Narwhal สร้างแบรนด์ธุรกิจจากน้ำดื่ม

 


เรื่อง : Miss.nim
ภาพ : กฤษฎา ศิลปไชย



    จากสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ใครเลยจะคิดว่า น้ำดื่มขวดเล็กๆ ที่เราใช้ดื่มกินเป็นประจำนี้ จะสามารถช่วยสร้างแบรนด์ธุรกิจ และให้เป็นที่จดจำแก่ลูกค้าได้ไม่แตกต่างจากการจัดกิจกรรม CSR ติดป้ายโฆษณา แถมมีประโยชน์ไปในตัว จนกลายเป็นกระแสนิยม ใครๆ ก็สามารถมีแบรนด์น้ำดื่มของตัวเองได้ 



    แนวคิดดังกล่าวนี้ ทำให้ สิริวัฒก์ รัตนรังสิมันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาร์วาฬเวิลด์ เซอร์วิส จำกัด ชายหนุ่มวัย 25 ปี ในฐานะเจ้าของโรงงานผลิตน้ำดื่ม เพื่อจัดจำหน่ายตรานาร์วาฬ ย่านจังหวัดนนทบุรี หันมาให้ความสำคัญและมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าหน่วยงาน องค์กร เพื่อรับผลิตแบรนด์น้ำดื่ม เพื่อช่วยตอบโจทย์ในการสร้างแบรนด์ ประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นที่รู้จัก ยกระดับธุรกิจให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น 

 



    ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน สิริวัฒก์เล่าว่า เขาเริ่มต้นธุรกิจผลิตน้ำดื่มเล็กๆ ตั้งแต่ศึกษาอยู่ปี 4 คณะวิศวระบบควบคุมและเครื่องมือวัด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากพนักงานเริ่มต้นเพียง 4 คน ซึ่งนับรวมเขาด้วย ณ ปัจจุบันเขาสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตและมีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน โดยเริ่มต้นจากการผลิตน้ำดื่มในยี่ห้อของตัวเองชื่อว่า “นาร์วาฬ”’ (วาฬชนิดหนึ่ง มีเอกลักษณ์ที่ฟัน ซึ่งมองดูคล้ายกับเขายื่นออกมาเหมือนสัตว์ในเทพนิยายอย่างม้ายูนิคอน) กระจายส่งขายย่านจังหวัดนนทบุรี จากร้านค้า ร้านอาหาร ค่อยๆ เขยิบขึ้นเป็นร้านขายส่ง จนถึงการรับจ้างผลิตแบรนด์น้ำดื่มให้กับบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่สนใจอยากมีน้ำดื่มแบรนด์ของตัวเอง   

 



    “เราเริ่มต้นมาจากเล็กๆ ผลิตน้ำดื่มของตัวเองขาย จนกระทั่งมองเห็นลู่ทางรับจ้างผลิตน้ำดื่มให้กับองค์กรหน่วยงานต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนิยมทำกันมากขึ้น จากเริ่มต้นผลิตให้ไม่กี่แบรนด์ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจทำให้เราตัดสินใจขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรที่ทันสมัยมากขึ้น กระทั่ง ณ ปัจจุบันเรามีสัดส่วนการผลิตน้ำดื่มแบรนด์ตัวเองและรับจ้างผลิตแบรนด์น้ำดื่มให้กับองค์กรต่างๆ อยู่ที่ 50 : 50”


 


    โดยโรงงานผลิตน้ำดื่มนาร์วาฬใช้กรรมวิธีผลิตน้ำดื่มที่เรียกว่า Reverse Osmosis เป็นระบบกรองที่มีความละเอียดสูงมาก คุณภาพเทียบเท่ากับน้ำกลั่น จากนั้นผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอุลตราไวโอเลตและโอโซน จนได้เป็นน้ำดื่มที่บริสุทธิ์ปราศจากแร่ธาตุและสารปนเปื้อนใดๆ



