​เจาะกลยุทธ์ธุรกิจแอร์ไทย แข่งเดือดรับอุณหภูมิร้อนระอุ!

Text : นิตยา สุเรียมมา
Photo : KTC

 



     นอกจากอุณหภูมิของฤดูร้อนที่กำลังร้อนระอุ เราเคยรู้กันบ้างไหมว่าแท้จริงแล้วในเขตประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเรานี้มีเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ ผลิตออกมาขายอยู่ในท้องตลาดมากกว่า 60-70 แบรนด์เลยทีเดียว


    ความจริงข้อนี้ถูกเปิดเผยโดย เชาวนนท์ คลังเปรมจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามมิตซุย จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศแบรนด์ MITSUI หนึ่งในแอร์ไทยที่มีอายุยาวนานมากว่า 20 ปี โดยเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของแอร์มิตซุย รวมถึงตลาดแอร์ไทยในยุครุ่นคุณพ่อให้ฟังว่า ในสมัยนั้นนอกจากจะมีการนำเข้าเครื่องปรับอากาศแบรนด์ดังๆ จากเมืองนอกเข้ามาขายแล้ว ในเมืองไทยเองยังมีการรวมตัวกันสร้างแบรนด์จากร้านแอร์ต่างๆ เพื่อสั่งผลิตขายในยี่ห้อของตัวเองด้วย โดยนำยอดการสั่งผลิตของแต่ละร้านที่ได้ไปต่อรองกับโรงงานผู้ผลิต ทำให้ได้ราคาที่ดีกว่า

 
    


     “เดิมทีก่อนหน้านี้แบรนด์ MITSUI ไม่ใช่แบรนด์ของเราซะทีเดียว เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของร้านแอร์ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 กว่าร้าน เพื่อนำยอดการสั่งผลิตมารวมกันและนำไปดิวกับโรงงานผู้ผลิตภายใต้ชื่อแบรนด์เดียวกัน ทำให้ได้ราคาที่พิเศษกว่าแยกกันไปซื้อ แต่จนเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ด้วยปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ หุ้นส่วนหลายร้านก็เลยเลิกไป แต่คุณพ่อเห็นว่าน่าจะยังสามารถไปต่อได้ เพราะแบรนด์ก็มีภาพลักษณ์ที่ดีอยู่แล้ว จึงนำกลับมาทำเองและใช้ชื่อแบรนด์นี้แต่เพียงผู้เดียวมาจนถึงปัจจุบันนี้”


    เชาวนนท์เล่าว่าหลังจากที่ได้แยกออกมาทำแบรนด์เองแต่เพียงผู้เดียวนั้น ลูกค้าในยุคแรกๆ ของแอร์มิตซุยส่วนใหญ่ คือ ลูกค้ากลุ่มโปรเจกต์ที่รับงานรายใหญ่ เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัยต่างๆ จนกระทั่งเมื่อเขาได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการของครอบครัวเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว จึงเริ่มหันมาจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริโภครายย่อยมากขึ้น รวมถึงเพิ่มวาไรตี้ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย
    

    “เดิมเราจับกลุ่มลูกค้าโปรเจกต์ แต่ตอนนี้เริ่มหันมาจับกลุ่มลูกค้าปลีกมากขึ้นด้วย สัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 70 : 30 แต่เนื่องจากเป็นแบรนด์เล็กๆ ตอนนี้เราจึงอาศัยทำโปรโมชั่นร่วมกับพาสเนอร์ เช่น บัตรเครดิตต่างๆ และเปิดขายออนไลน์ผ่านเว็บไซด์มาร์เก็ตเพลสต่างๆ ด้วย รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากขึ้น อย่างตอนนี้เรามีทำระบบ VRF เป็นระบบที่มีอินเวอร์เตอร์ในตัว ติดตั้งได้ง่าย ประหยัดพื้นที่ และช่วยประหยัดพลังงานด้วย ซึ่งแต่เดิมที่รับงานโปรเจกต์เรารับงาน custom ด้วย เช่น บางทีลูกค้าอยากให้ทำระบบแอร์ในเรือ, แอร์หน้าต่างในตู้คอนเทนเนอร์ เรามีประสบการณ์มาหมด จึงทำให้ค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญในตรงนี้”

