แรงดีไม่มีตก! กระแสออเจ้า พาคนแห่ซื้อหนังสือประวัติศาสตร์

by SME Thailand. 03 เมย. 2018
Share:





 
     ยังคงเป็นกระแสแรงดีไม่มีตก สำหรับละครฮอตฮิตชื่อดังอย่าง ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์หลากหลายให้กับสังคมไทยมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระแสความนิยมชุดไทย การกระเตื้องขึ้นของการท่องเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ล่าสุดได้ส่งผลแรงต่อเนื่องไม่หยุดจนมาถึงกลุ่มหนังสือประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวข้องกับกรุงศรีอยุธยา ที่มียอดสั่งพิมพ์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งกำลังจัดอยู่ในขณะนี้ สำนักพิมพ์หรือบูธจำหน่ายหนังสือประวัติศาสตร์ของไทยกลับกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ดูจะคึกคักและได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากเป็นพิเศษ เริงวุฒิ มิตรสุริยะ นักเขียนแนวประวัติศาสตร์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ศรีปัญญาและเจ้าของสำนักพิมพ์ดินแดนบุ๊ค จะมาบอกเล่าปรากฏการณ์จากละครดังให้ฟัง
 

     “ปกติแล้วกลุ่มหนังสือประวัติศาสตร์ เป็นหนังสือที่ขายได้เรื่อยๆ อาจไม่ได้เป็นที่ฮือฮาขายได้ทีละเยอะๆ แต่ก็ขายได้มาตลอด แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนมีแรงมากระตุ้นอัดฉีดให้มีความคึกคักเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่ก่อนถึงงานสัปดาห์หนังสือสายส่งตามร้านต่างๆ สั่งให้เราจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ 7 – 8 ปกเลยทีเดียว เป็นประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาทั้งนั้น ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก อย่างเรื่องลาลูแบร์ โดยปกติเวลาออกงานทุกครั้งจะขายได้ประมาณ 50 -100 เล่ม แต่ครั้งนี้คิดว่า 500 เล่มก็คงไม่พอสำหรับในงานนี้”


 Cr.เริงวุฒิ มิตรสุริยะ

     จากที่ได้ลองเดินสังเกตด้วยตาตัวเอง ก็เห็นจริงดังที่บก.บห.สำนักพิมพ์ศรีปัญญาว่าไว้ โดยเริงวุฒิได้วิเคราะห์ปรากกฎการณ์ดังกล่าวว่า เป็นธรรมชาติของละครที่มักส่งผลหรือมีอิทธิพลกับคนดูได้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ด้วยเนื้อหาที่สนุก ตัวละครหลายตัวก็เป็นบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์และตำราเรียน เมื่อถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้งจากละคร ก็ทำให้เกิดความสนใจอยากรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์มากขึ้นไปพร้อมๆ กับเรื่องราวของตัวละครในเรื่อง จนส่งผลทำให้หนังสือประวัติศาสตร์ขายดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และกลายเป็นพระเอกของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้เลยก็ว่าได้
 

     อีกปัจจัยที่เขามองว่าส่งเสริมให้ละครเรื่องนี้ดัง จนส่งผลต่อปรากฏการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น รวมถึงการขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของหนังสือประวัติศาสตร์ไทยด้วยนั้น อาจมาจากความรู้สึกตึงเครียดจากสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของคนไทยเอง จนทำให้ขาดความสนุกสนานในชีวิต กระทั่งมีละครเรื่องนี้เข้ามา จึงทำให้ชีวิตสนุกและสีสันมากขึ้นนั่นเอง
 



     “สำหรับในวงการหนังสือประวัติศาสตร์ไทย ต้องยอมรับว่าละครเรื่องนี้มีผลมากๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเจอกับตัวเองในกรณีของละครบุพเพสันนิวาส มีกลุ่มผู้อ่านกลุ่มใหม่เกิดขึ้นมาเยอะมาก อันนี้ดูได้จากหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของผมเองมีคนกดเข้ามาขอเป็นเพื่อนใหม่ๆ เยอะมากหลังเริ่มเปิดตัวละคร จนตอนนี้เต็มและกลายมาเป็นผู้ติดตามแทน ส่วนใหญ่จะเป็นวัยผู้ใหญ่อายุ 40 กว่าปีขึ้นไป บางคนอาจพอมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์มาบ้าง แต่ลืมไปแล้ว พอได้ดูละครเรื่องนี้ทำให้สนุก จึงอยากกลับมาแสวงหาสิ่งที่เคยรู้มาก่อนอีกครั้ง ก็เข้ามาคุยมาสอบถามข้อมูลบ้าง ซึ่งมีข้อดี คือ เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมในกำลังการจ่าย อยากอ่านก็สามารถสั่งซื้อได้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลยาวไปถึงแค่ไหน หรืออาจเป็นแค่กระแสตามวันเวลาที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่อย่างน้อยมีฝนตกลงมาบ้าง ก็ดีกว่าที่ไม่เคยมีฝนตกลงมาเลย คงต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในบ้านเราว่าจะวางแผนส่งเสริมต่อไปยังไงดี เพราะหากแค่เล่นตามกระแส สุดท้ายมันจะไม่ให้อะไรกับเราเลย ผ่านแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น”
 

