​ถอดกรณีศึกษา ‘มุราคามิ’ ทำตามกระแส ใช่ว่าจะสำเร็จทุกราย

by SME Thailand 29 กย. 2018
Share:




 
               
     ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่าน เราจะเห็นกระแสข่าวของเจ้าเข็มกลัดดอกไม้หลากสี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘มุราคามิ’ เบ่งบานอยู่เต็มโลกโซเซียลมีเดีย และสื่อออนไลน์ต่างๆ เต็มไปหมด ตั้งแต่ค้นหาต้นตอถึงที่มาที่ไป การพิสูจน์อัตลักษณ์อันไหนของจริง อันไหนของเก๊ ไปจนถึงการนำไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ เพื่อให้ล้อไปกับกระแส ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสินค้าที่ทำออกมาเหล่านั้นจะสามารถขายได้ดีเหมือนกับสินค้าต้นฉบับ แค่รูปร่างหน้าตาเหมือนแล้วจะสามารถขายได้จริงหรือ ความจริงแล้วการทำสินค้าออกมาขายตามกระแสนิยมหรือการดำเนินรอยตามความสำเร็จของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง จะสามารถทำให้ประสบความสำเร็จเหมือนกันได้หรือไม่ วันนี้เรามีความคิดเห็นจากกูรูนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชื่อดังในแวดวง SME อย่าง เอ - อนุชิต ปัญญาวัชระ Director of New Possibilities แห่งยินดีดีไซน์ มาบอกเล่าให้ฟัง
 
               
     “ที่มันเกิดเป็นกระแสดังขึ้นมาได้ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนที่คิดขึ้นมา คือ ศิลปินดังชาวญี่ปุ่น ชื่อ ‘ทาคาชิ มุราคามิ’ ซึ่งโด่งดังมากในแวดวง Pop Art ของญี่ปุ่น จนเคยทำผลงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายแบรนด์ด้วยกัน แต่ไม่ใช่ว่าศิลปินท่านอื่นลองนำงานศิลปะมาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วจะดังเหมือนท่านนี้ ก็ไม่ใช่ ผมมองว่าการจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง และได้รับการตอบรับที่ดี บางครั้งก็ไม่มีทฤษฏีตายตัวขึ้นอยู่กับจังหวะ เวลา และโอกาสที่ลงตัวด้วย การผลิตสินค้าก็เช่นกัน ไม่ได้หมายความว่าการที่แบรนด์หนึ่งประสบความสำเร็จ แล้วเราลองไปทำตามในวิธีเดียวกัน เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น กระเป๋ายี่ห้อ Freitag ที่เอาผ้าใบรถบรรทุกมาทำเป็นกระเป๋าแล้วโด่งดังไปทั่วโลก บ้านเราก็มีสินค้าประเภทใกล้เคียงกัน แต่เอายางรถยนต์มาทำ ถามว่าดังไหม ก็ดังระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ดังระดับโลกเหมือน Freitag จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นแค่สถิติ และความน่าจะเป็นที่บอกว่าหากเราลองทำวิธีใกล้เคียงกับแบบนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าจะคล้ายคลึงกัน แต่ความจริงแล้วไม่มีใครสามารถการันตีได้ทั้งหมด
          

   
  
     สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำ คือ ทำให้ดีที่สุดใน ‘วิถี’ ที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ ‘วิธี’ ที่ควรจะทำ เพราะในความเป็นวิถีของแต่ละแบรนด์ แต่ละสินค้าย่อมมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป ต่อให้ทำวิธีเดียวกัน แต่คนละวิถีกัน ก็ไม่สามารถสำเร็จได้เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ เราควรดำเนินไปตามวิถีที่ควรจะเป็นมากกว่า ไม่ต้องเลียนแบบใคร ดูสิ่งที่เหมาะกับเรา สิ่งที่เป็นเรามากกว่า อย่างตัวดอกไม้นี้ถ้าอาจารย์เฉลิมชัยมาทำ ผมว่าผลลัพธ์ก็ได้ออกมาก็ไม่เท่านี้ เพราะมันไม่ใช่วิถีของท่าน แต่สำหรับทาคาชิ มุราคามิ นี่คือ วิถีของเขา ตัวตนเขาเป็นแบบนี้ จึงได้รับความนิยมเช่นนี้”
               

