​“เบนโตะ” ศิลปะการจัดวางข้าวกล่อง ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหาร

by SME Thailand. 05 กย. 2018
Share:






     ขึ้นชื่อว่าอาหารญี่ปุ่น นับเป็นอาหารอีกชนิดที่ได้ชื่อว่ามีศิลปะชั้นยอด ตั้งแต่การปรุง วิธีการรับประทาน ไปจนถึงการจัดเรียงออกมาในรูปแบบสวยงาม หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ “เบนโตะ” หรือข้าวกล่องญี่ปุ่น อีกหนึ่งวัฒนธรรมการกินประจำชาติของคนญี่ปุ่นที่เริ่มต้นขึ้นจากในบ้าน จนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขายกันเป็นล่ำเป็นสันอยู่ในปัจจุบันนี้ตามสถานีรถไฟฟ้าและคอนวีเนียนสโตร์ต่างๆ
 

     เห็นว่าหน้าตาสวยๆ จัดเรียงในรูปแบบเรียบง่ายแบบนี้ รู้ไหมว่า ไม่ได้ทำกันขึ้นมาง่ายๆ นะ การจะทำเบนโตะให้ออกมาดูน่ากินและได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนนั้นมีหลักการปรุงและจัดวางอยู่หลายข้อด้วยกัน ซึ่งหากลองศึกษาดีๆ อาจนำไปทดลองทำหรือประยุกต์ใช้กับการทำอาหารแบบอื่นบ้างก็ได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าก็น่าสนใจไม่น้อย ลองมาทำความรู้จักการทำเบนโตะแบบญี่ปุ่นกันดีกว่า
 




     กรุณา สิรกุลยวรรณ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 
My Little Kitchen คุณแม่ลูกหนึ่งผู้หลงใหลในเสน่ห์ของข้าวกล่องญี่ปุ่นนี้ ในทุกๆ เช้าเธอจะต้องทำเบนโตะให้กับลูกสาว (น้องเอแคลร์) ไว้ไปโรงเรียน สามี และสมาชิกในบ้าน รวมถึงตัวเองเพื่อมากินยังที่ทำงาน เมื่อทำจนเป็นกิจวัตรบวกกับเป็นคนชอบถ่ายรูป จึงคอยแบ่งปันและถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับเบนโตะลงในหน้าเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์พันทิปอยู่เสมอ โดยกล่าวว่าเสน่ห์ของการทำอาหารกล่องแบบญี่ปุ่นหรือเบนโตะนั้น คือ การประกอบอาหารด้วยวิธีการที่หลากหลายและมากมายสีสันใส่ลงไปในกล่องใบเดียวได้อย่างสมดุล มีครบทั้งคุณค่าทางโภชนาการและความสวยงาม ซึ่งตัวเธอเองนั้นได้เรียนวิธีการทำเบนโตะมาจากเพื่อนรุ่นพี่ชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย
 




     กรุณาเล่าว่าศิลปะการจัดเบนโตะนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณหลายร้อยปีมาแล้ว เริ่มต้นมาจากชนชั้นสูงในวัง ซึ่งมักจะมีการจัดเตรียมอาหารใส่กล่องไว้รับประทานเวลาเดินทางท่องเที่ยวไปพักผ่อนหย่อนใจยังสถานที่ต่างๆ นอกวัง เข้าทำนองวิวสวย เพลงเพราะ อาหารอร่อย หลังจากนั้นจึงกระจายความนิยมออกไปยังกลุ่มชาวบ้าน จนมาถึงยุคหลังเริ่มเปลี่ยนแปลงกลายเป็นการห่อไปกินที่ทำงาน โรงเรียน จากข้าวกล่องชุดใหญ่ก็ถูกย่อให้เล็กลงกลายเป็นความท้าทายของแม่บ้านแต่ละครอบครัวที่จะต้องรังสรรค์สิ่งต่างๆ ให้สามารถลงไปอยู่ในกล่องๆ เดียวได้
 




     โดยวัฒนธรรมการกินเบนโตะได้กลายเป็นวิถีชีวิตปกติของคนญี่ปุ่นไปแล้ว นอกจากการนิยมห่อมากินจากบ้าน ยังมีการวางจำหน่ายอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้าหรือคอนวีเนียนสโตร์ด้วย สำหรับคนที่ไม่มีเวลาทำ คนโสดที่ยังไม่มีครอบครัว หรือนักท่องเที่ยวเอง นอกจากนี้ยังมีการปลูกฝังให้มีการห่อเบนโตะมากินตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนบางแห่งมีการจัดอบรมคุณแม่ให้ทำเบนโตะเลยก็มี
 

โดยหลักการจัดเบนโตะนั้นจะคำนึงถึง 2 ส่วนหลัก ได้แก่
 
1.วิธีการปรุงอาหาร ซึ่งจะต้องมีให้ครบทั้ง ต้ม ย่าง ผัด ทอดนึ่ง และของสด เช่น ผักหรือผลไม้ โดยจะถูกจัดใส่ไว้อย่างละนิดละน้อยให้ได้รับประทานครบทุกรสชาติอาหาร
 
