จากกระทะ Korea King ถึงยิมมวยลดน้ำหนัก

Text & Photo : นิตยา สุเรียมมา



     ว่ากันว่ามวยไทยเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่งของศิลปะการป้องกันตัว ที่มีครบรสชาติในการออกอาวุธไม่ว่าจะเป็นศอก หมัด เตะ เข่า จึงไม่แปลกที่จะได้การยกย่องให้เป็นสุดยอดศิลปะการป้องกันตัวระดับโลก ซึ่งในยุคหนึ่งเราอาจคุ้นเคยกับมวยไทยในเกมส์กีฬาการต่อสู้ แต่ปัจจุบันนี้มวยไทยกลับเข้ามาแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยเฉพาะกับหนุ่มสาวออฟฟิศคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพื่อเป็นมวย แต่นี่คือเทรนด์การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ แน่นอนมันออกจะดังและฮิตมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับยิมมวยที่ชูจุดขายด้วยการลดน้ำหนักจับจุดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ชื่อของ MTM Academy (Muaythai Mania Academy) ยิมมวยย่านพระราม 4 ต้องติดโผอยู่ด้วยแน่นอน





 
   
    สุพจน์ ลีลาพิสุทธิ์ ผู้อยู่เบื้องหลังของยิมมวยดังกล่าวเล่าที่มาของแนวคิดให้ฟังว่า ตัวเขาเองนั้นเป็นคนชื่นชอบกีฬาด้านหมัดมวยอยู่แล้ว วันหนึ่งเมื่อได้เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง จึงเริ่มต้นจากสิ่งที่ชอบ แต่ด้วยธุรกิจยิมมวยที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในขณะนั้น ทำให้เขาต้องคิดหาจุดต่างขึ้นมา ด้วยความที่เคยเป็นพนักงานที่รับหน้าที่สรรหาสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายอยู่ในเมืองไทย เขาจึงจับจุดหาความต้องการของผู้คนในปัจจุบัน และพบว่าการออกกำลังกายส่วนใหญ่ของคนที่หันมาเล่นต่อยมวยนั้น มักต้องการลดน้ำหนักเป็นหลัก แต่ยังไม่มียิมมวยใดชูจุดยืนอย่างนี้มาก่อน โดยวิธีการดังกล่าวสุพจน์เล่าว่าเขาได้มาจากแนวคิดการทำการตลาดของกระทะ Korea King ซึ่งหากจะบอกว่าเขา คือ คนที่นำกระทะ Korea King เข้ามาให้คนไทยได้รู้จักก็ไม่น่าจะผิดนัก


     “ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานอยู่ที่ 1577 homeshopping มาก่อน ตัวผมโชคดีที่ทางคุณจุล โชติกะวรรณ ให้ความไว้วางใจและโอกาสในการทำงานเยอะมาก โดยที่ตอนนั้นผมทำหน้าที่คัดเลือกสินค้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และKoreaking เป็นสินค้าเครื่องครัวชิ้นแรกที่ผมเสนอให้บริษัทนำเข้ามา โดยที่ทางพี่จุลก็ให้โอกาสในการตัดสินใจ และดูแล Project นี้เต็มที่ ก่อนที่จะส่งต่อให้ทีมการตลาดรับไม้ต่อไป คุณจุล คือเจ้านายและพี่ชายที่ผมเคารพมากครับ"


