ถอดบทเรียนธุรกิจ จากหนังสุดฮิต คังคุไบ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ

 

 


       ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่งหนังอินเดียจะมาแรงแซงทางโค้งเกาหลีฟีเวอร์ชนิดไม่เห็นฝุ่น เมื่อ คังคุไบ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) หนังบอลลีวูดที่ฉายทาง Netflix ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2565 จะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงเดือนเรื่องราวของราชินีมาเฟียนางนี้ ก็ถูกกล่าวถึงในหลายแวดวง แถมยังกลายเป็นกระแสเหล่าดาราและคนดังพากันแต่งโคฟเวอร์ถ่ายภาพแชร์ลงโซเชียลกันทั่วบ้านทั่วเมือง ดังนั้นเรามาเก็บตกแง่ถ้อยคำจากหนังเรื่องนี้กันดีกว่า

1.

       ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1960 ใจกลางเมืองมุมไบ หรือบอมเบย์ในประเทศอินเดีย ณ กามธิปุระ ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านการค้าประเวณีมากว่าร้อยปี ว่ากันว่าเด็กสาวที่เข้ามาที่กามธิปุระแล้ว จะกลับออกไปไม่ได้อีก เพราะสิ่งที่ต้องเผชิญไม่ใช่แค่ความทารุณโหดร้ายในสถานประกอบการที่เรียกว่า “ซ่อง” หากยังเป็นความเชื่อ วัฒนธรรม ค่านิยมในสังคมด้วย ครั้งหนึ่งเคยมีหญิงสาวได้กลับบ้าน แต่ก็ถูกครอบครัวจับแขวนคอต่อหน้าสาธารณะชน ไม่มีผู้หญิงคนใดสามารถเลือกทางชีวิตได้อีก หากไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ก็มีเพียงความตายให้เลือกได้ เว้นแต่หญิงสาวที่ถูกเรียกขานนามว่า “คังคุไบ” ผู้ได้รับฉายา “ราชินีมาเฟีย” ที่ยิ้มรับโชคชะตา

       คังคุไบถูกเรียกตัวมาเจรจากับเด็กสาวที่ถูกสามีจับมาขายซ่อง ผู้หญิงที่นี่เจอเรื่องแบบเดียวกันหมด รวมถึงตัวเธอเอง คังคุไบแบ่งปันเรื่องราวในอดีต เธอเป็นลูกสาวทนายความ เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับการศึกษาที่ดี แต่ก็ไม่พ้นถูกชายคนรักหลอกมาขายซ่อง ล่อลวงด้วยความฝันอยากเป็นดาราของตัวเอง พาเธอขึ้นรถไฟไปบอมเบย์ตามหาความฝัน ป้าของเขามีเส้นสายมากมาย เธอจะได้ไปพบโปรดิวเซอร์ และได้เล่นหนังกับ เทพ อนันต์ พระเอกและผู้กำกับชื่อดัง ผู้เป็นไอดอลของเธอ  

       ณ บ้านเลขที่ 290 ในกามธิปุระ คงคาได้รู้ว่าความฝันและความเชื่อใจของเธอถูกชายคนรักขายในราคา 1,000 รูปี (เป็นเงินไทยประมาณ 450 บาท ในยุค 60 กว่าปีที่แล้ว คิดง่ายๆ ถ้าเทียบกับราคาก๋วยเตี๋ยวสมัยนั้นชามละ 25 สตางค์ ทุกวันนี้ชามละ 50 บาท ค่าเงินเพิ่มขึ้น 200 เท่า ก็จะราวๆ 90,000 บาท) เธอถูกขังไว้ในห้องมืดๆ ไร้แสงสว่าง ก่อนเตรียมให้พร้อมเข้าสู่ธุรกิจขายร่างกาย เธอกลายเป็นหนึ่งในโสเภณีของกามธิปุระ เธอกล้ำกลืนความทุกข์ เรียนรู้วิถีโสเภณี ลูกค้ารายแรกพอใจให้ทิปอย่างงาม ตั้งชื่อใหม่ให้เธอว่า “คังคุ” และบอกว่าวันหนึ่งเธอจะได้ปกครองกามธิปุระ คำพูดนั้นทำให้เธอตัดสินใจตั้งเป้าหมายว่าสักวันหนึ่งจะปกครองเมืองนี้ให้ได้

       เธอกลายเป็นดาวเด่นของซ่อง วันครบรอบหนึ่งปี เธอประกาศว่าวันนี้เป็นวันหยุด และชวนเพื่อนร่วมงานไปดูหนัง เธอบอกแม่เล้าที่บ่นก่นด่าเรื่องขาดรายได้ว่า “กำไรและขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ที่อื่นเขาก็มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ป้าเองก็ควรพักสักวัน” เธอสู้กลับ ตบตี เมื่อถูกชายที่โรงหนังลวนลามเพราะเห็นเป็นโสเภณี และด้วยความรู้ที่ติดตัวมา เธอช่วยเพื่อนโสเภณีที่ไม่รู้หนังสือ เขียนจดหมายส่งกลับบ้าน สื่อสารในสิ่งที่สาวๆ ทุกคนรวมถึงตัวเธอเองอยากบอกพ่อแม่ว่า “สุขสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง”

       คืนหนึ่งเธอถูกลูกค้าทำร้ายอย่างทารุณจนบาดเจ็บสาหัส แขนหัก ถูกกรีดเป็นเส้นทแยงตั้งแต่ไหล่ด้านหนึ่งไปจนถึงเอวอีกด้าน เย็บไป 15 เข็ม และเย็บปากอีก 4 เข็ม พยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลคนไข้ยังย้ายเตียงเธอแยกไปอยู่ในห้องเก็บของที่สกปรก บอกว่าที่นี่เหมาะกับโสเภณีอย่างเธอ

2.

