BORO ธุรกิจเช่าชุดออนไลน์ แนวคิดใหม่ Sustainable Fashion

by SME Startup 08 มค. 2018
Share:
​Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
                                                         

 
     การดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Sharing Economy ภายใต้แนวคิดการแบ่งปันทรัพยากรกับคนในสังคม หรือเรียกง่ายๆ คือการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาปล่อยเช่านั่นเอง ตัวอย่างที่เห็นชัดสุดก็ Airbnb, Uber, Grab และ Netflix จากแชร์บ้าน แชร์รถ แชร์เพลง แชร์ภาพยนตร์ จนมาถึงวันนี้มีการแชร์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเกิดขึ้นแล้ว อันที่จริงธุรกิจให้เช่าชุดออกงานไม่ถือเป็นไอเดียใหม่ ที่ไหนๆ ก็ทำมาแล้ว ทั้งในรูปร้านค้าออฟไลน์และแบบออนไลน์ ในสหรัฐอเมริกาธุรกิจเช่าชุดออนไลน์ดูจะเป็นตลาดที่อยู่ตัวและมีลูกค้าพร้อมใช้บริการอยู่แล้ว ต่างกับตลาดแคนาดาที่ธุรกิจนี้เพิ่งมีผู้ให้บริการไม่กี่เจ้า หนึ่งในนั้นที่กำลังถูกพูดถึงเพราะการวางแนวคิดที่แตกต่างคือ BORO

     BORO เป็น Startup รายใหม่ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจในโทรอนโตเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมานี่เอง โดยมีผู้ก่อตั้ง 2 คน ได้แก่ นาตาลี เฟสต้า อายุ 27 ปี กับหุ้นส่วนคือ คริส คันดารี วัย 23 ปี จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาที่นาตาลีเผชิญกับตัวเองคือ ชอบซื้อเสื้อผ้า ซื้อมาจนล้นตู้ บางตัวใส่ไม่กี่ครั้ง หลายตัวไม่เคยใส่เลย ยิ่งชุดที่ใส่ออกงาน ใส่ครั้งเดียวก็ไม่อยากใส่ซ้ำ ยังไม่รวมกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับอื่นๆ เมื่อสอบถามสาวๆ ที่อยู่รอบข้าง ก็พบปัญหาเดียวกัน คือหมดเงินไปกับสินค้าแฟชั่นเยอะมาก แต่ใช้งานจริงไม่คุ้มเลย

     จากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ แฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากเป็นอันดับสองรองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน ทั้งนี้เป็นผลจากการเติบโตของธุรกิจฟาสต์แฟชั่นที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงเป็นที่มาของการตั้งคำถาม จะดีกว่าไหมหากผู้คนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นคุณภาพดีโดยไม่ต้องซื้อหามาไว้ในครอบครอง แล้วถ้าเสื้อผ้าเหล่านั้นมาจากการแบ่งปันของคนในชุมชนเดียวกันล่ะ หลังจากคิดไตร่ตรองดีแล้ว นาตาลีจึงชักชวนคริสมาปลุกปั้น BORO ด้วยกันภายใต้แนวคิด Sustainable Fashion หรือธุรกิจแฟชั่นแบบยั่งยืนที่เอื้อให้ผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ในการซื้อชุดดีๆ เพื่อใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง และเป็นการสนับสนุนให้มีการแบ่งปันเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีอยู่ระหว่างคนในชุมชนเดียวกัน

     ด้วยแนวคิด Sustainable Fashion ทำให้ผู้ก่อตั้ง BORO ดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่เฉพาะกว่า ในขณะที่ร้านเช่าชุดเจ้าอื่นใช้วิธีซื้อชุดและเครื่องแต่งกายมาตุนไว้ในปริมาณมากเพื่อให้เช่า พอล้าสมัยก็โละทิ้งแล้วเปลี่ยนคอลเลกชันใหม่มาแทน แต่ BORO จะใช้คอนเซปต์เปิด Marketplace หรือตลาดนัดให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วม สาวๆ ที่ต้องการปล่อยเช่าชุดเพื่อหารายได้ สามารถทำได้โดยการส่งชุดที่มีอยู่มาให้ BORO คัดเลือก หลังจากคัดเลือกชิ้นที่ถูกใจแล้วจึงขึ้นเว็บเพื่อให้ลูกค้าเช่า วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าเหมือนได้เลือกเช่าชุดหลากหลายสไตล์จากเจ้าของหลายๆ คน

     นอกจากชุดที่ให้เช่า ก็ยังรวมถึงกระเป๋า รองเท้า เสื้อคลุม แจ็กเกต และเครื่องแต่งกายอื่นๆ เมื่อเจ้าของตกลงปล่อยเช่า ของเหล่านั้นจะถูกส่งมาเก็บที่คลังสินค้าและพนักงาน BORO จะรับหน้าที่ซักแห้ง ทำความสะอาดเพื่อรอกระจายของไปยังลูกค้าด้วยวิธีการดิลิเวอรีถึงหน้าประตูบ้าน สำหรับสนนราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่ชุดละ 30 ดอลลาร์ฯ และเช่าได้คราวละ 4-10 วัน ทั้งนี้ BORO คิดอัตราค่าเช่าอิงจากราคาของ เช่น ชุดหรูแบรนด์เนมราคา 600 ดอลลาร์ฯ ราคาค่าเช่าจะอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ฯ หรือราว 8-13 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า รายได้จากการเช่าชุด BORO แบ่งกับผู้ปล่อยเช่าในสัดส่วน 50 : 50

