​จริงหรือ? กระเป๋ากางเกงยีนส์ คือสัญลักษณ์ของความไม่เท่าเทียมทางเพศ

by SME Thailand 23 กย. 2018
Share:




 

     กางเกงยีนส์เป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนมี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แต่หลายครั้งที่เรากลับพบว่ากระเป๋ากางเกงยีนส์ของสาวๆ นั้นกลับไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร บ้างเล็กไป บ้างเป็นแค่ลายดีไซน์ที่ไม่สามารถใส่ของได้จริง ต่างจากฝั่งหนุ่มๆที่ดูจะมีประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ซึ่งหากมองผิวเผินอาจเป็นเรื่องเล็กๆ แต่กลับมีคนอีกไม่น้อยที่เห็นว่านี่แหละคือความไม่เท่าเทียมกันทางเพศที่แฝงอยู่


     และเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันตรงนี้ ทาง The Pudding เว็บไซต์นำเสนอข้อมูลซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคมนำโดย Jan Diehm และ Amber Thomas ได้ทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบขนาดของกระเป๋ากางเกงยีนส์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายจาก 20 แบรนด์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยวัดจากกางเกง 80 ตัวที่มีขนาดเอว 32 นิ้วทั้งหมด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นว่า โดยเฉลี่ยกระเป๋าของผู้หญิงนั้นจะสั้นกว่าของผู้ชายถึง 48 เปอร์เซ็นต์ และแคบกว่า 6.5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงทำให้มีพื้นที่ใช้งานได้น้อยกว่านั่นเอง
 

Cr: The Pudding
 

     โดยมีกระเป๋ากางเกงของสาวๆ เพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถใส่ iPhone X 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับ Samsung Galaxy และแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถใส่ Google Pixel ได้ ในขณะที่กระเป๋าของหนุ่มๆนั้นสามารถใส่โทรศัพท์แบรนด์ดังเหล่านี้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ 95 เปอร์เซ็นต์และ 85 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ


     นอกจากนี้ กางเกงยีนส์ของผู้หญิงราว 60 เปอร์เซ็นต์ยังไม่สามารถใส่กระเป๋าสตางค์ขนาดทั่วไปได้ต่างจากฝั่งผู้ชายที่สามารถใส่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งมีกระเป๋ากางเกงของผู้หญิงเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการล้วงมือลงมาของสาวๆและแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มือของผู้ชายจะยัดลงมาได้ ต่างจากฝั่งของกระเป๋ากางเกงผู้ชายที่ไม่ว่าจะเป็นมือของหญิงหรือชายก็สามารถทำการล้วงกระเป๋าได้แบบสบายๆถึง 100 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างการเปรียบเทียบใส่สิ่งของลงไปในกระเป๋ากางเกง พบว่า ปากกาดูจะเป็นของที่เหมาะกับทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย โดยพื้นที่กระเป๋าของสาวๆนั้นสามารถใส่เจ้าของชิ้นนี้ได้ถึง 98 เปอร์เซ็นต์และแน่นอนว่าของผู้ชายก็ต้องใส่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน  


     แม้ว่าความไม่สะดวกของการใส่ของลงในกระเป๋ากางเกงไม่ได้นั้นดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรแต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้หญิงต้องเผชิญมาหลายศตวรรษ จนมีครั้งหนึ่งที่ดีไซเนอร์ชื่อดังของวงการแฟชั่นอย่าง Christian Dior ถึงกับเอ่ยว่า “ผู้ชายมีกระเป๋าไว้ใส่ของ ส่วนผู้หญิงนั้นมีไว้แค่ตกแต่งเพื่อความสวยงาม”


     สำหรับผู้หญิงประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเสมอภาค เพราะกระเป๋ากางเกงนั้นถูกซ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวต่างจากกระเป๋าถือทั่วไปที่ถือไปไหนมาไหนได้ ซึ่งการถูกจำกัดพื้นที่ในการใส่ของและต้องใช้กระเป๋าอย่างอื่นแทนทำให้เกิดไม่ความสะดวกและไม่คล่องตัวในการเดินทางหรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เท่ากับว่าเป็นการถูกตีกรอบและควบคุมอิสระอีกรูปแบบหนึ่ง และนี่อาจเป็นอีกโอกาสที่จะสะท้อนให้คนทำแบรนด์เสื้อผ้าได้เห็นถึงความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสตรีที่นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี    
 
 
 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​ละลายไปกับ (บาง) มุมซ่อนเร้นของสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี แดนดินแห่งความอุดมสมบูรณ์บนพื้นที่ราบภาคกลาง ซึ่งมักได้รับคำกล่าวขานถึงความเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ทั้งยังสืบสานความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต..

by SME Thailand| 13 ตค. 2018

​กินเจ เจไม่แตก 7 เมนูเด็ด @ เยาวราช

ถ้าพูดถึงแหล่งขายอาหารเจที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นถนนเยาวราช เราจึงไม่พลาดที่จะไปเกาะติดความอร่อยจาก 7 เมนูเจสุดฮอตที่มีทั้งแบบคลาสสิกด..

by SME Thailand| 09 ตค. 2018

​​เกาะช้าง (อีก) บางมุม

เกาะช้าง อาจไม่ได้มีดีแค่สายลม แสงแดด และหาดทรายเท่านั้น ความเขียวขจีของป่า ยังคงกลมกลืนแถมเป็นไปด้วยดีจากชุมชนวิถีชีวิตชาวประมง และคนในพื้นที่หรือเ..

by SME Thailand| 30 กย. 2018