด! ปัญหาพนักงานหมดไฟ ด้วย 5 วิธีจัดการแบบผู้นำมืออาชีพ





     ภาวะหมดไฟ เป็นสิ่งที่พนักงานส่วนใหญ่ต้องเจอและรับมือกับมันอย่างหนักหน่วง หลายคนถึงขั้นลาออก ดีหน่อยก็แค่พักสักนิดแล้วก็หาย ความยากของการเป็นผู้นำคือการต้องรับมือกับพนักงานที่เริ่มมีภาวะหมดไฟ คุณอาจจะสังเกตเห็นได้จากพฤติกรรมของพวกเขาในออฟฟิศ ดูจากผลงานของพวกเขา จากคนที่เคยร่าเริง กลายเป็นไม่พูดจากับใคร เกิดอาการ Burnout Syndrome หนักสุดคือกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายๆ อาการหมดไฟแบบนี้อาจส่งผลให้พนักงานรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน ไม่อยากทำอะไร ไม่มีใจในการคิดอะไรใหม่ๆ เพราะฉะนั้นในฐานะที่คุณเป็นผู้นำของพวกเขาจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มคิดถึงการลาออก หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้า 

 
1. ทำความเข้าใจในอาการหมดไฟ 

     อย่าพึ่งอารมณ์เสียหรือโมโหพนักงานของคุณ เมื่อพวกเขาเข้าสู่อาการหมดไฟ แต่ให้ทำความเข้าใจในความรู้สึกของพวกเขา เพราะบางทีภาวะเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ หลายคนไม่ได้อยากรู้สึกแบบนี้ หลายคนเริ่มซึมเศร้า สิ่งสำคัญที่คุณสามารถทำได้คือการเข้าใจพวกเขาให้มากที่สุด และลองศึกษาว่าทำไมถึงมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา โดยปกติแล้วอาการ Burnout Syndrome อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น บางคนมีความทะเยอทะยาน ทำงานหนักมากเกินไป ในที่สุดก็เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียไปจนเกิดอาการหมดไฟได้ในที่สุด บางคนทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ไม่ชอบ จมอยู่กับสิ่งเดิมๆ ก็เกิดอาการหมดไฟได้เช่นเดียวกัน 
 

2. ลองเรียกพวกเขามาคุยด้วยความเข้าใจ 

     หลังจากที่คุณเริ่มเข้าใจพนักงานมากขึ้นแล้ว ก็ลองให้พวกเขาประเมินตัวเองดู อาจจะเริ่มจากการทำแบบทดสอบหรือสังเกตดูว่าใครที่กำลังมีปัญหาแล้วหาเวลาในการเรียกพวกเขามาคุย แต่ห้ามเริ่มต้นด้วยประโยคที่ดูเหมือนต่อว่าพวกเขา เช่น คุณเป็นอะไร ช่วงนี้ทำงานไม่ดีเลย หมดไฟหรือเปล่า? แต่ให้เริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ ที่พวกเขาทำมา ก่อนปิดท้ายประโยคว่าคุณเข้าใจพวกเขาและยินดีที่พวกเขาอยากจะหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง พร้อมกับบอกว่าพวกเขามีประโยชน์ต่อคุณมากแค่ไหน คุณดีใจที่มีพวกเขาอยู่ในองค์กรมากแค่ไหน อาจจะทำให้พวกเขาหันกลับมามองเห็นคุณค่าของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น 




3. จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาพนักงาน 

     อีกหนึ่งสิ่งที่คุณสามารถทำได้คือการจัดหาผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตใจหรือจิตแพทย์เข้ามาให้คำปรึกษาในออฟฟิศเป็นสวัสดิการที่คุณสามารถมอบให้พนักงานได้ ต้องยอมรับก่อนว่าในยุคนี้ ผู้คนมักจะมีปัญหาเรื่องของความเครียด เรื่องของจิตใจที่อ่อนไหว หลายคนป่วยทางจิตโดยไม่รู้ตัวหรือแม้แต่การเป็นโรคซึมเศร้า สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง ดังนั้นภาวะหมดไฟก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้การมีจิตแพทย์เข้ามาพูดคุยอย่างต่อเนื่องยังช่วยทำให้พนักงานของคุณได้ผ่อนคลายจากความเครียดและยังรู้สึกว่าองค์กรมีความเข้าใจพวกเขา 
 

4. อย่าปล่อยให้ใครทำอะไรเดิมๆ ไปนานๆ 

     ความท้าทายเป็นสิ่งที่จะช่วยให้พนักงานของคุณได้พัฒนาตัวเอง บางทีคนที่อยู่ในสภาวะหมดไฟเพราะเขาต้องทำแต่อะไรเดิมๆ เป็นเวลานานจนเกิดความเบื่อหน่าย หรือบางคนงานหนักเกินไปแต่กลับเป็นงานที่ไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย เพราะฉะนั้น คุณต้องลองดูเนื้องานของพนักงานแต่ละคนว่าจะสามารถทำให้พวกเขาพัฒนาตนเองได้อย่างไรบ้าง ลองหาหลักสูตรที่ดีต่อการพัฒนาให้พวกเขาเข้าร่วมอบรม หาโปรเจกต์ใหม่ๆ มีตำแหน่งงานที่สามารถขยับขึ้นได้ รวมถึงดูค่าตอบแทนให้เหมาะสมด้วย 
 

5. ลองหา Outing พาพนักงานไปพักร้อน 

     การพาพนักงานไป Outing นับว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่คุณสามารถมอบให้พวกเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นการพาพวกเขาไปพักร้อนประจำปี จัดปาร์ตี้ให้พวกเขาประจำเดือนเพื่อให้พนักงานของคุณได้มีโอกาสพักผ่อนร่วมกัน ใช่เวลาในการอยู่ด้วยกันมากขึ้น นอกจากนี้คุณอาจจะมองหาเกมที่ให้พวกเขาได้ฝึกสมองและได้ความสามัคคีไปพร้อมๆ กัน ช่วงเวลา Outing แหละที่คุณจะสามารถแสดงให้เห็นว่าคุณแคร์พวกเขามากแค่ไหนและคุณไม่ได้มองเห็นว่าพนักงานของคุณเป็นแค่เครื่องจักรทำเงินให้องค์กรเท่านั้น เมื่อคุณแคร์พนักงานมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งสบายใจเมื่อทำงานกับคุณมากเท่านั้น 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MANAGEMENT

เช็คก่อนสาย! 9 สัญญาเตือนที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้นำสุดอันตราย

Toxic Leadership หรือผู้นำที่แสดงพฤติกรรมในเชิงลบ มักจะทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นพิษ จนทำให้พนักงานรู้สึกไม่มีความสุข สุขภาพจิตใจแย่ และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง  แล้วมีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกถึงผู้นำที่ Toxic บ้าง ไปดูกัน

รู้จัก 2 เทคนิค ตั้งเป้าหมายอย่างไร ไปให้ถึง

การตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องง่าย แต่การจะบรรลุเป้าหมายนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราเลยจะมาแนะนำ 2 เทคนิคดีๆ เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จได้ นั่นคือ SMART Goal และ WOOD

เช็กลิสต์ วัฒนธรรมองค์กรดี ที่พาธุรกิจโตไม่หยุด

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง แต่ยังสร้างอนาคตที่ดีขององค์กรด้วย เราลองมาเช็คลิสต์กันว่า ในวันนี้องค์กรได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีแล้วหรือยัง