11 หนังสือดีที่ “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีอัจฉริยะแนะนำให้อ่าน

by SME Thailand 03 พค. 2018
Share:



 
 
     มีคำกล่าวที่ว่าเราจะทราบตัวตนของคน ๆ หนึ่งได้นั้น สามารถดูจากหนังสือที่เขาอ่านเพราะมันจะสะท้อนบุคลิกและความคิดของคนๆ นั้นเป็นอย่างดี ในวงการเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 นาทีนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก “อีลอน มัสก์” นักธุรกิจเจ้าของฉายา Iron Man ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ รถไฟฟ้า ยานอวกาศ และระบบขนส่ง hyperloop ผ่านท่อสุญญากาศ หรือกระทั่งโครงการในฝันย้ายมนุษย์ไปอยู่บนดาวอังคาร ถือเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้
 

     มัสก์ถือเป็นหนอนหนังสือตัวยง ตอนอายุ 7 ขวบเขาใช้เวลาอ่านหนังสือวันละ 10 ชั่วโมง อายุ 8 ขวบอ่านหนังสือหมดทุกเล่มทั้งห้องสมุด เขาบอกเองเลยว่าการอ่านหนังสือตั้งแต่นวนิยายแฟนตาซีมหากาพย์ไตรภาคอย่าง “Lord of the Rings” ไปจนถึงหนังสือฮาว-ทูที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการสร้างยานอวกาศเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักมัสก์ผ่านหนังสือที่เขาอ่าน และเป็นหนังสือ 11 เล่มที่เขาแนะนำว่าทุกคนควรอ่าน
 

     1. "The Lord of the Rings" โดยเจ.อาร์.อาร์ โทลคีน ตอนยังเล็ก การเป็นเด็กขี้เหงาทำให้เขาชอบอ่านหนังสือโปรดปรานสุดก็แนวแฟนตาซีและแนวจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ (ไซ-ไฟ) หนังสือเหล่านี้โดยเฉพาะ The Lord of the Rings ได้หล่อหลอมวิสัยทัศน์ของตัวเขาในอนาคต “บรรดาฮีโร่ในหนังสือที่ผมอ่านมักเป็นฮีโร่ที่มีภารกิจกอบกู้โลก” และนี่คงเป็นแรงบันดาลใจในการผุดโครงการอพยพชาวโลกไปดาวอังคาร
 

     2. "The Hitchhiker's Guide to the Galaxy" โดยดั๊กลาส อดัมส์ เป็นการ์ตูนแนวไซ-ไฟที่เขาอ่านตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น หนังสือเล่มนี้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความคิดของเขา ทำให้เขาหลงใหลเกี่ยวกับอวกาศ เมื่อครั้งที่เขาทดลองส่ง Tesla Roadster รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขึ้นสู่วงโคจรดาวอังคารด้วยจรวดยักษ์ Falcon Heavy มัสก์ได้นำประโยค “Don’t Panic” ซึ่งโปรยบนปกการ์ตูนเล่มแรกๆ มาไว้บนหน้าจอของรถด้วย มัสก์เคยให้สัมภาษณ์ว่ายานอวกาศที่เขาชื่นชอบสุดเป็นยานอวกาศที่ใช้ระบบการขับเคลื่อนอันน่าเหลือเชื่อ (improbability drive)ซึ่งเป็นยานอวกาศที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้นั่นเอง
 

     3. "Benjamin Franklin: An American Life" โดยวอลเตอร์ ไอแซคสัน เป็นหนังสือชีวประวัติและผลงานของเบนจามิน แฟรงกิน หนึ่งในรัฐบุรุษของอเมริกา และเป็นผู้คนพบประจุไฟฟ้าในบรรยากาศจนนำไปสู่การประดิษฐ์สายล่อฟ้า แฟรงกินได้รับการยกย่องและถูกกล่าวถึงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักการเมือง นักการทูต นักธุรกิจ และนักปฏิรูป เขาเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย มัสก์กล่าวถึงแฟรงกินบ่อยครั้งในฐานะฮีโร่ของเขา
 

     4. "Structures: Or Why Things Don't Fall Down" โดย เจ.อี. กอร์ดอน เมื่อครั้งที่มัสก์ก่อตั้งบริษัทสเปซเอ็กซ์เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งทางอวกาศ เขาไม่ได้มีความรู้หรือพื้นฐานด้านศาสตร์ว่าด้วยการสร้างจรวดเลย แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิศวกรรมโครงสร้างที่เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์อังกฤษเล่มนี้ช่วยเขาได้มาก ความสนใจอย่างแรงกล้าทำให้เขาศึกษาจนสามารถออกแบบและผลิตจรวด Falcon Heavy มัสก์กล่าวว่าที่เขาควบตำแหน่งซีอีโอและหัวหน้าดีไซเนอร์/หัวหน้าวิศวกรของสเปซเอ็กซ์ไม่ใช่เพราะอยากเป็นแต่เพราะหาคนที่เหมาะสมมานั่งเก้าอี้นี้ไม่ได้
 

     5."Ignition: An Informal History of Liquid Rocket Propellants" โดยจอห์น ดี. คล้าก นักเคมีชาวอเมริกันผู้ศึกษาเกี่ยวกับการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับจรวดในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 มัสก์แสวงหาความรู้อันซับซ้อนในเรื่องนี้ ในช่วงที่เขากำลังปลุกปั้นโครงการผลิตจรวด Falcon Heavy และมันก็ช่วยได้มาก ทำให้เขาออกแบบได้ว่าต้องใช้เชื้อเพลิงแบบไหนและเผาไหม้ด้วยอะไรจึงจะขับเคลื่อนจรวดขึ้นสู่อวกาศได้
 

