SCG EXPRESS ชูจุดแข็งแมวดำ แก้ปัญหาขนส่งออนไลน์

by SME Startup 01 กพ. 2018
Share:




     แน่นอนว่าด้วยเทรนด์การค้าออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ย่อมส่งผลให้ความต้องการใช้บริการส่งพัสดุย่อยมีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ในวันนี้จึงได้เห็นผู้ให้บริการส่งพัสดุย่อยมากหน้าหลายตาที่ล้วนนำเสนอการบริการในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเอสซีจีที่จับมือกับยามาโตะ กรุ๊ป หรือแมวดำจากญี่ปุ่น เปิดตัว SCG EXPRESS

     การจับมือกับยามาโตะ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ทำธุรกิจนี้ในญี่ปุ่นเมื่อ 41 ปีที่แล้ว และมีส่วนแบ่งการตลาดในญี่ปุ่นถึง 50% กลายเป็นจุดแข็งในการนำความรู้และบริการที่พิสูจน์มาแล้วว่าประสบความสำเร็จจริงมาใช้ในตลาดเมืองไทย และด้วยความที่คนไทยรู้จักแบรนด์แมวดำเป็นอย่างดี หลายคนเคยใช้บริการเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้ว  ประกอบกับมีคนญี่ปุ่นอยู่ในกรุงเทพฯ ถึง 60,000 คน ดังนั้น การออกสตาร์ตของ SCG EXPRESS ในธุรกิจนี้จึงมาแรงทีเดียว

     อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของ 2 ประเทศ ทำให้บริการส่งพัสดุต่างๆ ที่จะนำมาเปิดที่ไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมด้วย ในเรื่องนี้ โยชิ ฮามานิชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ยามาโตะ เอ็กซ์เพรส จำกัด บอกว่า “อี-คอมเมิร์ซไทยกับญี่ปุ่นมีความแตกต่างกัน ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ขายของบนแพลตฟอร์มที่มี เช่น Amazon ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าไทยจะขายบนโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ดังนั้น ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลทั่วไปที่ใช้บริการซึ่งจะมีพัสดุกล่องเดียวหรือสองกล่อง แต่เนื่องจากเรามีจุดฝากพัสดุเกือบ 300,000 จุด หากฝากทีละกล่องก็ได้ 300,000 กล่องแล้ว แต่ที่เมืองไทยคนที่มาใช้บริการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ฉะนั้นจะนำพัสดุมาฝากทีละ 20-30 กล่อง ระบบเครื่องมือที่จะรองรับจึงต้องแตกต่างกัน”

     นอกจากนี้ โยชิยังบอกอีกด้วยว่า แม้บริการส่งพัสดุย่อยจะเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง แต่ท่ามกลางคู่แข่งขันที่มีอยู่เป็นจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ในการนี้ SCG EXPRESS จึงต้องอาศัยจุดแข็งของแมวดำมาสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าหันมามอง SCG EXPRESS ซึ่งมี 3 เรื่องคือ

     ประการแรก Service Standard เนื่องจากประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซคือ การเลือกสินค้าจากภาพแล้วคลิกสั่งของจ่ายเงิน ไม่ใช่ Face-to-Face ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่สิ่งที่จะทำให้เกิด Face-to-Face คือการส่งมอบสินค้า ฉะนั้นการบริการในการส่งพัสดุจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

     “ถ้าเราเจอพนักงานส่งของที่พูดจาไม่ดี ดูแลพัสดุไม่ดี จะกลายเป็นการทำลายประสบการณ์การช้อปปิงออนไลน์ทั้งหมดเลย ไม่ใช่แค่ว่าการไม่ชอบบริษัทขนส่งอย่างเดียว ฉะนั้นการพัฒนาบุคลากร Sales Driver Sales Rider เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น วิธีการกดกริ่งประตู การเคาะประตู วิธีมอบพัสดุให้กับผู้รับควรจะจับตรงไหน อย่างไร การแนะนำตัวอย่างไร เพื่อให้ผู้รับสบายใจและวางใจ”

     ประการที่สอง Service Innovation โดยตลอดเวลา 41 ปีของการทำธุรกิจของยามาโตะนั้น ไม่ใช่แค่การขนส่งพัสดุอย่างเดียว แต่จะค่อยๆ ลอนซ์บริการใหม่ๆ ซึ่งมาจาก Voice of Customer เพราะข้อดีของธุรกิจ B2C คือการมีโอกาสพบลูกค้าทุกวัน ทำให้ได้ยินความต้องการที่แฝงอยู่ของตลาด และรวบรวมพัฒนาขึ้นมาเป็นบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงที่สุด