 
    
    


    ด้านการแข่งของตลาดเครื่องปรับอากาศในไทย เชาวนนท์กล่าวว่ามีการแข่งขันที่ค่อนสูง เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน แอร์จึงเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ของคนไทยไปแล้ว จึงทำให้มีผู้สนใจลงมาเล่นจำนวนมาก ซึ่งหากนับรวมๆ แล้วมีมากกว่า 60 -70 แบรนด์เลยทีเดียว   
    

    “เมืองไทยเป็นเมืองร้อน แอร์จึงเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว เมื่อก่อนธุรกิจเครื่องปรับอากาศอาจทำกำไรได้มาก แต่ปัจจุบันเมื่อมีคนสนใจลงมาทำเยอะขึ้น จึงเกิดการแข่งขันที่สูง โดยเฉพาะเรื่องของการลดราคา แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ลูกค้าว่าจะเลือกใครและมั่นใจใครมากกว่า เพราะธุรกิจเครื่องปรับอากาศไม่ได้จบลงแค่การขายเครื่อง บริการหลังการขายก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแอร์มิตซุยของเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด และลูกค้าก็ค่อนข้างให้ความไว้วางใจ เราเป็นแอร์แบรนด์คนไทย ที่ผลิตในเมืองไทย ดังนั้นเวลามีปัญหาเรามีทีมเซอร์วิสที่พร้อมเข้าไปช่วยดูแลได้เลย โดยสิ่งที่ทำให้แอร์มิตซุยสามารถแข่งขันอยู่ในตลาดได้ คือ 1.ราคาที่ไม่ได้แพงจนเกินไป 2.คุณภาพและการบริการ  และ3.สินค้าที่หลากหลาย”


     และนี่คือ อีกหนึ่งเรื่องราวของเครื่องปรับอากาศแบรนด์ไทย ที่สะท้อนภาพของตลาดแอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในอีกแง่มุมหนึ่งนั่นเอง...


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

77 แล้วไง จี้เพ็ก จากแม่ครัวประจำบ้าน สู่ YouTuber ชื่อดังรุ่นย่า ที่มียอดฟอลกว่าสามแสนคน

 ในยุคที่ใครๆ สามารถทำคอนเทนต์ของตัวเองลงแพลตฟอร์มได้อย่างเสรี แต่ไม่ใช่ใครๆ ก็ได้ ที่จะประสบความสำเร็จ หากไม่มีเนื้อหาที่แตกต่างหรือโดดเด่นจริง ในจำนวนยูทูบเบอร์สายอาหารทั้งหมด ผมเชื่อว่า “จี้เพ็ก” ต้องเข้าข่ายเป็นอินฟลูเอนเซอร์รุ่นย่าวัย 77 ปี ที่หลายคนรู้จัก

How to Start เปลี่ยนไอเดียที่ดีเป็นธุรกิจที่ใช้ได้ ควรทำทันทีหรือคิดให้ดีก่อน

วันก่อนผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานของการตลาดวันละตอนครับ และได้รับคำถามนี้มาว่า “เราจะเปลี่ยนไอเดียที่ดีเป็นธุรกิจที่ใช้ได้อย่างไร” ผมรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ดี จึงอยากจะนำมาแบ่งปันมุมมองสำหรับเรื่องนี้กันครับ

จะให้พักต่อหรือพอแค่นี้ เมื่อลูกค้าอ้าง PDPA ไม่ให้บัตรประชาชน Check In ดูวิธีรับมือของเจ้าของโรงแรม

ป็นเคสที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วสำหรับบางโรงแรมในปัจจุบัน การที่แขกไม่ให้เอกสารส่วนตัวเหล่านั้นทั้งบัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ตในการ Check In จริงๆ แล้วมันก็เป็นที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ถ้าแขกจะอ้างถึง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)