     คริส คันดารี หุ้นส่วนที่ดูแลเรื่องการตลาดกล่าวว่า ธุรกิจให้เช่าเครื่องแต่งกายในแบบฉบับของ BORO ถือเป็นรูปแบบ Sharing Economy ที่แท้จริง และยังเป็นธุรกิจแฟชั่นแบบยั่งยืน เพราะ BORO เน้นการเลือกหุ้นส่วน (ผู้ให้เช่า) ที่ใช้ชุดของตัวเอง ไม่ใช่การลงทุนซื้อชุดใหม่มาปล่อยเช่าแบบที่เจ้าอื่นทำ นอกจากนั้น ยังเป็นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยก็เป็นการใช้ทรัพยากรคุ้มค่าที่สุด มีการหมุนเวียนกันใช้ในชุมชน ไม่ใช่ใช้คนเดียว ใช้แค่ไม่กี่ครั้ง แล้วเก็บในตู้จนลืม

     เนื่องจาก BORO เพิ่งเริ่มทำธุรกิจไม่กี่เดือน จึงเน้นบริการในชุมชนที่นาตาลีและคริส ผู้ก่อตั้งธุรกิจอาศัยอยู่ โดยชุดที่นำมาให้เช่าบนเว็บ boroclothing.ca ล้วนเป็นชุดของสาวๆ ที่อาศัยในเมืองโทรอนโตเท่านั้น แต่เป้าหมายระยะยาวของ BORO คือต้องการเป็นเว็บไซต์แรกที่ผู้คนคลิกเข้ามาเมื่อต้องการมองหาเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ไปออกงาน แม้จะเป็นเพียงผู้ประกอบการรายใหม่ แต่นาตาลีและคริสก็ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ที่ทั้งคู่เรียนรู้จากการลงมือทำ ได้แก่

     1. โฟกัสที่ปัญหาอันดับแรก สำหรับผู้ประกอบการใหม่ที่ตัดสินใจจะนำเสนอสินค้าหรือบริการที่มั่นใจว่าเจ๋งจริงๆ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าตลาดไม่ตอบรับ หลายคนเลือกที่จะยกธงขาว ม้วนเสื่อ ถอยออกมา ตรงนี้ขอให้มองที่ปัญหา ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากใช้สติไตร่ตรอง ยอมรับ และพยายามหาทางแก้ไข อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสไปต่อ ดีกว่าหนีปัญหาไปเสียเฉยๆ

     2. มีจุดยืนที่ชัดเจน อะไรที่ไม่ใช่ก็ต้องปฏิเสธ อย่าหว่านแหไปทั่ว อย่างกรณีของ BORO มีธงอยู่ในใจว่าชุดที่คัดเลือกมาให้เช่าจะต้องอยู่ในมาตรฐานและคอนเซปต์เดียวกัน ไม่ใช่โอนอ่อนตามที่ลูกค้าต้องการทุกอย่าง ไม่อย่างนั้น อาจสร้างความสับสนให้ลูกค้า การมีแนวคิดและจุดยืนที่ชัดเจนจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรในอนาคต

     3. คิดการใหญ่แต่ดำเนินทีละขั้นตอน ปัญหาที่พยายามแก้ไขอาจไม่ลุล่วงในยามนี้ ให้แบ่งปัญหาแล้วแก้ทีละเปลาะ เป้าหมายที่ตั้งไว้อาจใหญ่โต แต่จะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องก้าวข้ามทีละก้าวเช่นกัน                         

     ผู้ก่อตั้ง BORO ยังบอกอีกว่า น้อยคนนักที่จะลงทุนอย่างบ้าบิ่นไม่เกรงกลัวผลลัพธ์ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความหวาดหวั่น ไม่มั่นใจ และกังวลว่าธุรกิจจะไปรอดหรือไม่ มาร์ค ทเวน นักเขียนอเมริกันชื่อดังเคยกล่าวไว้ประมาณว่า ความกล้าหาญไม่ได้หมายถึงการไร้ซึ่งความกลัว แต่การลงมือกระทำ (ทั้งที่กลัว) ต่างหากคือความกล้าหาญ

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​befor.tart ทาร์ตรสชาติหนังเรื่องโปรด

befor.tart ทาร์ตที่มีหน้าตาและรสชาติแทนหนังเรื่องโปรด กลยุทธ์การตลาดที่ใช้พลังไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มากกว่ากำลังเงิน

by SME Startup| 11 มิย. 2018

​Jeremiah Jones นักสร้างแรงบันดาลใจวัยทีน

ด้วยวัยเพียง 17 ปี Jeremiah Jones เป็นทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ นักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นกระบอกเสียงกระตุ้นให้คนวัยเดียวกันไม่กลัวท..

by SME Startup| 08 มิย. 2018

​Isabella Rose Taylor ดีไซเนอร์รุ่นจิ๋ว บุกรันเวย์

ดีไซเนอร์รุ่นจิ๋ว Isabella Rose Taylor เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและดีไซเนอร์อายุน้อยที่สุดที่ทุกวันนี้คนในวงการแฟชั่นไม่มีใครไม่รู้จักเธอ

by SME Startup| 06 มิย. 2018