Bizchair.com เศรษฐีเก้าอี้ออนไลน์ จากร้อยสู่ล้าน









Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    “ผู้ที่มองเห็นโอกาสก่อนย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ” 

    คำพูดนี้สะท้อนความสำเร็จของคนทำธุรกิจวิสัยทัศน์ไกลที่มองเห็นโอกาสแล้วลงมือทำก่อนใครอื่น คนเหล่านี้มักมีแต้มต่อเหนือกว่าคู่แข่ง ฌอน เบลนิค ชายหนุ่มวัย 29 ปีจากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในนั้น ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนที่ฌอนยังเป็นนักเรียนเกรด 9 (ม.3) ในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันมัวสนใจเกมกีฬาเบสบอส หรือวิดีโอเกม ฌอนกลับมุ่งมั่นกับการหารายได้ ไม่ว่าจะรับจ้างตัดหญ้า แจกโบรชัวร์ และรับไพ่โปเกมอนมาในราคาถูกแล้วนำไปโพสต์ขายบนอีเบย์ทำกำไร

 
    จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่งคั่งมาจากช่วงปิดภาคฤดูร้อน ฌอนได้มีโอกาสติดตามแกรี่ เกลเซอร์ พ่อเลี้ยงซึ่งเป็นเซลส์ให้กับโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายแห่งไปดูการทำงาน เมื่อเห็นขั้นตอนการซื้อ-ขายสินค้า ฌอนก็กลับมาครุ่นคิด โดยทั่วไปลูกค้าต้องเดินทางไปที่ร้านเพื่อเลือกสินค้าที่ต้องการ จากนั้นทางร้านจะนำออร์เดอร์ลูกค้ามาแจ้งที่โรงงานเพื่อให้โรงงานจัดส่งให้ ฌอนมองว่ามันสามารถลัดขั้นตอนได้ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านจอคอมพ์โดยไม่ต้องเสียเวลาแวะมาที่ร้าน


    ในยุค 10 กว่าปีก่อน เป็นช่วงที่ธุรกิจดอทคอมกำลังฟักตัว การซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์เป็นอะไรที่ยังใหม่ ฌอนซึ่งได้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 10 ขวบ ศึกษาเรื่องการสร้างเว็บไซต์มาระยะหนึ่งแล้ว เขาจึงปรึกษาพ่อเลี้ยงว่าอยากทำเว็บไซต์จำหน่ายเก้าอี้ ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ ธุรกิจภายใต้ชื่อ Bizchair.com ก็ถือกำเนิดในห้องนอนของเด็กชายวัย 14 ปีด้วยเงินลงทุน 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ


    ฌอนใช้เครดิตของพ่อเลี้ยงส่งออร์เดอร์ลูกค้าให้โรงงานโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้สินค้ามีราคาถูก คอนเซ็ปต์ของเขาคือ การขายเก้าอี้สำนักงานอย่างเดียวเท่านั้น รูปแบบการทำธุรกิจคือไม่มีการสต๊อกสินค้า ไม่ต้องดีลกับลูกค้าแบบตัวต่อตัว แค่เอาแค็ตตาล็อกจากโรงงานมาโพสต์ลงเว็บไซต์ เมื่อรับออร์เดอร์จากลูกค้า ก็มีหน้าที่ส่งต่อออร์เดอร์นั้นให้โรงงาน ทางโรงงานจะจัดส่งสินค้าถึงลูกค้าเอง เป็นการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ


    ฌอนใช้เวลาช่วงหลังเลิกเรียนและช่วงปิดเทอมรับออร์เดอร์จากลูกค้า จากเก้าอี้สำนักงานไม่กี่ตัว ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบทะลุทะลวง สามปีหลังดำเนินธุรกิจ Bizchair.com เติบโตแบบก้าวกระโดด ทำยอดขายเก้าอี้กว่า 40,000 ตัวและมีลูกค้าเกินครึ่งล้านราย จากที่ทำงานกัน 3 คน คือตัวฌอน แม่ของเขา และพ่อเลี้ยง บริษัทต้องจ้างพนักงาน 165 คนและสร้างโกดังเก็บสินค้าพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร รายได้บริษัทในช่วงแรกอยู่ที่ 10 กว่าล้านดอลลาร์ฯ ก่อนเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทุกปี พร้อมกับพื้นที่โกดังเก็บสินค้าก็ถูกขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


    วัยรุ่นหลายคนเมื่อสามารถทำเงินจนพลิกสถานะเป็นเศรษฐีได้ มักละทิ้งการเรียนแล้วหันมาเอาดีด้านธุรกิจ แต่ฌอนไม่คิดเช่นนั้น เขาเป็นคนประเภทกระหายความรู้ตลอดเวลา มองว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไม่ได้จบลงแค่นั้น แต่เป็นอะไรที่เพิ่งเริ่มต้นต่างหาก ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขายังไม่รู้ เช่น การทำบัญชี การอ่านงบดุลบัญชี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ฌอนจึงรามือจากธุรกิจแล้วให้พ่อเลี้ยงดูแลบริษัทแทน เพื่อที่เขาจะได้เข้าเรียนคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยอีมอรีย์