     "ครั้งแรกที่ทำการตลาดออกไปว่าเป็นกระทะที่สามารถรักษาคุณค่าอาหารที่ลงไปผัดได้ครบถ้วน ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร จนกระทั่งครั้งที่สองมีการทำการตลาดออกไปว่าเป็นกระทะไร้น้ำมัน เท่านั้นแหละยอดพุ่งขายดีจนทุกวันนี้เลย จึงทำให้รู้ว่าสินค้าแบบเดียวกัน แต่พลิกจุดนิดหน่อย ก็ทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ ผมจึงนำหลักเดียวกันนี้มาใช้กับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งตอนนั้นมียิมมวยเกิดขึ้นเยอะมาก ผมลองไปเล่นทุกที่ที่คิดว่าน่าจะตรงกับที่เราอยากทำ ก็ยังไม่มีใครชูจุดนี้ เราจึงทำขึ้นมาเป็นเจ้าแรก เมื่อเดือนกันยายน 2558 โดยพยายามสร้างจุดแข็งขึ้นมา 2 อย่าง คือ 1.เป็นยิมมวยที่สอนถูกต้องตามหลักการเรียนต่อยมวยทุกอย่าง ซึ่งใครสนใจฝึกมวยจริงจัง ก็สามารถทำการขอสอบเพื่อขอใบรับรองได้ 2.นำการหลักวิทยาศาสตร์ทางกีฬามาประยุกต์ เพื่อช่วยในการลดน้ำหนักได้มากขึ้น รู้ว่าจังหวะเร่งพอเท่าไหร่ที่จะทำให้ลูกค้าลดน้ำหนักได้”




   


     เมื่อตั้งเป้าหมายในการเป็นยิมมวยลดน้ำหนัก สุพจน์จึงแบ่งทีมเทรน์เนอร์ผู้ฝึกสอนออกเป็น 2 ทีม คือ 1.ครูมวย เพื่อสอนการต่อยมวยที่ถูกต้อง 2.ทีมนักวิทยาศาสตร์กีฬา เพื่อช่วยในการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อให้ลูกค้าสามารถลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ โดยลูกค้าที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ MTM Academy จะต้องมีการพูดคุยก่อนเริ่มฝึก เพื่อออกแบบการเรียนการสอนกับทีมวิทยาศาสตร์กีฬาก่อน จากนั้นจึงจะนำข้อมูลที่ได้ไปให้ครูฝึกช่วยฝึกสอนให้ตามความเหมาะสมของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะสามารถลดน้ำหนักได้ 3 – 5 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน


     โดยการเรียนการสอนของ MTM Academy จะแบ่งออกเป็น 3 คลาสเรียนด้วยกัน โดยแต่ละคลาสจะใช้เวลาประมาณ 1 ½ ชั่วโมง ได้แก่ 1.general class การเรียนพื้นฐานสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น เรียนไม่เกิน 15 คนขึ้นไป ราคา 6,000 บาท/เดือน 2.mania class เชิงมวยยากขึ้น หนักขึ้น เรียนไม่เกิน 5 คน ราคา 9,000 บาท/เดือน และ 3.privet class สำหรับคนที่ต้องการออกแบบโปรแกรมเรียนสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ ราคา 19,000 บาท/เดือน ซึ่งการวางคลาสเรียนเป็นสเตปดังนี้ สุพจน์เล่าว่าจะช่วยให้ลูกค้ากลับมาเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่น่าเบื่อ ซึ่งโดยเฉลี่ยลูกค้าที่กลับมาเรียนจะใช้เวลาอยู่กับยิมนานประมาณ 6 เดือน คลาสที่นิยมเรียนมากที่สุด คือ mania class ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือ general class – 30 เปอร์เซ็นต์ และ privet class – 10 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด คือ ผู้หญิงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ คือ ผู้ชาย ปัจจุบันนอกจากสาขาที่ถนนพระราม 4 แล้ว ยังมีอีกหนึ่งสาขาที่เกษตรนวมินทร์ ซึ่งทำร่วมกับดาราสาว “เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ด้วย


     นอกจากจะให้ความสำคัญการออกแบบการเรียนการสอนแล้วที่แตกต่างแล้ว MTM Academy ยังเน้นทำการตลาดผ่านออนไลน์ ซึ่งคอนเทนต์ถือเป็นหัวใจหลักที่สุพจน์นำมาใช้ในการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จนครั้งหนึ่งเคยเป็นกระแสฮือฮากับคอนเทนต์ “7 วิธีเตะผู้ชายให้สลบคาตีน “ เพียงในเวลา 3 วัน มียอดแชร์กว่า 4,000 กว่าแชร์ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช้หลักการสอนเช่นเดิม เพียงแต่นำมาพลิกคำ จัดเป็นการสอนชุดใหม่ ก็สามารถเรียกความสนใจจากลูกค้าได้







