
เชื่อหรือไม่ว่า ในต่างประเทศมีหลายๆ บริษัทที่หัวหน้าองค์กรชื่นชอบบุคคลที่มีแนวคิด หรือสามารถทำงานได้คล้ายคลึงกับตัวเอง และมักจะจ้างคนๆ นั้น หรือเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้างาน เพราะคิดว่าคนที่มีความคิดคล้ายกับตัวเอง น่าจะช่วยพัฒนาองค์กรได้ดีเหมือนที่ตัวเองทำ หารู้ไม่ว่านั่นคือการสร้างกองทัพ “โคลนนิ่ง” ซึ่งไม่ใช่กลยุทธ์การพัฒนาการทำงานภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพเลย
หากถามว่าทำไม ก็ต้องบอกว่า คนที่มีแนวคิดและความสามารถคล้ายๆ กัน พอรวมกันตัวกันเยอะๆ ย่อมทำให้ขาดช่องว่างทางความรู้ และอาจส่งผลให้คิดต่างกับใครเขาไม่เป็น ซึ่งจริงๆ แล้วการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน
ผู้นำองค์กรควรมองหาบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะตัว มีความสามารถที่แตกต่างกันไปในแต่ละด้าน เพื่อให้องค์กรมีบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย มีแนวคิดดีๆ ที่คอยช่วยเหลืองานด้านในต่างๆ ขององค์กรได้
แต่การที่เราจะจ้างพนักงานที่มีแนวคิดแตกต่างจากผู้นำองค์กรได้ คนที่เป็นหัวหน้าต้องมีทักษะพิเศษหนึ่งประการ นั่นก็คือ ทักษะความเป็นผู้นำซึ่งต้องพร้อมที่จะเข้าใจในความแตกต่างทางความคิดของผู้อื่น พร้อมที่จะซัพพอร์ท ให้กำลังใจ และกระตุ้นลูกทีมซึ่งมีบุคลิกและความคิดแตกต่างกันได้อย่างลงตัว
บางคนอาจคิดว่า ฉันสามารถทำงานคนเดียวได้ บริษัทฉันมีขนาดเล็กทำงานกัน 3 คนก็เพียงพอแล้ว ซึ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก การควบคุมค่าใช้จ่ายถือเป็นสิ่งจำเป็น
ดังนั้น การเพิ่มจำนวนลูกจ้างที่มีความหลายหลายเพื่อมาซัพพอร์ทการทำงาน อาจเป็นตัวเลือกท้ายๆ แต่ถ้าคุณทำธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป การจ้างพนักงานที่มีความรู้ความสามารถหลายๆ รูปแบบมาร่วมงาน คือคำตอบที่สำคัญอย่างแน่นอน
เอาเป็นว่าลองมาอ่านบทความที่จะช่วยไขข้อข้องใจให้กับหลายๆ คน ว่าการทำงานเป็นทีมโดยมีผู้ร่วมงานที่มีทักษะอันหลากหลายนั้น สำคัญกับคนที่เป็นหัวหน้ามากขนาดไหนกันดีกว่า
คุณต้องการทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
ถ้าคุณบอกว่าคุณสามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว นั่นอาจหมายความว่าเป้าหมายของคุณไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่ซักเท่าไหร่
ดังนั้น การมองหาลูกทีมที่มีความสามารถ จะช่วยให้การขยายเป้าหมายทางธุรกิจเป็นไปด้วยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณต้องพยายามทำให้พนักงานรู้ว่าคุณต้องการความสามารถของพวกเขา พร้อมๆ กับทำให้เขารู้ว่าคุณสำคัญกับเขาแค่ไหน
พนักงานคนอื่นๆ คิด มีความเชื่อ มีกระบวนการทำงาน และแรงจูงใจต่างจากคุณ
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะบางคนอาจมองการทำงานเป็นภาพใหญ่ ขณะที่บางคนมองเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย บางคนชอบคิดวิเคราะห์ ขณะที่บางคนมีความคิดสร้างสรรค์ไม่ยึดกับเหตุผล บางคนต้องการเห็นข้อมูล ขณะที่บางคนชอบฟังมากกว่า หรือบางคนที่ละเอียดหน่อยก็อาจต้องการทั้งสองอย่าง บางคนต้องการได้รับเกียรติและการยกย่อง ขณะที่บางคนไม่ต้องการอะไรนอกจากคำว่า “ขอบคุณ” ส่วนหัวหน้ามีหน้าที่คิดและนำความเห็นทั้งหลายไปวิเคราะห์เพื่อดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จที่ดีต่อองค์กร
สิ่งที่คุณทำ อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป
คุณฉลาด มีความสามารถ และทำงานได้สำเร็จทุกครั้ง แต่เชื่อหรือไม่ ว่าสิ่งที่คุณทำอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ คนก็ได้ (แม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ตาม) เพราะวิธีของคุณบางครั้งอาจไม่เหมาะกับรูปแบบงานหรือการดำเนินงานบางประเภทก็ได้ (เช่น คุณยอมจ่ายเงินคอร์รัปชั่นเพื่อให้ดำเนินงานบางอย่างได้ง่ายขึ้น แต่ลูกทีมคุณอาจมีหนทางที่ดีโดยไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ)
คุณต้องการคนที่แตกต่างจากคุณเพื่อสร้างทีมที่ดี
เชื่อเถอะว่าทำงานเป็นทีมดีกว่า เพราะคุณต้องการคนที่มีความละเอียดรอบคอบมาทำงานด้านการเงิน คุณต้องการคนที่ชอบความท้าทาย มีความสามารถด้านการสื่อสารและโน้มน้าวใจมาเป็นเซลส์ คุณต้องการคนที่สื่อสารและเรียบเรียงข้อมูลทางความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเลขา ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจที่ยั่งยืน จำเป็นต้องนำความสามารถอันหลากหลายของลูกทีมมาผสานเข้าด้วยกัน
กุญแจสู่ความสำเร็จอีกประการคือ แรงจูงใจ บางครั้งผู้นำองค์กรไม่เข้าใจสิ่งที่สำคัญในการทำงานภายในทีม นั่นคือการสร้างแรงจูงใจ เพราะคนทุกคนไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าเพียงแค่ได้รับคำชม หรือรอยยิ้ม ซึ่งคุณต้องพยายามมองหารางวัลที่เหมาะสมต่อการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานด้วย ...สิ่งนั้นมีความสำคัญต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี