​แจ๊ค หม่า เจ้าพ่ออาลีบาบากับคาถาความสำเร็จ

 




เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์ 

    หลัง “อาลีบาบา กรุ๊ป” บริษัทอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อเดือนก.ย. 2557 ที่ผ่านมาและทุบสถิติมูลค่าการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลที่ตามมาคือ “แจ๊ค หม่า” ประธานบริษัทและผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กรุ๊ปกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในจีนด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 29,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มั่งคั่งเป็นอันดับ 2 ของเอเชียรองจากมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง ลี กาชิง และขึ้นแท่นเศรษฐีลำดับ 18 ของโลกที่จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส ขณะที่บริษัทอาลีบาบา กรุ๊ปของเขามีมูลค่า 230,000 ล้านเหรียญ สูงกว่าสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊กเสียอีก! 

ปูมหลังไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

    นาทีที่อาลีบาบา กรุ๊ปเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก ใครต่อใครต่างให้ความสนใจชายร่างเล็กจากแดนมังกรที่รุกเข้าไปเขย่าวงการอี-คอมเมิร์ซสหรัฐฯ แต่กับความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนรู้ว่ากว่าแจ๊ค หม่า หรือชื่อจีน “หม่า หยุน” นักธุรกิจวัย 50 ปีจากเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียงจะก้าวมาอยู่ ณ จุดนี้ได้ เขาต้องผ่านความล้มเหลวมาแล้วกี่ครั้ง ในยุคที่จีนปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์จ๋าและแยกตัวจากโลกตะวันตก หม่าถือกำเนิดในครอบครัวยากจนที่มีลูก 3 คน โดยหม่าเป็นคนกลาง มีพี่ชาย 1 คนและน้องสาว 1 คน

     เริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ หม่าไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง แถมยังมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนร่วมชั้นทั้งที่ตัวเล็กกว่าใครเขา ดีหน่อยตรงที่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ สืบเนื่องจากนโยบายเปิดประเทศและอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันของสหรัฐฯได้เดินทางมาเยือนหังโจว ส่งผลให้บ้านเกิดของหม่าซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ในวัย 12 ขวบ เด็กชายหม่ายอมตื่นเช้าตรู่ ใช้เวลา 45 นาทีในการปั่นจักรยานจากบ้านไปยังโรงแรมในเมืองหังโจวเพื่อฝึกพูดภาษาอังกฤษ และบ่อยครั้งทำตัวเป็นมัคคุเทศน์น้อยนำชาวต่างชาติเที่ยวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับการได้มีโอกาสพูดภาษาที่ 2 ชื่อสากล “แจ๊ค” ก็ได้มาจากนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่กลายมาเป็นเพื่อนกับเขาภายหลังตั้งให้

    ครั้นจบมัธยมปลาย หม่าตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เขาต้องพลาดหวังถึง 2 ครั้ง 2 ครา ก่อนลงเอยที่การเข้าเรียนวิทยาลัยครูหังโจวในสาขาภาษาอังกฤษ พอจบการศึกษามาก็ตั้งเป้าได้งานดี ๆ ทำ แต่หว่านใบสมัครไปหลายสิบแห่ง ก็ไม่ได้รับการตอบรับ รวมถึงร้านไก่ทอด KFC ที่เพิ่งเข้ามาเปิดในจีนก็ไม่แยแสบัณฑิตจบใหม่อย่างเขา ท้ายที่สุดหม่าก็ได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ด้วยเงินเดือนเพียง  12 เหรียญ พร้อมกับการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับ “ฉาง อิง” คู่รักจากรั้วสถาบันเดียวกันที่ตัดสินใจร่วมหอลงโรงกับเขาด้วยเหตุผล “หม่าไม่ใช่คนหน้าตาดี แต่ฉันเลือกเขาเพราะเขาทำอะไรได้หลายอย่างที่คนหล่อ ๆ ทำไม่ได้”