     “ในทุกเดือนเราจะมีการประเมินผลการทำงาน สมมติยอดขายลูกค้าสมัครสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น ผมยกความดีให้กับการทำคอนเทนต์ ถ้าลูกค้าเก่าสมัครเรียนต่อเนื่อง ผมยกความดีให้กับครูมวย ซึ่งทุกอย่างสามารถวัดผลได้ การทำตรงนี้ทำให้เรามีการปรับปรุงตัวอยู่เสมอ เนื่องจากเราเป็นธุรกิจบริการจึงต้องให้ความสำคัญตรงนี้”


    สุพจน์เล่าเพิ่มเติมว่าหลังจากที่เขาทำยิมมวยลดน้ำหนักออกมาได้ไม่นาน ก็เริ่มมียิมมวยหลายแห่งชูจุดแข็งออกมาเช่นเดียวกัน


     “เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำดีหรือไม่ดี ก็ตอนที่มีคนทำตามเรานี่แหละ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะตามเรา แต่เรื่องที่ยากกว่า คือ การทำให้เกิดความสม่ำเสมอ ลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการอยู่เรื่อยๆ ลูกค้าเก่าลงเรียนคลาสเพิ่มเติม นอกจากจะการเรียน 3 ระดับอย่างที่บอกไปแล้ว ในทุกๆ 3 เดือน เรายังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในแต่ละคลาสเรียนด้วย สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ ครูมวย ที่นี่เราไม่ได้เน้นให้ครูจำว่าต้องสอนตามเดิมเป๊ะๆ แต่เราอยากให้ครูได้ลองฝึกตัวเองให้เขาได้ประยุกต์ใช้กับลูกค้าแต่ละคนด้วย เพราะแต่ละคนก็มาไม่เหมือนกัน ให้เขาโอกาสเขาได้ลองใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม ให้เขาได้รู้สึกภูมิใจ ซึ่งครั้งหนึ่งตัวผมเองก็เคยได้รับโอกาสนั้นมาก่อน” 
    

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เจาะกระบวนท่าท้าดวล ส่ง “อบอวล” สู้ศึกตลาดยาดม ปรุงกลิ่นหอมแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครจากมือแพทย์แผนไทยประยุกต์สุดล้ำ!

“อบอวล” แบรนด์ยาดมสุดชิค ที่กำเนิดจากความคิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ ไม่ใช่แค่สดชื่น แต่ต้องถึงกับร้องว่า “มีกลิ่นนี้ด้วยหรือฟะ!” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ “อบอวล” ที่มีอายุกว่า 3 ปี โดดเด่นไม่แพ้ใคร..ลองไปกะเทาะดูเนื้อในของธุรกิจกัน

ทำไม Live Exchange จึงเป็นตลาดทุนที่ SME อยากโตต้องรู้จัก ฟัง ประพันธ์ เจริญประวัติ

พูดคุยกับบ "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI และ Live Exchange ที่จะบอกเล่าว่าทำไม การระดมทุนคือกลไกสำคัญที่จะพา SME ไปสู่ความสำเร็จ และ Live Exchange คือบันไดขั้นแรกที่ SME ทุกขนาดต้องรู้จัก

 The 3rd daughter วาดฝันให้เป็นจริง จากสติกเกอร์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนกว่า 10 ปี

ชวนไปดูเส้นทางการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในศิลปะจนพัฒนาแบรนด์ The 3rd daughter เข้าไปอยู่ในชีวิตของใครหลายคนผ่านสารพัดของกระจุกกระจิกที่แสนน่ารักมาได้มากกว่า 10 ปี! ของตาต้า-ลดาพร ทรัพย์ภคกุล