       หลังจากได้ชื่อของแขกปาทานลูกค้าโรคจิตคนนั้นและรู้ว่าเป็นคนของ ราฮิม ลาลา ราชามาเฟียแห่งบอมเบย์ ซึ่งตำรวจก็ยังเกรงบารมี ลือว่าเขาเป็นคนมีหลักการและซื่อตรง พออาการทุเลาขึ้น คังคุจึงไปพบลาลาเพื่อทวงความยุติธรรม เธอเปิดรอยแผลให้เห็น ว่ากระทบกับธุรกิจและรายได้อย่างไร ถ้าเป็นแค่โดนซ้อมทั่วไปคงไม่เจ็บขนาดนี้ ลาลาส่งคนไปเฝ้าหน้าซ่อง พร้อมออกค่ารักษาพยาบาล บอกว่า “ถือว่าเป็นของขวัญจากพี่ชาย”

       พอหายดีทำงานได้ แขกปาทานโรคจิตก็กลับมาอีกครั้ง คังคุให้เพื่อนรีบส่งข่าวบอกลาลา ก่อนเข้าห้องไปกับลูกค้า ลาลามาจัดการเรื่องนี้ให้ด้วยตัวเอง แม่เล้าเริ่มกลัวเกรงความเป็นคนจริงของคังคุ และเริ่มหมดอำนาจ เช้ามืดวันหนึ่งก็มีคนพบร่างไร้วิญญาณของนางที่ในมือยังกำธนบัตรไว้ ตรงหน้ามีหีบสมบัติเปิดคาอยู่ คังคุให้สาวๆ นำเงินทองที่สมควรเป็นของพวกเธอไปแบ่งกัน ปลดแมงดาคุมซ่อง และตัดสินใจดูแลกันเอง เหล่าโสเภณีรวมตัวมอบส่าหรีสีขาวให้กับคังคุ และบอกว่าไม่ต้องรับลูกค้าแล้ว แค่ดูแลพวกเธอก็พอ ในฐานะคนเดียวในกามธิปุระที่เข้าใจชะตากรรมโสเภณีด้วยกัน เธอจึงกลายเป็น คังคุไบ นายหญิงของซ่องแห่งนี้เต็มตัว

       ด้วยประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจและดูแลช่วยเหลือโสเภณีด้วยกัน ทำให้คังคุไบกลายเป็นที่พึ่งพาของซ่องอื่นๆ ด้วย เมื่อมีปัญหาเด็กใหม่ไม่ยอมรับลูกค้า  

       หลังจากเล่าเรื่องราวของตัวเองจบ คังคุไบยื่นลูกกวาดสองสีให้เด็กสาวเลือก สีหนึ่งหมายถึงการอยู่ที่นี่เป็นโสเภณี อีกสีหมายถึงความตาย เมื่อเด็กสาวเลือกความตาย เธอตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยจ่ายเงินหนึ่งหมื่นรูปี สิบเท่าของเงินที่แม่เล้าลงทุนไป แลกกับอิสระของเด็กสาวที่ยังไร้ราคี และสั่งลูกน้องให้พาเด็กสาวส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย  

       การเลือกตั้งนายกของกามธิปุระใกล้เข้ามา คังคุไบเริ่มต้นสร้างฐานเสียงด้วยการสั่งให้ลูกน้องกระจายข่าวการช่วยเหลือเด็กหญิงบริสุทธิ์วัย 15 ปี และส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย คู่แข่งที่ไม่มีใครคิดว่าเธอจะเอาชนะได้ ก็คือ ราเซียไบ สาวประเภทสองที่มีอำนาจเหนือชุมชนแห่งนี้ ผู้เป็นนายกสองสมัยของกามธิปุระ เธอไปหาลาลาด้วยความกังวลใจ เขาให้กำลังใจในฐานะพี่ชายให้เธอเชื่อมั่นในตัวเอง  

       “แต่ความเชื่อไม่ได้ทำให้ชนะเลือกตั้ง เงินต่างหากที่ช่วยได้” คังคุไบขอดูแลธุรกิจเหล้าของลาลาในย่านกามธิปุระ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มมาใช้ในการหาเสียง เธอต้องชนะการเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนชีวิตโสเภณีให้ดีขึ้น ต่อสู้เพื่อให้คนนับถือทั้งตัวเธอและผู้หญิงทุกคนในกามธิปุระ หากเธอพ่ายแพ้ราเซียไบก็จะทำให้ชีวิตพวกเธอเหมือนตกนรกเช่นที่เป็นอยู่ เธอกลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของลาลา ได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายเหล้าในกามธิปุระมาเป็นทุนหาเสียง