Text : ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
Photo: กฤษฎา ศิลปไชย
ปัญหาของลูกค้า คือ จุดเริ่มต้นโอกาสทางธุรกิจได้เสมอ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นธุรกิจได้ อย่างเช่น ปัญหาลูกน้อยคิ้วบาง ผมบาง ซึ่งการจะหาดอกอัญชัญกับก้านพลูมาวาดคิ้วให้ลูกตามความเชื่อของหลายๆ คน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องวุ่นวายยุ่งยากไม่น้อยสำหรับคุณแม่ยุคนี้ แถมยังเลอะเทอะและเสียเวลาไม่น้อยเลย
จากปัญหาของคุณแม่ยุคใหม่นี่เองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ วรัญญา สิริเศรษฐนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอเพรสคริพชั่น จำกัด ปิ๊งไอเดียสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมซีรัมบำรุงคิ้ว บำรุงผมของลูกน้อยให้ดูดกดำเป็นธรรมชาติ ภายใต้แบรนด์ Anthokid จากแรงบันดาลใจในวิชาชีพเภสัชกร ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงยาและเวชสำอางมากว่า 10 ปี จึงอยากต่อยอดภูมิปัญญาไทย ด้วยการวิจัยและพัฒนาเวชสำอางจากสมุนไพรไทยอย่างสารสกัดดอกอัญชัญ ใบพลู และข้าวหอมนิลออแกร์นิค มาประยุกต์เข้ากับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเจาะตลาดเวชสำอางระดับพรีเมียมเพื่อแม่และเด็ก
ถึงจะเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อน แต่วรัญญา มองว่า การทำธุรกิจหากไม่กล้าที่จะเสี่ยงก็คงไม่มีวันได้เริ่มต้น ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยทำงานด้านการตลาดเวชสำอางแม่และเด็กให้กับบริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติมานาน ทำให้เธอเชื่อมั่นว่า ธุรกิจในฝันครั้งนี้คุ้มค่าพอที่จะลองเสี่ยง โดยเลือกจับกลุ่มนิชมาร์เก็ต เพราะสามารถทำ Product Innovation ได้ง่ายกว่า โดยเริ่มวางจำหน่ายสินค้าตัวแรก คือ ซีรัมบำรุงคิ้ว ตามมาด้วยซีรัมบำรุงผม โดยทำตลาดทั้งขายผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ค Line@ ควบคู่กับการวางขายในร้าน Baby Connection ตามโรงพยาบาลชั้นนำ
สำหรับผลตอบรับที่ได้ วรัญญา บอกว่า คุณแม่ส่วนใหญ่รู้สึกว๊าวมากกับสินค้าตัวนี้ เพราะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ จากเดิมที่เคยกังวลใจอยากให้ลูกน้อยมีคิ้วเข้ม คิ้วสวย แต่ไม่รู้ว่าจะหาอัญชันและก้านพลูจากที่ไหนมาวาดคิ้วให้ลูก นวัตกรรมที่จับเอาภูมิปัญญาไทยมาแปลงโฉมใหม่ให้อยู่ในรูปของซีรัมบำรุงคิ้ว ด้วยดีไซน์บรรจุภัณฑ์หลอดหัวแปรงที่ใช้งานง่าย เพียงแค่บิดแล้วทา อยากให้คิ้วลูกน้อยสวยแค่ไหนก็เนรมิตได้ดั่งใจคุณแม่ แถมยังพกพาง่าย มั่นใจได้ในความปลอดภัยเพราะพัฒนาโดยเภสัชกร
“พฤติกรรมคุณแม่ที่มีลูกอ่อนจะไม่ค่อยออกไปไหน เพราะต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน จึงนิยมช้อปออนไลน์เป็นหลัก ถ้าอะไรที่ใช้แล้วดี คุณแม่ก็มักจะใช้ตามๆ กัน การทำตลาดออนไลน์จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณแม่ยุคนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเราเป็นพาร์ทเนอร์กับแฟนเพจที่คุณแม่นิยมติดตาม เมื่อคุณแม่ใช้แล้วชอบ ได้ผลดี จึงเกิดการบอกต่อ พอเห็นคิ้วลูกเริ่มเข้มขึ้น หลายคนกลับมาซื้อซ้ำเพราะอยากเพิ่มคิ้วให้เข้มขึ้นอีกสามารถใช้ได้เรื่อยๆ บำรุงได้ตั้งแต่เด็กวัย 1 เดือนขึ้นไปจนถึงโต”