2.สีสัน การจัดเบนโตะที่สวยงามในกล่องหนึ่งควรจะมีสีให้ครบทั้ง 5 สีด้วย ได้แก่ แดง เขียว เหลือง น้ำตาล-ดำ และขาว เพื่อช่วยดึงดูดเบนโตะให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน เป็นการกินอาหารตามสีตามธาตุ เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกายด้วย ซึ่งแต่ละสีล้วนได้มาจากวัตถุดิบธรรมชาติสีต่างๆ อาทิ
 




สีขาว - ข้าว มันฝรั่ง เต้าหู้ บะหมี่ พาสต้า ถั่วงอก ขนมปัง
 
สีดำ,สีน้ำตาล –  เห็ดหอม สาหร่ายทะเล รากบัว บลูเบอรี่
 
สีเขียว – ผักใบเขียว บรอกโคลี ถั่วเขียว ถั่วแระญี่ปุ่น ผักใบ บวบ หน่อไม้ฝรั่ง กีวี่
 
สีแดง – มะเขือเทศ พริกแดง สตรอว์เบอร์รี แอปเปิล องุ่น ราสป์เบอร์รี ไส้กรอก แฮม เบคอน บ๊วยดอง
 
สีเหลือง,สีส้ม – ไข่ ข้าวโพด แครอท มันเทศ ฟักบัตเตอร์นัท แคนตาลูป
 




     “มีเคล็ดลับอยู่ว่า หากอยากจัดออกมาให้สวยงามและไม่เละ ลองวาดภาพสเก็ตออกมาก่อนว่าต้องใส่อะไรตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ จะช่วยให้สามารถจัดได้อย่างแม่นยำและสวยงามมากขึ้น”
 

     สำหรับการปรุงอาหารที่ต้องทำหลากหลายวิธี จนดูเหมือนจะยุ่งยากและใช้เวลาทำนานนั้น กรุณากล่าวว่า คนญี่ปุ่นเองได้ออกแบบวิธีการจัดทำเบนโตะสำหรับหนึ่งสัปดาห์ไว้เหมือนกันว่า ในแต่ละสัปดาห์นั้นควรจ่ายตลาดไว้ล่วงหน้า 1-2 ครั้ง อย่างตัวเธอเองนั้นจะจ่ายตลาดในทุกวันเสาร์ และจัดเตรียมทำทุกอย่างที่สามารถเตรียมไว้ล่วงหน้าได้ให้เสร็จในวันอาทิตย์ เช่น ไข่ต้ม ผักสด ไข่หวาน เนื้อหมูหมัก และเก็บใส่ตู้เย็นไว้เป็นกล่องๆ เมื่อถึงเวลาเช้าจึงค่อยนำมาปรุงและจัดเรียงคีบใส่กล่องข้าว วิธีการนี้จะช่วยให้ประหยัดเวลา ไม่ต้องมาเริ่มต้นทำใหม่ทุกวัน
 




     มาถึงตรงนี้แล้ว คงจะพอทำให้มีความเข้าใจและรู้จักกับเบนโตะ – ข้าวกล่องแบบญี่ปุ่นได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยกรุณามีคำแนะนำว่าสำหรับใครที่อยากลองทำเป็นงานอดิเรก ก็สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก ขอเพียงจับหลักให้ถูก ส่วนที่เหลือในรูปร่างหน้าตาที่ออกมานั้นแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนเลย
 

     นอกจากนี้สำหรับใครที่สนใจอยากทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ก็น่าสนใจไม่น้อย เพียงแต่อาจต้องฝึกปรือฝีมือให้มีความชำนาญ คำนวณต้นทุนวัตถุดิบและเวลาการทำให้ถูกต้อง หรือสำหรับใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารอยู่แล้ว จะลองนำไปดัดแปลงใช้กับการทำอาหารประเภทอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน  ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่อาหารญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องสีหรือวิธีคิดในการจัดอาหารให้ครบทุกคุณค่าและรสชาติได้ในกล่องๆ เดียว
 

Facebook : mylittlekitchens


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เช็คอิน 5 ฟาร์มสเตย์เมืองกรุง

อยากเที่ยวสวน เที่ยวฟาร์ม เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัดแล้ว ใกล้ๆ แค่กรุงเทพฯ เรานี่แหละ มีที่ให้เที่ยวเยอะเลย โดยเฉพาะ 5 ฟาร์มสเตย์นี้ น่าไปเ..

by SME Thailand| 27 พย. 2018

​วิธีคิดแบบ Bill Gates…วิธีคิดแบบคนที่สำเร็จ

กว่าที่ Bill Gates จะกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ชีวิตเขาต้องผ่านอะไรมามากมายจนกลายเป็นบทเรียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรดีๆ ..

by SME Thailand| 22 พย. 2018

​เรื่องเล่าจากสิงขร...ถึงสงขลา

ดินแดนแห่งสองเล รางวัลจากธรรมชาติได้มอบลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งมาให้ สงขลา คล้ายคาบสมุทรขนาดย่อมที่พื้นดินถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบสงขลาแล..

by SME Thailand| 03 พย. 2018