    สิริวัฒก์เล่าว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้ามาติดต่อผลิตแบรนด์น้ำดื่มของตัวเอง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1.คนที่อยากทำธุรกิจจำหน่ายน้ำดื่มเลย จะมาจ้างผลิตเพื่อนำไปจัดจำหน่ายในแบรนด์ของตัวเอง 2.กลุ่มร้านอาหาร โรงเรียน หรือสหกรณ์ กลุ่มเหล่านี้เขามีการจำหน่ายน้ำดื่มอยู่แล้วซึ่งเป็นแบรนด์ต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด ก็อยากจะเปลี่ยนมาผลิตน้ำดื่มเป็นของตัวเอง เพราะแทนที่จะขายแบรนด์คนอื่น สู้มาขายสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเองดีกว่า ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยในการสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจหรือองค์กรควบคู่ไปด้วย และ 3.กลุ่มองค์กรที่จ้างผลิต เพื่อนำไปใช้ภายในองค์กรเอง หรือใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ 
 




    ทั้งนี้ ในมุมมองความคิดเห็นของสิริวัฒก์ เขามองว่า การสร้างแบรนด์น้ำดื่มของตัวเอง เพื่อนำมาส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจหรือองค์กรเป็นสิ่งที่คุ้มค่าน่าลงทุน เพราะน้ำเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใครๆ ก็ต้องกินต้องใช้ ในเมื่อต้องซื้อกินอยู่แล้ว การได้มีน้ำแบรนด์ของตัวเองด้วยก็น่าจะดี แต่สำหรับการจ้างผลิต เพื่อนำไปจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว เขามองว่าไม่น่าจะคุ้มค่า เนื่องจากมีต้นทุนผลิตที่สูงกว่า เพราะไม่ได้ผลิตด้วยตัวเอง อีกทั้งการแข่งขันธุรกิจน้ำดื่มในปัจจุบันก็สูงเพิ่มขึ้นทุกที

 


    “ผมเห็นด้วยสำหรับกลุ่มที่จ้างผลิต เพื่อนำไปเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร นำไปใช้แจกลูกค้า สนับสนุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมต่างๆ หรือ CSR เมื่อเรามีแบรนด์น้ำของตัวเอง เราก็สามารถส่งไปช่วยเหลือได้เลย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ไม่ต้องยุ่งยาก เสียเวลาในการแพ็กของ ติดป้ายชื่อบริษัท และน้ำก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้อยู่แล้ว หรืออย่างบางหน่วยงาน ร้านอาหาร โรงเรียน ที่ต้องซื้อหาน้ำเพื่อนำมาจัดจำหน่ายอยู่แล้ว หากจะผลิตแบรนด์น้ำดื่มของตัวเองออกมาขายก็น่าจะดี นอกจากได้ประชาสัมพันธ์แบรนด์ของตัวเองแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กๆ น้อยๆ เพราะผลิตเองยังไงต้นทุนก็ถูกกว่า แต่สำหรับกลุ่มที่จ้างผลิตแบรนด์ของตัวเอง และนำไปจัดจำหน่าย ผมมองว่าน่าจะเติบโตได้ยาก เพราะมีต้นทุนที่สูงกว่าแบรนด์น้ำดื่มที่ขายกันทั่วไป ดังนั้น กำไรคุณจะต่ำมาก อีกทั้งทุกวันนี้โรงงานผลิตน้ำดื่มมีเกิดขึ้นเยอะมาก และแต่ละแห่งก็มักมีแบรนด์ของตัวเอง ดังนั้น เขาจึงสามารถทำได้ถูกกว่า ยังไม่นับรวมการกระจายสินค้าที่มากพอ จึงจะสู้กับแบรนด์อื่นๆ ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากอยากผลิตน้ำดื่มแบรนด์ของตัวเอง ผมแนะนำให้สร้างโรงงานผลิตขนาดย่อมเหมือนกับในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง ก็มีแบรนด์น้ำดื่มของชุมชนตัวเอง”

 




    สำหรับขั้นตอนการรับจ้างผลิตน้ำดื่มภายใต้แบรนด์ของตัวเองนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ 1.การออกแบบและผลิตฉลาก 2.การผลิตน้ำดื่ม หลังจากมีการผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการดำเนินขอ อย.ให้ด้วย