คุณภาพของสินค้าถือเป็นรากฐานความสำเร็จที่ต้องทำให้ดีที่สุดตั้งแต่ก้าวแรก เพราะไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับลูกน้อย ล้วนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณแม่เสมอ Anthokid จึงให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่การพิถีพิถันคัดเลือกวัตถุดิบและสกัดสมุนไพรด้วยเทคนิคเฉพาะ อุดมด้วยแอนโทไซยานินจากอัญชันและข้าวหอมนิลออร์แกนิค สารสกัดใบพลูและไกลโคเจน
“เราใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากสมุนไพรออแกร์นิกที่สั่งสกัดเอง ผลิตโดยเทคนิคที่ไม่ใช้สารกันเสีย ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสีสังเคราะห์ ด้วยความที่เรามีวิชาชีพเป็นเภสัชกร จึงตั้งใจอยากทำสินค้าคุณภาพสูงที่คุณแม่มั่นใจได้ โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การผ่านการทดสอบการระคายเคืองทางผิวหนังจากเยอรมนี ตรงนี้ถือเป็นการการันตีระดับหนึ่ง แต่เราจะไม่บอกกับลูกค้าว่า ใช้แล้วจะไม่มีโอกาสแพ้เลย แต่เราพยายามลดความเสี่ยงให้น้อยลงที่สุด ใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้แต่หัวแปรงที่ส่งไปเทสต์ว่าตลอดอายุการใช้งานจะต้องปลอดภัยจากเชื้อโรคอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อเราเต็มที่กับทุกรายละเอียด ทำให้เรากล้าที่จะบอกความจริงกับลูกค้า”
คุณภาพที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ บวกกับความจริงใจ ตอบคำถามลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา และประสิทธิภาพของสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผล ทำให้ Anthokid สามารถรักษา Brand Loyalty ของลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น จนหมดห่วงเรื่องสินค้าลอกเลียนแบบ เพราะต่อให้ก๊อปปี้ยังไงก็ไม่มีทางเหมือน
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
RECCOMMEND: ENTREPRENEUR
ปัญหาหนึ่งของงานคราฟต์ไทย ที่ทำให้ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าที่ควร แม้จะเป็นงานทรงคุณค่า ก็คือ ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้จริงอยู่ในชีวิตประจำวันได้ แต่อาจไม่ใช่กับ tISI (ธิซายด์) แบรนด์แฟชั่นไทยน้องใหม่ที่มองว่าไม่จำเป็นต้องอนุรักษ์ หากสิ่งนั้นเป็นที่ต้องการอยู่แล้ว
เพราะความฝันที่จะสานต่อโรงแรมเก่าแก่ "แสงทอง" ที่บรรพบุรุษสร้างขึ้น กรรณิการ์ หนูห่วง ทายาทรุ่นที่ 3 จึงตัดสินใจกลับ จ.นครพนม เพื่อหวังฟื้นฟูโรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมโบราณให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของครอบครัว และโจทย์หินมากมาย
เพราะคำว่า “ไม่จำเป็น” ≠ “ไม่มีประโยชน์” ชิ้นงานแสนฮาของ Matty Benedetto “อัจฉริยะผู้ชั่วร้าย” จึงเป็นตัวอย่างชั้นดีให้กับผู้ประกอบการที่ตกอยู่ในอาการไอเดียตัน คิดอยากทำผลิตภัณฑ์ใหม่หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมได้ลองมาเรียนรู้กัน