ถ้าวันหนึ่งหายใจไม่ออก ลองแวะมาที่นี่…พัทลุง

by SME Thailand 24 มิย. 2018
Share:






     การนั่งเรือล่องไปตามสายน้ำจากปากประไปยังคลองลาโพ ชมวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำทะเลน้อย เจ้ายอขนาดใหญ่ถูกปล่อยจมลงและถูกยกขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเต็มไปด้วยความหวัง ขณะที่ฉากหลังคือพื้นน้ำ และท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปตามจังหวะของแสงอีกเสน่ห์ชวนรื่นรมย์…



     

     พื้นที่ส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา จากเดิมเคยเป็นป่าเสม็ดผืนใหญ่ แหล่งรวมความหลากหลายทั้งพันธุ์พืชและสัตว์หลายร้อยสายพันธุ์ต่อมาถูกยกระดับสู่พื้นที่ชุ่มน้ำทำให้ชื่อเสียงของทะเลน้อยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาแรมซาร์และมีการเสนอพรุควนขี้เสียน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของเมืองไทย ให้เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติเป็นที่รู้กันดีในแวดวงของนักอนุรักษ์ ทว่ามากไปกว่านั้น ตรงรอยต่อพัทลุง-สงขลา-นครศรีธรรมราช ที่นี่ยังมีพรุหญ้าราโพ บ้านของนกน้ำและสัตว์ป่านานาชนิดอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ





    ขณะที่วิถีชีวิตของบรรดาควายน้ำซึ่งเลี้ยงกันมายาวนานหลายชั่วอายุคนจากสภาพทางภูมิศาสตร์ ทำให้เจ้าทุยฝูงใหญ่รู้จักปรับตัวในการดำรงชีวิตออกหากินในฤดูน้ำหลากด้วยการว่ายน้ำ ก่อนดำดิ่งลงไปกินพืชใต้น้ำได้อย่างคล่องแคล่วในผืนทะเลกว้าง ความน่ารักและมหัศจรรย์ของควายน้ำ จึงกลายเป็นไฮไลต์สำคัญในเขตนี้ที่นักท่องเที่ยวคนต่างถิ่นใครไปใครมาก็อยากเห็น
 




     “อากาศ น้ำ ต้นไม้ มันสำคัญ เราน่าจะให้เครดิตมันเยอะๆ ถ้าวันหนึ่งหายใจไม่ออก ความฝันคุณจะเหลือมั้ย”
คำพูดของ หนุ่ม-สุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ ผู้มีทะเลน้อยเป็นทั้งบ้านและที่ทำงาน เจ้าของที่พัก   WetlandCamp รีสอร์ตแห่งแรกๆ เปิดประเด็นชวนให้คิด หรือเพราะการถอยหลังกลับไปสู่ความดั้งเดิมยังคงน่าดึงดูดอยู่เสมอ


     คนที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงจับปลาลูกเบร่ประจำถิ่น (ปลาตัวเล็กๆ ที่ได้จากการยกยอ) สร้างรายได้ให้ชาวบ้านไม่น้อยเลย บางคนหาได้สูงสุดถึงวันละ 10,000 บาท ส่วนอาชีพรับจ้างขับเรือก็ทำรายได้ดีไม่แพ้กัน ทุกวันนี้มีเรือกว่า 30 ลำ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พาล่องไปชมไฮไลต์สำคัญๆ ราวกับนี่คือโชว์จากม่านหลังเวที “ยอยักษ์ ตักตะวัน ทะเลน้อย นกอพยพ ควายน้ำ ต้นลำพู…” แตกต่างก็ตรงที่โชว์แต่ละวัน แทบจะไม่เหมือนกันเลย เพราะมันคือศิลปะจากธรรมชาติ





     อีกเช่นกันหากปฏิเสธไม่ได้ว่า…ทุกวันนี้ปากประกำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ไหลทะลักล้นมาจากหาดใหญ่ เริ่มมีที่พักอิงแอบแนบชิดธรรมชาติขึ้นใหม่อีกหลายแห่ง ขณะที่ตลาดใต้ต้นลำพู อีกหนึ่งโปรเจกต์คุณหนุ่มกำลังจะผุดขึ้น

              
 

     “ไม่รู้มันจะดิบพอมั้ยแต่ก็หวังให้เป็นตลาดค้าขายที่ไม่ปรุงแต่งไม่มีจริต ราวๆ ต้นกุมภาพันธ์ปีนี้ก็น่าจะเปิดเป็นทางการ” ความน่ารักของโครงสร้างตลาดธรรมชาติขึ้นโครงหลังคาด้วยใบสิเหรง (พืชประจำถิ่นลักษณะคล้ายใบจาก) ตรงท่าเรือคลองปากประ หวังใจให้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายชวนนักท่องเที่ยวมาแวะเวียนภายใต้คอนเซปต์ ตลาดออร์แกนิก ใครชอบเดินตลาด ต้องชอบแน่ๆ น่ารักในแบบบ้านๆ