 



อินเตอร์เน็ตเปลี่ยนชีวิต

    หาเลี้ยงชีพด้วยการสอนหนังสือจนได้ตำแหน่ง 1 ใน 10 อาจารย์ยอดเยี่ยมแห่งเมืองหังโจว แม้มีแววรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน หม่ากลับลาออกจากงานสอนเพื่อเดินตามความฝันของตัวเองในการทำธุรกิจ โดยเปิดบริษัทรับแปลและเป็นล่าม ทำให้เขาได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐฯในฐานะล่ามให้กับบริษัทของจีนที่ไปเจรจาธุรกิจ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ชายวัย 31 ปีได้สัมผัสคอมพิวเตอร์และรู้จักอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ “ผมมองเห็นแล้วว่าเจ้าสิ่งนี้ (อินเตอร์เน็ต) จะเปลี่ยนแปลงโลก” เขาท่องเข้าไปในเครือข่ายใยแมมุมอย่างสนใจ และลองค้นหาคำว่า “เบียร์” ในยาฮู ในบรรดาข้อมูลเกี่ยวกับเบียร์ที่แสดงบนหน้าจอทั้งหมด ไม่พบเบียร์หรือสินค้าที่เกี่ยวเนื่องจากเมืองจีนเลย  
  
    เมื่อเขากลับจากสหรัฐฯ เป็นช่วงที่รัฐบาลจีนเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้อินเตอร์เน็ต หม่าเชิญเพื่อน ๆ มาที่บ้านเพื่อสาธิตวิธีการใช้อินเตอร์เน็ต แม้ความเร็วเน็ตจะช้าขนาดต้องรอไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงจึงจะโหลดได้ครึ่งหน้า ต้องฆ่าเวลาด้วยการดูทีวี เล่นไพ่ คุยกันไป แต่หม่าก็รู้สึกภูมิใจที่ได้นำเสนอเทคโนโลยีนี้ และด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนในสหรัฐฯ หม่าเริ่มรับทำเว็บไซต์ให้บริษัทในจีน  กระทั่งปี 2548 เขาเปิดตัว China Yellowpages บริษัทออนไลน์แห่งแรกของจีน ไม่นานก็ต้องปิดตัวไปเนื่องจากอินเตอร์เน็ตยังเป็นของใหม่ คนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึง จำนวนผู้ใช้งานจึงไม่มาก อย่างไรก็ตาม หม่าหายอมแพ้ไม่ 4 ปีหลังล้มเหลวจากสมุดหน้าเหลืองออนไลน์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจีนแข็งแกร่งขึ้น ปี 2542 เขาก็ผุดธุรกิจใหม่

 


กำเนิดอาณาจักรอาลีบาบา

    ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเพื่อน 17 คนที่เขาเชิญมาพูดคุยเกี่ยวกับไอเดียธุรกิจ ทุกคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ อย่าทำเลย มีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มบอกกับเขาว่า “ก็ลองดู ถ้าไม่สำเร็จก็กลับไปทำงานเดิมแค่นั้น” เมื่อคิดทบทวนคำพูดของเพื่อนอยู่คืนเดียว ด้วยเงินทุน 6,000 เหรียญหรือประมาณ 2 ล้านบาท หม่าตัดสินใจเปิดเว็บอี-คอมเมิร์ซ alibaba.com เพื่อให้ผู้คนได้นำสินค้ามาขายแบบไม่ต้องมีหน้าร้าน ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการทำการตลาดโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย 

    หม่าเชื่อว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เขาจึงอยากช่วยผู้ประกอบการให้สามารถขายสินค้าไปทั่วโลก “ความฝันของผมคือการเปิดบริษัทอี-คอมเมิร์ซเพื่อสร้างงานให้กับคนนับล้าน ๆ คน และเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจและสังคมของจีนให้ดีขึ้น หากเป็นไปได้ก็อยากทำให้เว็บไซต์นี้เป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เป็นคำกล่าวของหม่า ผู้ผุดแนวคิดล้ำเลิศ และมองการณ์ไกลก่อนที่ฝั่งโลกตะวันตกจะมีเว็บอเมซอน และอี-เบย์ด้วยซ้ำ