    หลังจบการศึกษาในปี พ.ศ.2552 ฌอนกลับมานั่งเก้าอี้ CEO บริหาร Bizchair.com อย่างเต็มกำลัง ตลอด 4-5 ปีที่เขาวางใจให้แกรี่ พ่อเลี้ยงของเขากุมบังเหียนบริษัท ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมออยู่แล้ว และในช่วงที่ฌอนกลับมาแตะมือกับพ่อเลี้ยงนั้น เขาสามารถดันยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 58 ล้านดอลลาร์ฯ โดยใช้กลยุทธ์ขยายไลน์สินค้าจากเก้าอี้สำนักงานทุกแบบ ไปยังโต๊ะทำงาน โต๊ะประชุม เฟอร์นิเจอร์สำหรับร้านอาหาร โรงเรียน และโบสถ์ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ 


    การขยายไลน์สินค้านี่เองที่ทำให้ต้องสร้างโกดังเพิ่มเพื่อสต๊อกสินค้า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่สต๊อกเป็นสินค้าขายดี และสินค้าลดราคาจากโรงงาน ซึ่งเกินครึ่งของออร์เดอร์เป็นรายการสั่งซื้อสินค้าที่สต๊อกไว้นี่เอง อีกกลยุทธ์หนึ่งที่ฌอนนำมาใช้เพื่อสยบคู่แข่งหน้าใหม่คือบริการส่งสินค้าฟรี และรับประกันสินค้า 60 วัน หากไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน นอกจากนั้น ฌอนยังมองหาคู่ค้าที่เป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในเอเชียมาเสริมทัพร่วมกับโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลายขึ้น
 

    “ธุรกิจเติบโตขึ้นเท่าไร ผมก็ยิ่งได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน ผมเชื่อในเรื่องการเติบโตที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องปรับตลอดเวลาเพื่อรับการแข่งขันที่สูงขึ้น” CEO หนุ่มกล่าว Bizchair.com ถือเป็นรายแรกๆ ที่บุกเบิกตลาดเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์สหรัฐฯ และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีส่วนแบ่งชิ้นใหญ่ในตลาดแห่งนี้ ลูกค้าของ Bizchair.com มีตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงองค์กรใหญ่ เช่น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บริษัทไมโครซอฟท์ บริษัทกูเกิล เป็นต้น 


    ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่  Bizchair.com ตั้งอยู่ที่เมืองแคนตัน รัฐจอร์เจีย พร้อมโกดังพื้นที่เกือบ 1 ล้านตารางฟุต ยังไม่นับรวมโกดังอีกแห่งในเมืองรีโน รัฐเนวาดา จากเงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์ฯ ของเด็กอายุ 14 ปี ณ ขณะนี้มูลค่าบริษัทเพิ่มมาอยู่ที่ 72 ล้านดอลลาร์ฯ Bizchair.com ยังได้รับการจัดอันดับมากมาย เช่น 1 ใน 500 บริษัทที่เติบโตเร็วสุด ผู้ค้าปลีกทางออนไลน์ที่โตเร็วสุด และท็อป 100 บริษัทค้าปลีก 


    ในการทำธุรกิจ อาจมีบ้างที่โชคเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ นั่นหมายถึงการต้องทำงานหนัก “โชคมีส่วนนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้ว ความสำเร็จเกิดจากหลายปัจจัยรวมถึงการมีสัญชาตญาณในการเป็นผู้นำ การดำเนินกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ สินค้า และบริการต้องเป็นที่พึงใจลูกค้า


   สำหรับคนที่เริ่มทำธุรกิจ อย่ากลัวเรื่องความเสี่ยง มันเป็นธุรกิจของคุณ และคุณก็มีเวลาทั้งชีวิตที่จะทำมันให้สำเร็จ ขอเพียงวางแผนให้ดีและอย่าเสี่ยงแบบประมาท ที่สำคัญควรมีแผนสำรองไว้เสมอในกรณีที่เกิดความผิดพลาดขึ้น”
เป็นคำแนะนำทิ้งท้ายของฌอน เบลนิค CEO หนุ่มผู้ร่ำรวยจากการขายเก้าอี้ออนไลน์

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เจาะกระบวนท่าท้าดวล ส่ง “อบอวล” สู้ศึกตลาดยาดม ปรุงกลิ่นหอมแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครจากมือแพทย์แผนไทยประยุกต์สุดล้ำ!

“อบอวล” แบรนด์ยาดมสุดชิค ที่กำเนิดจากความคิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ ไม่ใช่แค่สดชื่น แต่ต้องถึงกับร้องว่า “มีกลิ่นนี้ด้วยหรือฟะ!” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ “อบอวล” ที่มีอายุกว่า 3 ปี โดดเด่นไม่แพ้ใคร..ลองไปกะเทาะดูเนื้อในของธุรกิจกัน

ทำไม Live Exchange จึงเป็นตลาดทุนที่ SME อยากโตต้องรู้จัก ฟัง ประพันธ์ เจริญประวัติ

พูดคุยกับบ "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI และ Live Exchange ที่จะบอกเล่าว่าทำไม การระดมทุนคือกลไกสำคัญที่จะพา SME ไปสู่ความสำเร็จ และ Live Exchange คือบันไดขั้นแรกที่ SME ทุกขนาดต้องรู้จัก

 The 3rd daughter วาดฝันให้เป็นจริง จากสติกเกอร์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนกว่า 10 ปี

ชวนไปดูเส้นทางการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในศิลปะจนพัฒนาแบรนด์ The 3rd daughter เข้าไปอยู่ในชีวิตของใครหลายคนผ่านสารพัดของกระจุกกระจิกที่แสนน่ารักมาได้มากกว่า 10 ปี! ของตาต้า-ลดาพร ทรัพย์ภคกุล