    “เราเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการผลิตน้ำดื่ม แต่เราก็มีซัพพลายเออร์มืออาชีพรับออกแบบและผลิตฉลาก เมื่อลูกค้าได้ฉลากที่ต้องการแล้ว จึงจะไปสู่ขั้นตอนการผลิตน้ำดื่มและเลือกบรรจุภัณฑ์ พร้อมขอเลข อย.ให้ด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็น One Stop Service มาที่เดียวก็สามารถได้แบรนด์น้ำดื่มของตัวเองกลับไป” สิริวัฒก์กล่าวทิ้งท้าย


 



ค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำดื่มแบรนด์ของตัวเอง

    1. ค่าบล็อกฉลากแต่ละสี ประมาณบล็อกละ 3,500 บาท

    2. ฉลากผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำ 50,000-100,000 ชิ้น (คิดเป็นหน่วยสตางค์ตกชิ้นละประมาณ 10-20 สตางค์) 

    3. ค่าผลิตน้ำดื่ม ขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 300 โหลขึ้นไป (ราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบขวดและปริมาณการสั่ง)

    -  เพียง 30,000 บาทก็สามารถเริ่มต้นผลิตแบรนด์น้ำดื่มของตนเองได้ (คิดจากปริมาณต่ำสุดของทุกอย่าง)
    - ค่าบล็อกสีเดียว    3,500 บาท
    - ค่าพิมพ์ฉลาก        50,000 ชิ้น x 0.2 = 10,000 บาท
    - ค่าน้ำดื่ม 300 โหล (เฉลี่ยขวดละ 4 บาท) 3,600 x 4 = 14,400 บาท

    หมายเหตุ การคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่า หากมีทุนจำนวนหนึ่งก็สามารถเริ่มต้นผลิตแบรนด์น้ำดื่มของตนเองได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีการสั่งเพิ่ม เนื่องจากฉลากยังเหลืออีกจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับว่าผลิตน้ำออกมาในต้นทุนราคาโหลละ 100 บาทเลยทีเดียว

    - ไซส์น้ำดื่มที่องค์กรหน่วยงานนิยมนำมาใช้แจกลูกค้าหรือสร้างกิจกรรม คือ 350 ml. หากเป็นร้านอาหาร สหกรณ์ ที่สร้างแบรนด์ด้วยและจัดจำหน่ายด้วย ไซส์ที่นิยม คือ 500-600 ml.


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.narwhalws.com
โทร. 08-1559-9453



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี




RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เจาะกระบวนท่าท้าดวล ส่ง “อบอวล” สู้ศึกตลาดยาดม ปรุงกลิ่นหอมแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครจากมือแพทย์แผนไทยประยุกต์สุดล้ำ!

“อบอวล” แบรนด์ยาดมสุดชิค ที่กำเนิดจากความคิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ ไม่ใช่แค่สดชื่น แต่ต้องถึงกับร้องว่า “มีกลิ่นนี้ด้วยหรือฟะ!” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ “อบอวล” ที่มีอายุกว่า 3 ปี โดดเด่นไม่แพ้ใคร..ลองไปกะเทาะดูเนื้อในของธุรกิจกัน

ทำไม Live Exchange จึงเป็นตลาดทุนที่ SME อยากโตต้องรู้จัก ฟัง ประพันธ์ เจริญประวัติ

พูดคุยกับบ "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI และ Live Exchange ที่จะบอกเล่าว่าทำไม การระดมทุนคือกลไกสำคัญที่จะพา SME ไปสู่ความสำเร็จ และ Live Exchange คือบันไดขั้นแรกที่ SME ทุกขนาดต้องรู้จัก

 The 3rd daughter วาดฝันให้เป็นจริง จากสติกเกอร์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนกว่า 10 ปี

ชวนไปดูเส้นทางการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในศิลปะจนพัฒนาแบรนด์ The 3rd daughter เข้าไปอยู่ในชีวิตของใครหลายคนผ่านสารพัดของกระจุกกระจิกที่แสนน่ารักมาได้มากกว่า 10 ปี! ของตาต้า-ลดาพร ทรัพย์ภคกุล