     โดยการที่จะทำให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์เพิ่มมากขึ้นนั้น จากที่ได้พูดคุยกับบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ดังกล่าว จึงพอสรุปได้เป็น 2 ข้อ คือ 1.สร้างกิจกรรมให้เกิดการรับรู้ที่สนุก สอดแทรกความรู้ ไม่ยัดเยียด 2.หากเป็นหนังสือ ก็ควรมีเนื้อหาอ่านเข้าใจได้ง่าย ชวนติดตาม
 

     “ต้องบอกว่าวัยรุ่นหลายคนในยุคนี้ หันมาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะของกรีกและโรมัน ส่วนหนึ่งเริ่มต้นมาจากเกม สังเกตได้เลยว่าเด็กกลุ่มหนึ่งที่ชอบเล่นเกมจะชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ไปด้วย เพราะเขาอยากรู้ที่มาของตำนานต่างๆ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นตัวละครในเกม พอได้รู้ ก็ยิ่งเล่นได้สนุกมากขึ้น จริงๆ แล้วก็คล้ายกับเหตุการณ์ของบุพเพสันนิวาส คือ สร้างให้เขาเกิดความสนุกก่อนแบบไม่ยัดเยียด และเมื่อเขาสนใจมากขึ้นก็จะไปหามาอ่านเพิ่มเติมเอง หรือแม้แต่หนังสือประวัติศาสตร์เอง ถ้าทำให้อ่านได้เข้าใจง่ายขึ้น คนที่ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนก็อ่านได้ อาจทำให้เกิดความสนใจหันมาอ่านกันมากขึ้นก็เป็นได้ เพราะบางคนอาจจะอยากรู้แค่เรื่องง่ายๆ ก่อน พอสนใจมากขึ้นก็ค่อยๆ เขยิบชั้นในการอ่านที่ยากขึ้น หนังสือประวัติศาสตร์มีทั้งที่เป็นงานเขียนและเอกสารโบราณ ฉะนั้นอย่าเพิ่งใส่ทฤษฏีหรือความเป็นวิชาการมากจนเกินไปตั้งแต่แรก”
 


 

   นอกจากเนื้อหาที่สามารถอ่านเข้าใจได้ง่าย การออกแบบรูปเล่มให้ดูสวยงาม น่าอ่าน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลดึงดูดใจผู้อ่านเช่นกัน
 

     “หน้าปกหนังสือประวัติศาสตร์ไทย แต่ไหนแต่ไรมานั้นจะเป็นแนวอนุรักษ์นิยม ไม่ได้มีการคำนึงถึงหรือให้ความสำคัญกับการออกแบบรูปเล่มมากนัก แต่ยุคปัจจุบันนี้คนไม่ได้สนใจเฉพาะเนื้อหาอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจซื้อหรือดึงดูดใจให้อยากอ่านเพิ่มขึ้น ก็คือ หน้าปกและรูปเล่มที่สวยงาม เพราะรูปเล่มก็เปรียบเหมือนหน้าตาหรือเสื้อผ้าที่นำมาสวมใส่ให้กับสินค้าของเรา สินค้าดีอยู่แล้ว ถ้ารูปร่างหน้าตาดีด้วย ก็ยิ่งน่าซื้อมากขึ้น”
 

     สุดท้ายสำหรับหนังสือประวัติศาสตร์ไทยที่โดนใจผู้อ่านและขายดีที่สุดในตอนนี้ 5 อันดับแรกของสำนักพิมพ์ศรีปัญญา ได้แก่

     1.จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม

     2.พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับจันทนุมาศ (เจิม)

     3.เรื่องเล่าและตำนานอยุธยา อาณาจักรสยามสมัยรุ่งเรือง

     4.บันทึกความทรงจำของบาทหลวง เดอะ แบส เกี่ยวกับชีวิตและมรณกรรมของก็องสตังซ์ ฟอลคอน

     5.โกศาปานไปฝรั่งเศส


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​Light for life ย้อนรอย 25 ปี จุดเริ่มต้นการประหยัดไฟจากใจ กฟผ.

ย้อนไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว คือจุดเริ่มต้นของแนวคิดดีๆ ที่ต้องการสร้างความตระหนักในเรื่องของการประหยัดไฟให้เกิดขึ้นกับคนไทย ภายใต้โครงการการจัดการด้านก..

by SME Thailand| 17 กย. 2018

​​Orange is the New Black: แฟชั่นฤดูกาลนี้ คือสีเทา

หนึ่งในซีรีส์เรื่องดังของเน็ตฟลิกซ์ ที่ภายนอกดูมอมแมม แต่เนื้อในนั้นเจิดจ้า Orange is the New Black ที่ไม่ได้ให้แค่ความตลก (ร้าย) แต่ยังสะท้อนเรื่อง..

by SME Thailand| 16 กย. 2018

​SME Thailand Joyful Rally #7 คาราวานความสุข...White & Blue So Cool Party@ระยอง

จบลงไปแล้วกับงาน SME Thailand Joyful Rally ครั้งที่ 7 ที่ปีนี้มาในบรรยากาศสบายๆ ริมชายหาดเมืองระยอง ในธีม White & Blue So Cool Party on the Beac..

by SME Thailand| 13 กย. 2018