    ทำไมต้อง “อาลีบาบา” หลายคนอาจสงสัย หม่าให้เหตุผลในการเลือกชื่อนี้ว่าเมื่อคราวที่เขานั่งจิบกาแฟที่คอฟฟี่ช้อปแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก เขาถามพนักงานเสิร์ฟว่ารู้จักอาลีบาบาไหม คำตอบคือรู้จัก เขาเดินไปตามถนนและลองสุ่มถามผู้คนกว่า 30 คน ทุกคนซึ่งมาจากหลากหลายที่ของโลกต่างก็เคยได้ยินชื่อของตัวละครดังในนิทานอาหรับเรื่อง “อาลีบาบากับ 40 จอมโจร” หม่ากล่าวว่า “อี-คอมเมิร์ซเป็นเรื่องสากล ผมจึงอยากได้ชื่อที่เป็นที่รู้จักระดับโลก นอกจากเป็นเชื่อที่ออกเสียงง่าย อาลีบาบายังทำให้ผมนึกถึง“open sesame” คาถาที่เปิดไปสู่ขุมทรัพย์ในถ้ำ เว็บอาลีบาบาของผมก็เปรียบดังประตูการตลาดที่นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปพบกับความมั่งคั่ง”
 




สู่ยุคการค้าที่ปลายนิ้ว

    การที่จีนเปิดกว้างในโลกออนไลน์ อินเตอร์เน็ตถูกใช้งานแพร่หลาย และจำนวนประชากรเน็ตที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจของหม่า ยอดขายสินค้าผ่านอาลีบาบาเพิ่มขึ้นวันแล้ววันเล่า ปี 2003 อี-เบย์ เว็บซื้อขายสินค้าและประมูลที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ก็ได้รุกเข้าตลาดจีน ชิงส่วนแบ่งตลาดจนอาลีบาบาตกที่นั่งลำบาก แต่หม่าสามารถพลิกกลยุทธ์เอาชนะจนอี-เบย์ต้องปิดตัวถอยร่นออกจากตลาดจีนไป ปัจจุบัน อาลีบาลา กรุ๊ปมีสำนักงานใน 70 ประเทศทั่วโลก พนักงานกว่า 20,000 คน มีบริษัทในเครือ 9 แห่ง ครอบคลุมทุกบริการที่เกี่ยวกับการค้าผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บในเครืออาลีบาบาให้บริการสมาชิกใน 240 ประเทศทั่วโลก ยอดขายผ่านเว็บไซต์มูลค่า 240,000 ล้านเหรียญต่อปี หรือมากกว่าอเมซอน และอี-เบย์ 2 และ 3 เท่าตามลำดับ 

    เฉพาะในจีน เว็บในสังกัดอาลีบาบามีผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านคน ครองตลาดอี-คอมเมิร์ซจีนร้อยละ 80 นักวิเคราะห์มองตลาดออนไลน์จีนยังโตได้อีกเพราะมีชาวจีนอีกหลายร้อยล้านคนยังไม่เคยซื้อของผ่านเน็ต มีการประเมินอีก 5 ปีนับจากนี้ ตลาดอี-คอมเมิร์ซของจีนจะมีขนาดใหญ่กว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และญี่ปุ่นรวมกันเสียอีก จึงไม่แปลกที่หม่าจะกลายเป็นนักธุรกิจดาวรุ่ง ได้รับตำแหน่งมากมาย และเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสารฟอร์บส   

 