     แต่ทว่า…หากคุณอยากได้ความไม่สมบูรณ์แบบ หลาดใต้โหนด น่าจะตอบโจทย์นั้น ที่นาผืนเก่าเนื้อที่มากกว่า 6 ไร่แปลงนี้ มีต้นตาลโตนดยืนต้นอยู่ทั่วพื้นที่ ภูมิลักษณะเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไป ในย่านเกษตรกรรมบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของปักษ์ใต้บ้านเรา นอกจากเป็นตลาดมีชีวิตงานหัตถกรรม พืช ผัก ข้าว หญ้า ขนมโบราณพื้นบ้านที่ไม่ค่อยเห็นในเมือง เช่น ขนมกลอย ขนมหม้อข้าวหม้อแกงลิง หรือขนมลำปำ เกิดจากภูมิปัญญาหมักแป้งข้าวเจ้าด้วยน้ำผึ้งโหนด ทิ้งไว้เพื่อให้ขนมฟู หยอดใส่ถ้วยตะไลแล้วเอาไปนึ่ง เหล่านี้หากินได้ในราคา 5 บาท 10 บาท ทั้งถูกและอร่อย





     ไม่เพียงเท่านั้นนาร้างผืนนี้ยังเป็นเวทีการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งเป็นสถานที่สร้างสรรค์ผลงานของศิลปินเพลงเพื่อชีวิตภาคใต้ เป็นฐานที่มั่นของคณะใต้สวรรค์บันเทิงศิลป์ มี นิยุติ สงสมพันธุ์ เป็นนายคณะวงดนตรี โดยวงนี้เคยทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม เดินทางไปแสดงให้เพื่อนบ้านอาเซียน รับชมมาแล้วหลายประเทศ สำหรับที่มาที่ไปของหลาดใต้โหนด ก่อร่างขึ้นภายใต้ชื่อโครงการตลาดท้องถิ่น กินดี มีสุข บ้านนักเขียน กนกพงศ์ มีแนวคิด และเจตนารมณ์เพื่อเป็นสื่อกลางในการจัดกระบวนการเรียนรู้ และเผยแพร่วิถีวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่นอันสอดคล้องไปกับภูมินิเวศน์ ป่า นา เล และฤดูกาล พื้นที่จังหวัดพัทลุงมีการจัดหลักสูตรสอนการทำอาหารพื้นบ้าน สำหรับบุคคลทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรม ป่า นา เล จังหวัดพัทลุง เปิดอบรมหลักสูตรอาหารพื้นบ้าน และงานผ้าสีธรรมชาติ นอกจากนี้ ที่นี่เป็นตลาดกลางในการรวบรวมผลผลิตด้านพืชผัก ผลไม้ปลอดสารเคมี จากกลุ่มชุมชนในพื้นที่เครือข่ายกินดี มีสุข และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล และกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปด้วย ภายใต้คอนเซปต์ “ของใช้ ของกิน งานศิลป์บ้าน บ้าน”





     ปิดท้ายกับ สวนไผ่ขวัญใจ อีกหนึ่งต้นแบบในการปลูกไผ่ของพัทลุงและพื้นที่ภาคใต้ โดย ขวัญใจ กลับสุกใส เจ้าของสวนไผ่ ผู้ลงทุนทำสวนไผ่ มาเป็นหลาย 10 ปี จำนวน 15 ไร่ เพราะต้นไผ่เป็นทั้งอาหาร แปรรูปเป็นเครื่องนุ่งห่ม ทำอาคารบ้านเรือน ฟาร์มไก่ รั้ว นั่งร้าน ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้ง และสายพันธุ์ซางหม่น ปัจจุบันมีการเปิดให้เป็นสวนไผ่เพื่อการท่องเที่ยว สนับสนุนร้านค้าภายในให้เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ มีการแสดงจากเด็กนักเรียนการแสดง พื้นบ้านและงานหัตถศิลป์ จากพืชท้องถิ่นรอบตัวทั้งไผ่ กระจูด ใบจาก ฯลฯ
ไม่น่าเชื่อเสน่ห์ในความบ้านๆ ชักชวนเราเสพย์การปรุงแต่งน้อยๆ จับจ่ายของซื้อของขายในราคาย่อมเยาแต่มีคุณภาพแถมด้วยรอยยิ้มอันจริงใจ แค่นี้…ก็สุขใจแล้ว






www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เช็คอิน “ปราจีนบุรี” กิน...เที่ยวเส้นทางเมืองสมุนไพร

ปราจีนบุรี นับเป็น 1 ใน 4 เมืองที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นเมืองแห่งสมุนไพรไทย มาติดตาม 3 จุดเช็คอินเส้นทางสมุนไพร เริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก ผลิตแปรร..

by SME Thailand| 20 กค. 2018

​ลัดเลาะตลาดเก่า เที่ยว "ชากแง้ว" ไชน่าทาวน์พัทยา

ถ้าว่ากรุงเทพฯ มี ‘เยาวราช’ เป็นไชน่าทาวน์ พัทยาก็มี ‘ชากแง้ว’ เป็นไชน่าทาวน์ขนาดย่อมๆ เช่นกัน ที่เป็นแหล่งรวบของกินอร่อยสารพัด ไปจนถึงบรรยากาศที่คล..

by SME Thailand| 18 กค. 2018

​​ดื่มน้ำตอนไหนดีที่สุด?

น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ ทุกวันเราต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ช่วงเวลาไหนที่เราควรดื่มน้ำ เพื่อช่วยให้ระ..

by SME Thailand| 14 กค. 2018