UberAir โครงการแท็กซี่ลอยฟ้าของอูเบอร์ฤาจะเป็นได้แค่ฝัน

by SME Startup 22 พค. 2018
Share:




 
 
     ณ งาน Elevate Summit ซึ่งจัดที่ลอส แองเจลิส ดารา คอสโรว์ชาฮี ประธานบริหารอูเบอร์ บริษัทให้บริการเรียกรถรับส่งผ่านแอพฯ เปิดเผยได้ลงนามในข้อตกลงกับกองทัพสหรัฐ และองค์การนาซ่าเพื่อร่วมกันพัฒนา flying taxi หรือแท็กซี่ลอยฟ้าซึ่งเป็นอากาศยานที่ออกแบบให้ผสมผสานระหว่านโดรนกับเครื่องบินขนาดเล็ก ใช้บริการขนส่งผู้โดยสารคราวละ 4 คนระยะสั้นไม่ประจำทาง ขึ้นอยู่กับการว่าจ้างของผู้โดยสาร อูเบอร์คาดหวังจะทดสอบบริการแท็กซี่ลอยฟ้าภายใต้ชื่อ UberAir ที่แอลเอ และดัลลัสในปี 2020 และจะสามารถบริการเชิงพาณิชย์ในปี 2023 หรือ 5 ปีนับจากนี้

     ในการร่วมมือกับหน่วยงาน RDECOM (Research, Development and Engineering Command) ของกองทัพสหรัฐฯ เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้อากาศยานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสามารถขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งได้ โดยอากาศยานซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกต้นแบบ 6 แบบนั้นสามารถบินในระดับความสูงสุด 2,000 ฟุต ด้วยความเร็ว 150 ไมล์/ชม. และเดินทางไกลสุดครั้งละ 60 ไมล์ต่อการชาร์จแบตเตอรีหนึ่งครั้ง

     ในส่วนของการร่วมมือกับองค์การนาซ่า อูเบอร์จะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการสัญจรร่วมทางอากาศในพื้นที่เมืองเพื่อให้นาซ่านำไปจำลองและศึกษาว่า UberAir หรืออากาศยานขนาดเล็กที่อูเบอร์กำลังพัฒนานี้จะทำการบินอย่างไรท่ามกลางสภาพแวดล้อมในเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก

     อย่างไรก็ตาม โครงการแท็กซี่ลอยฟ้าของอูเบอร์มีความเป็นไปได้จะประสบความสำเร็จแค่ไหนยังเป็นเรื่องน่ากังขาเนื่องจากอุปสรรคต่าง ๆ ที่พอมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าบริการที่แน่นอนว่าช่วงแรกของการเปิดบริการจะยังสูงอยู่ และอูเบอร์จะสามารถทำให้แท็กซี่ลอยฟ้าเป็นบริการระดับกว้างจนราคาถูกลงได้หรือไม่ ต่อมาคือการคัดเลือกนักบินมาให้บริการนั้นไม่ง่ายและไม่ได้มีให้เลือกล้นหลามเหมือนการระดมคนขับแท็กซี่

     นอกจากนั้น การคงคอนเซปต์ sharing economy หรือการร่วมมือกันทำธุรกิจผ่านสิ่งของหรือบริการของฝ่ายหนึ่ง อูเบอร์จำเป็นต้องมองหาพันธมิตรที่พร้อมยินดีผลิตแท็กซี่ลอยฟ้าตามต้นแบบที่อูเบอร์กำหนดรวมถึงการรับหน้าที่บำรุงรักษายานพาหนะด้วย โดยอูเบอร์ได้เล็งไว้หลายบริษัท เช่น Embraer, Bell, Aurora Flight Sciences, Pipistrel Aircraft และ Karem ซึ่งล้วนแต่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเป็นรายได้ที่ยอมเป็นพันธมิตร

     สุดท้ายคือการให้บริการ UberAir จำเป็นต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับ หนึ่งในนั้นคือ Skyport หรือท่า/สถานีรับ-ส่งผู้โดยสารตามเมืองต่าง ๆ ซึ่งจะถูกใช้เป็นสถานีชาร์จแบตเตอรีของอากาศยานด้วย เพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร Skyport ต้องมีทำเลในเมือง เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟ รถเมล์ รถใต้ดิน การสร้าง Skyport ต้องใช้พื้นที่ราว 3 เอเคอร์หรือ 7 กว่าไร่ ซึ่งทำเลในเมืองที่กว้างขนาดนั้นอาจหาได้ไม่ง่าย  

     ดูเหมือนอูเบอร์จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกมาก ยังไม่รวมกฎระเบียบด้านการบิน และความกังวลเรื่องความปลอดภัย โครงการ UberAir จะเกิดขึ้นจริงตามที่ผู้บริหารวาดฝันหรือไม่ ต้องจับตาดูต่อไป
 
 
ที่มา : https://mashable.com/2018/05/09/uberair-elevate-flying-taxis-skyport/?utm_cid=hp-r-2#m0BPuNvjTqqL
https://mashable.com/2018/05/08/uberair-flying-taxis-army-nasa/#KSOM_apooiqo
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​Mustard Sneakers ไม่ใช่แค่รองเท้า แต่คือไลฟ์สไตล์

Mustard Sneakers คือแบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยทีน ด้วยดีไซน์เรียบง่ายแต่มีดีที่รายละเอียดและขายความเป็นไลฟ์สไตล์ที่สามารถสัม..

by SME Startup| 07 พย. 2018

​Taft สตาร์ทอัพเล็กๆ แต่ผลิตรองเท้าหรูแบรนด์โปรดเซเลบ

รู้จัก Startup เล็กๆ ผู้ผลิต ”Taft” รองเท้าหรูแบรนด์โปรดของนักกีฬาและเซเลบ

by SME Startup| 01 พย. 2018

​Revive เปลี่ยนธุรกิจที่ทำเล่นๆ ให้เป็นจริง

Revive เสื้อคลุมกิโมโน ที่ต้องกลัวว่าใส่แล้วจะซ้ำกับใคร เพราะไม่เพียงออกแบบเองเท่านั้น หากยังผลิตแบบละแค่ 5-10 ตัวเท่านั้น

by SME Startup| 19 ตค. 2018