ทำไม Co-Living Space ถึงโดนใจคนทำงานยุคใหม่

by SME Startup 20 พย. 2018
Share:




 

     แม้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หรือชาวมิลเลนเนียมนั้นจะชื่นชอบการไม่ติดอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่องานหรือท่องเที่ยวส่วนตัว บวกกับการโตมากับโลกโซเชียลทำให้คนเจนนี้ยึดติดกับการติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ อย่างไรก็ตามด้วยขีดจำกัดของเครือข่ายประเภทนี้ที่ทำให้การเข้าถึงเพื่อนๆ แบบตัวเป็นๆ นั้นขาดหายไปและอัตราการย้ายที่ทำงานแบบข้ามเมืองหรือประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวมิลเลนเนียมต้องประสบกับภาวะความเหงาและโดดเดี่ยวที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้นจนกระทั่งถึงระดับที่เรียกได้ว่าเป็นโรคระบาดในบางประเทศกันเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้บริการที่พักที่เปิดให้ผู้เช่าหลายคนได้มาอยู่ร่วมกันเป็น Community ภายใต้หลังคาเดียวกันอย่าง Co-Living Space จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อมาตอบโจทย์และเป็นยารักษาขนานดีให้กับคนยุคนี้

     ดังนั้นลองมาดูกับ 6 เหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมที่พักอาศัยประเภทนี้ถึงมาแรงและกลายเป็นเทรนด์ในหมู่ของชาวมิลเลนเนียมกัน
 
     1. เข้ากับสไตล์คนทำงานยุคใหม่
         เหตุผลแรกเลยที่ Co-Living Space ได้ใจคนทำงานยุคใหม่ก็เพราะเป็นที่พักที่มาพร้อมกับความหรูหราและถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมของชาวมิลเลนเนียม โดยอาศัยการดีไซน์แบบโมเดิร์นทันสมัย ใช้โทนสีและ texture ที่เรียบง่ายแต่สะอาดตา ใช้องค์ประกอบการตกแต่งแบบ Industrial Style และไม้จากธรรมชาติ ตอบสนองความต้องการของคนยุคนี้ที่ยอมจ่ายเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีและมีคุณค่า
 
     2. ขจัดปัญหาการดูแลบ้าน
         เพราะเข้าใจถึงวิถีชีวิตและนิสัยของคนเจนนี้ Co-Living Space จึงมีบริการทำความสะอาดห้องรายสัปดาห์ เพื่อเข้ามาช่วยขจัดปัญหาและความยุ่งยากในการดูแลบำรุงรักษาบ้าน ซึ่งนับว่าถูกใจชาวมิลเลนเนียมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะไม่ต้องลงมือทำความสะอาดห้องด้วยตัวเอง
 
     3. เข้าอยู่ได้ทันที แถมเพื่อนให้ฟรี
         อีกหนึ่งเหตุผลโดนใจก็คือ ชาวมิลเลนเนียมสามารถเข้าอยู่ที่ Co-Living Space ได้เลย ซึ่งไม่ใช่แค่มีที่พักอาศัย น้ำไฟพร้อม เฟอร์นิเจอร์ครบเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึง Community หรือเพื่อนๆ ผู้เช่าได้อีกด้วย โดยอาจจะสร้างสัมพันธ์ด้วยการรับประทานอาหารเช้าร่วมกันบนโต๊ะอาหาร ดื่มกาแฟยามเย็นหรือผ่านทางการสนทนาต่างๆ อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์ในหมู่ผู้อยู่อาศัยเป็นระยะๆ ถือว่าเป็นการแก้เหงาให้กับคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี
 
     4. ส่วนตัวก็ได้ เข้าสังคมก็ดี
         หัวใจหลักอย่างหนึ่งของที่พักแบบ Co-Living Space คือการมีห้องเดี่ยวสำหรับผู้เช่า เพื่อเป็นการการันตีว่าผู้อยู่อาศัยจะสามารถมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเองได้ แต่ถ้ารู้สึกเหงาและอยากพบปะกับผู้คนก็เพียงแค่เปิดประตูห้องแล้วออกมาสังสรรค์กับเพื่อนๆได้ในพื้นที่ส่วนกลาง
 
     5. สัญญาเช่าระยะสั้น
         เพราะผู้ประกอบการรุ่นใหม่และคนทำงานยุคมิลเลนเนียมต้องการความยืดหยุ่นในการโยกย้ายได้ตามที่ต้องการเนื่องด้วยปัจจัยของการทำงาน Co-Living Space จึงสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เพราะมีสัญญาเช่าที่เป็นแบบระยะสั้น ถือว่าเป็นข้อเสนอแบบ win-win ทั้งสองฝ่าย
 
     6. ตอบโจทย์คนเหงาในเมืองใหญ่
         ด้วยความเป็นที่พักพร้อมบริการแบบพรีเมี่ยมทำให้ Co-Living Space เป็นตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ให้กับคนทำงานรุ่นใหม่โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ที่มีกำลังทรัพย์มากและพร้อมจ่าย จากการรายงานของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชี้ให้เห็นว่าอัตราความเหงาหรือโดดเดี่ยวนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นการสร้างความรู้สึกที่ดีผ่านมิตรภาพใหม่ๆ จากผู้ร่วมอาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการได้บ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่ง Co-Living Space ก็เข้ามาเป็นตัวช่วยและสร้างนิยามใหม่ให้กับที่พักอาศัยในปัจจุบัน พร้อมทั้งแก้ปัญหาเรื่องของความโดดเดี่ยวที่เป็นภาวะคุกคามคนวัยหนุ่มสาวในทุกวันนี้อีกด้วย      
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup
 
Share:

Related Articles

​Filippo Loreti สตาร์ทอัพน้องใหม่เขย่าวงการนาฬิกาหรู

ส่องกลยุทธ์ Filippo Loreti สตาร์ทอัพน้องใหม่แจ้งเกิดในพริบตาเขย่าวงการนาฬิกาหรู

by SME Startup| 17 ธค. 2018

​GREEN UP ตู้ต้นไม้ ซื้อจากตู้ คุยกับ Chatbot

ว้าว!! .. GREEN UP ตู้ต้นไม้ ที่ใช้ Chatbot คุยและขายต้นไม้ ซึ่งสร้างทั้งประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

by SME Startup| 11 ธค. 2018

​เดิน Pinkoi Market ส่องงานดีไซน์เพื่อนบ้าน

พาไปเดินดูงานดีไซน์หลายสัญชาติ ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และจีน ที่ทั้งชิคๆ คูลๆ

by SME Startup| 04 ธค. 2018