     “ถ้าไปญี่ปุ่นจะเห็นว่าแมวดำมีบริการที่หลากหลาย ซึ่งเราก็รอจังหวะที่จะนำบริการเหล่านั้นมาเปิดในไทย สำหรับปีแรกที่นำบริการมาที่เมืองไทยคือ บริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ (COOL TA-Q-BIN) ซึ่งไม่ใช่ตอบโจทย์คนที่อยากจะส่งของควบคุมอุณหภูมิอย่างเดียว แต่จะเป็นการสร้างตลาดใหม่ได้ด้วย เพราะถ้าสามารถจัดส่งสินค้าที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ก็จะขายผักผลไม้ออนไลน์ได้ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ซึ่งที่ญี่ปุ่นนั้นเมื่อลอนซ์บริการนี้ออกไป ปรากฏว่าเครือข่ายธุรกิจอาหารของญี่ปุ่นเปลี่ยนไป โดยมีถึง 10% ของธุรกิจอาหารที่เข้ามาใช้บริการนี้”

     ทั้งนี้ นอกจากบริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิที่เป็นจุดเด่นของ SCG EXPRESS แล้ว ยังมีบริการขนส่งพัสดุย่อยอื่นๆ เช่น แบบเร่งด่วนถึงบ้าน บริการเก็บเงินปลายทาง โดยลูกค้าสามารถส่งพัสดุได้ที่จุดส่งพัสดุใกล้บ้าน หรือจะใช้บริการ Pick up Service เข้ารับพัสดุถึงที่ ซึ่งถ้าเป็นการส่งแบบปกติ จะมีค่าเข้ารับ 20 บาทต่อกล่อง แต่ถ้าส่งเกิน 3 กล่อง จะเข้ารับพัสดุฟรี  

     ประการที่สาม ความสะดวก ซึ่งก็คือการอยู่ใกล้ตัว เนื่องจากปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คือ จุดรับพัสดุที่มีจำกัด แต่โมเดลที่ยามาโตะ ใช้อยู่คือ Service Agent Model ซึ่งจะนำมาใช้ที่เมืองไทยด้วย

     “โมเดลของ Service Agent Model คือเราจะร่วมมือกับคนที่มีธุรกิจหลักอยู่แล้ว ถ้าที่ญี่ปุ่น เช่น ร้านซักอบรีด ร้านขายเครื่องเขียน ทุกอย่างเป็น Service Agent Model จะไม่เปิดจุดเพื่อรับพัสดุอย่างเดียว เพราะจะกลายเป็นการลงทุน พอเป็นการลงทุนก็ต้องนึกถึงจุดคุ้มทุน ลงทุนขนาดนี้วันหนึ่งต้องมีกี่กล่อง ซึ่งด้วยวิธีนี้ทำให้ที่ญี่ปุ่นมีจุดรับพัสดุถึง 280,000 จุด เดินแค่ 3 นาที 5 นาทีต้องเจอจุดรับพัสดุของยามาโตะ สำหรับที่ไทยตอนนี้เรามี Service Agent Model แตะ 100 จุดแล้ว และตั้งเป้าหมายว่าจะมีถึง 300 จุดในปีนี้”

     สำหรับเป้าหมายของ SCG EXPRESS นั้น โยชิเผยว่า ในปีนี้จะเปิดบริการในเมืองหลักทุกภูมิภาค แต่ระยะยาวต้องการผลักดันให้ SCG EXPRESS เป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย เช่นเดียวกับที่ยามาโตะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนญี่ปุ่นไปแล้ว
 
 
       

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​Mustard Sneakers ไม่ใช่แค่รองเท้า แต่คือไลฟ์สไตล์

Mustard Sneakers คือแบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยทีน ด้วยดีไซน์เรียบง่ายแต่มีดีที่รายละเอียดและขายความเป็นไลฟ์สไตล์ที่สามารถสัม..

by SME Startup| 07 พย. 2018

​Taft สตาร์ทอัพเล็กๆ แต่ผลิตรองเท้าหรูแบรนด์โปรดเซเลบ

รู้จัก Startup เล็กๆ ผู้ผลิต ”Taft” รองเท้าหรูแบรนด์โปรดของนักกีฬาและเซเลบ

by SME Startup| 01 พย. 2018

​Revive เปลี่ยนธุรกิจที่ทำเล่นๆ ให้เป็นจริง

Revive เสื้อคลุมกิโมโน ที่ต้องกลัวว่าใส่แล้วจะซ้ำกับใคร เพราะไม่เพียงออกแบบเองเท่านั้น หากยังผลิตแบบละแค่ 5-10 ตัวเท่านั้น

by SME Startup| 19 ตค. 2018