     6. "Superintelligence: Paths, Dangers, Strategies" โดยนิค บอสตรอม หนังสือที่พูดถึงความเสี่ยงอันน่ากลัวของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งมัสก์เตือนมาตลอดเกี่ยวกับอันตรายของ AI ว่าหากไม่ระวัง มันจะร้ายแรงกว่าอาวุธนิวเคลียร์ ในบทความเรื่อง "Do You Trust This Computer?" มัสก์เคยเอ่ยถึง AI ว่าอาจถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเผด็จการอมตะที่เราไม่อาจหลีกหนีได้ เป็นที่แน่ชัดว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่หุ่นยนต์มีความชาญฉลาดเหนือมนุษย์ หากนึกภาพไม่ออก มัสก์แนะให้อ่านหนังสือเล่มนี้
 

     7. "Our Final Invention" โดยเจมส์ บาร์รัต เป็นอีกเล่มที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอันตรายของ AI มัสก์ทวีตไว้เมื่อ 4 ปีก่อนว่า “คุ้มที่จะอ่าน” นักเขียนเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับ AI ในอนาคต ว่าจะมีประโยชน์ และโทษอย่างไร ข้อเสียของ AI ที่ระบุในหนังสือเล่มนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้จากกูเกิล หรือแหล่งข้อมูลอื่น 
 

     8. "Merchants of Doubt" เป็นงานของนักประวัติศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ 2 คนคือนาโอมิ ออเรสเคส และเอริก เอ็ม. คอนเวย์ที่ยกกรณีว่านักวิทยาศาสตร์ผู้เกี่ยวโยงกับการเมืองและอุตสาหกรรมได้ปิดบังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นสาธารณสุข เช่น บุหรี่ การใช้ยาฆ่าแมลง และ การทะลุของชั้นโอโซน มัสก์แนะนำหนังสือเล่มนี้ในงานประชุมแห่งหนึ่งโดยแสดงความเห็นเพิ่มเติมจากหนังสือว่าก็เหมือนกรณีที่มีกลุ่มคนเคยไม่เชื่อว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็ง และคนกลุ่มเดียวกันนี้ในตอนนี้ก็เชื่ออีกว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศไม่ส่งผลกระทบใดๆ
 

     9. "The Foundation trilogy" นอกเหนือจาก "Lord of the Rings" ผลงานของดร.ไอแซค อาซิมอฟก็เป็นอีกจุดเริ่มต้นที่ทำให้มัสก์สนใจหนังสือแนวแฟนตาซี ไซ-ไฟ นวนิยายชุด “สถาบันสถาปนา” เป็นเรื่องในช่วงเวลาที่มนุษยชาติได้กระจายอาศัยอยู่ทั่วไปในจักรวาล เนื้อเรื่องบอกเล่าถึงการล่มสลายของจักรวรรดิ และความพยายามของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการจะช่วยให้มนุษยชาติ กลับจากภาวะล่มสลายให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นหนังสือที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเข้าสู่อาชีพของมัสก์ 
 

     10. "The Moon Is a Harsh Mistress" หรือชื่อไทย “จันทราปฏิวัติ” ที่เขียนโดยโรเบิร์ต ไฮน์ไลน์ 
กล่าวถึงการปฏิวัติและการประกาศอิสรภาพของ "จันทรา" จากการเป็นอาณานิคมของโลก "ราหู"  เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเมื่อปี 1966 และได้รับรางวัล มัสก์ชื่นชมว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของนักเขียนผู้นี้


     11. "Life 3.0: Being Human in the Age of Artificial Intelligence" โดยแม็กซ์ เท็กมาร็ค ศาสตราจารย์แห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ เนื้อหาชี้แนะการควบคุมหุ่นยนต์หรือ AI ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ และการทำอย่างไรให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของมวลมนุษยชาติ เป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่พูดถึง AI ในด้านบวกมากกว่าด้านลบ 

 
ที่มา
www.businessinsider.com/books-elon-musk-thinks-everyone-should-read-2018-4



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​ละลายไปกับ (บาง) มุมซ่อนเร้นของสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี แดนดินแห่งความอุดมสมบูรณ์บนพื้นที่ราบภาคกลาง ซึ่งมักได้รับคำกล่าวขานถึงความเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ทั้งยังสืบสานความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต..

by SME Thailand| 13 ตค. 2018

​กินเจ เจไม่แตก 7 เมนูเด็ด @ เยาวราช

ถ้าพูดถึงแหล่งขายอาหารเจที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นถนนเยาวราช เราจึงไม่พลาดที่จะไปเกาะติดความอร่อยจาก 7 เมนูเจสุดฮอตที่มีทั้งแบบคลาสสิกด..

by SME Thailand| 09 ตค. 2018

​​เกาะช้าง (อีก) บางมุม

เกาะช้าง อาจไม่ได้มีดีแค่สายลม แสงแดด และหาดทรายเท่านั้น ความเขียวขจีของป่า ยังคงกลมกลืนแถมเป็นไปด้วยดีจากชุมชนวิถีชีวิตชาวประมง และคนในพื้นที่หรือเ..

by SME Thailand| 30 กย. 2018