     สิ่งที่กูรูนักออกแบบกล่าว จึงน่าจะพอสรุปได้ว่า การทำอะไรตามกระแสหรือค่านิยมที่เกิดขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะสามารถสำเร็จได้เหมือนกันทุกราย สิ่งที่ควรทำ คือ การลงมือทำให้ดีที่สุดในรูปแบบที่เหมาะสมและความถนัดของตัวเอง ซึ่งนอกจากความคิดเห็นของการทำสินค้าออกมาขายตามกระแสนิยมแล้ว คุณเอยังได้วิเคราะห์กระแสความแรงของดอกมุราคามิที่เกิดขึ้นไว้ในมุมมองของนักออกแบบด้วยว่า
               




     “ผมมองว่ากระแสความโด่งดังของดอกมุราคามิที่เกิดขึ้นในบ้านเรา เกิดขึ้นจากการลอกเลียนแบบ ความจริงผลงานชิ้นนี้มีผลิตออกมานานแล้ว แต่พอมีคนดังนำมาใช้ ก็มีคนอยากใช้ตามบ้าง แต่ด้วยความที่นำมาราคาสูง จึงทำให้เกิดการลอกเลียนแบบสินค้าขึ้นมา ซึ่งเป็นจุด training point ของเรื่องนี้เลย ว่าดอกไม้อะไรทำไมถึงได้ราคาแพงจัง ก็เลยมีคนทำของก๊อปออกมาขาย แต่ขนาดก๊อปแล้วก็ยัง 200 - 300 บาท ก็ทำให้คนยิ่งเกิดความสงสัยว่า จริงๆ แล้วดอกไม้แบบนี้ถ้าซื้อที่สำเพ็งแค่โหลละ 20-30 ก็ได้มั้ง จึงทำให้เกิดการอยากรู้ จนไปสืบเสาะหาที่มาของต้นตอว่าดอกไม้อันนี้เกิดขึ้นยังไง ใครเป็นคนทำ และทำขึ้นเพราะอะไร คือ มันสร้างให้เกิดความสงสัย จนย้อนกลับไปถึงที่มาของเรื่อง จนทำให้คนรู้จักกับดอกมุราคามิ และศิลปินท่านนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งพอได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปอันแท้จริงมากขึ้น สินค้าที่ทำออกมาเลียนแบบ ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่ลูกค้าต้องการแล้ว เพราะคุณค่าที่ได้มันแตกต่างกัน”กูรูนักออกแบบกล่าวทิ้งท้าย



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​Just Say No…Say Goodbye ปฏิเสธยังไง? ให้บัวไม่ช้ำ น้ำก็ไม่ขุ่น

ในการทำธุรกิจหลายคนอาจประสบกับปัญหาที่เรียกว่า "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" อยากจะปฏิเสธออกไป แต่ก็ไม่กล้าพอ จนทำให้เกิดผลเสียกลับมาสู่ตัวเอง แ..

by SME Thailand| 13 ธค. 2018

​​เอไอเอ ไวทัลลิตี้ เวอร์ชวล รัน 2018 มอบเงินสนับสนุน 4 แสนบาท ส่งต่อสุขภาพดีผ่าน Oxfam

เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินสนับสนุนมูลนิธิ Oxfam จำนวน 400,000 บาท จากกิจกรรม เอไอเอ ไวทัลลิตี้ เวอร์ชวล รัน 2018 ผ่านคณะนักวิ่งจากเอไอเอ ประเทศไทย ที่..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​เช็คอิน 5 ฟาร์มสเตย์เมืองกรุง

อยากเที่ยวสวน เที่ยวฟาร์ม เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัดแล้ว ใกล้ๆ แค่กรุงเทพฯ เรานี่แหละ มีที่ให้เที่ยวเยอะเลย โดยเฉพาะ 5 ฟาร์มสเตย์นี้ น่าไปเ..

by SME Thailand| 27 พย. 2018