มุมมองชีวิตในวัยครึ่งศตวรรษ

    สำหรับหม่าแล้ว สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนในชีวิตคือการกล้าที่จะลองทำ ต่อให้ล้มเหลวหรือสำเร็จล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่มีค่า อีกอย่างหนึ่งที่ต้องมีคือความทะเยอทะยาน หากขาดซึ่งสิ่งนี้ ชีวิตอาจไร้ความหมาย ความทะเยอทะยานถือเป็นเป้าหมายอันงดงามในชีวิต และยังเป็นตัวกำหนดอนาคตของคน ๆ นั้นด้วย  “ต้องไม่ยอมแพ้ วันนี้อาจลำบาก พรุ่งนี้อาจย่ำแย่กว่าเดิม แต่หลังจากนั้นแล้ว ต้องมีสักวันที่เป็นวันสวยงามสำหรับเรา” หม่าได้กล่าวเอาไว้

    ครั้งหนึ่งเขาให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ CNBC ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในจีนว่า ”การอยู่ในจุดนี้ทำให้ผมต้องแลกกับบางอย่าง นั่นคือแรงกดดัน บริษัทเข้าตลาดหุ้นได้ ผมก็ดีใจแต่ก็จะเกิดความคาดหวังสูงตามมาทรัพย์สินที่มีอยู่ ผมไม่คิดว่าเป็นของผม แต่เป็นของประชาชนที่เขาไว้ใจให้เราบริหารให้ ก็ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด วิธีหนึ่งคือการให้คืนสู่สังคม จะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งมูลนิธิ การสนับสนุน SME และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

    ทุกวันนี้หม่าดำเนินชีวิตเรียบง่ายตามปกติ ยังชอบอ่านหนังสือ เขียนนิยายกังฟู เล่นไพ่โป๊กเกอร์ ฝึกสมาธิ เล่นไท้เก๊ก และเดินสายเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต หม่ายังชอบเอ็นเตอร์เทนพนักงานของเขาโดยการร้องเพลงในงานฉลองบริษัท และเคยถึงขนาดจัดงานสมรสหมู่ให้พนักงาน 700 คนมาแล้ว การที่เขาและพนักงานรอดชีวิตจากการระบาดอย่างหนักหน่วงของไข้หวัดนกเมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้เขาคิดได้ว่า 

    “ชีวิตช่างสวยงามและแสนสั้น ฉะนั้น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเมื่อยังทำได้”

 
บทความจากวารสาร K SME Inspired  ฉบับเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2557

www.smethailandclub.com ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เจาะกระบวนท่าท้าดวล ส่ง “อบอวล” สู้ศึกตลาดยาดม ปรุงกลิ่นหอมแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครจากมือแพทย์แผนไทยประยุกต์สุดล้ำ!

“อบอวล” แบรนด์ยาดมสุดชิค ที่กำเนิดจากความคิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ ไม่ใช่แค่สดชื่น แต่ต้องถึงกับร้องว่า “มีกลิ่นนี้ด้วยหรือฟะ!” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ “อบอวล” ที่มีอายุกว่า 3 ปี โดดเด่นไม่แพ้ใคร..ลองไปกะเทาะดูเนื้อในของธุรกิจกัน

ทำไม Live Exchange จึงเป็นตลาดทุนที่ SME อยากโตต้องรู้จัก ฟัง ประพันธ์ เจริญประวัติ

พูดคุยกับบ "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI และ Live Exchange ที่จะบอกเล่าว่าทำไม การระดมทุนคือกลไกสำคัญที่จะพา SME ไปสู่ความสำเร็จ และ Live Exchange คือบันไดขั้นแรกที่ SME ทุกขนาดต้องรู้จัก

 The 3rd daughter วาดฝันให้เป็นจริง จากสติกเกอร์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนกว่า 10 ปี

ชวนไปดูเส้นทางการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในศิลปะจนพัฒนาแบรนด์ The 3rd daughter เข้าไปอยู่ในชีวิตของใครหลายคนผ่านสารพัดของกระจุกกระจิกที่แสนน่ารักมาได้มากกว่า 10 ปี! ของตาต้า-ลดาพร ทรัพย์ภคกุล