บู้-ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์ กับเทคนิคขายรองเท้าผ้าใบ 3 วัน 500 คู่ ทำได้อย่างไร

by SME Startup 18 มิย. 2018
Share:


     เครดิตจากการเป็นมือเบสวงสเลอ และพิธีกรชื่อดัง อาจทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่าย แต่สุดท้ายแล้วธุรกิจจะไปรอดหรือไม่โปรดักส์ คือความหัวใจสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Rompboy แบรนด์สินค้าแฟชั่นของ บู้-ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์ กลายเป็นแบรนด์ที่ดังในเวลาอันรวดเร็ว

     ธนันต์เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำเข้าถุงเท้ามาขายออนไลน์ แต่ขายได้ไม่นานก็มีคู่แข่งเข้ามาตัดราคา จึงตัดสินใจเลิกไป ก่อนจะเปิดโอกาสใหม่ให้ตัวเองด้วยการสร้างแบรนด์ Rompboy ขายสินค้าแฟชั่น ที่มีรองเท้าผ้าใบแฮนด์เมดเป็นตัวสร้างยอดขาย คีย์ซัสเซสของรองเท้าผ้าใบ Rompboy คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นคนพิเศษเมื่อได้สวมใส่ ซึ่งเจ้าตัวจะใช้วิธีผลิตในจำนวนที่ต่ำกว่าดีมานด์ของสินค้า ควบคู่ไปกับการใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป ทำให้สินค้านั้นมีเรื่องราวน่าสนใจ และมีมูลค่าคุ้มค่ากับการจ่ายในราคาเฉพาะกลุ่ม

     นอกจากนี้ รูปแบบการโปรโมทสินค้าที่ใช้แนวทางเดียวกับการโปรโมทวงดนตรีก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน โดยมีการนำเอาคนในวงดนตรีมาทำเพลงประกอบ ถ่ายเป็นมิวสิควิดีโอ เน้นความสนุกสนาน และลูกบ้าอย่างที่วัยรุ่นชอบ พร้อมกับนำดาราวัยรุ่นมาเป็นพรีเซนเตอร์นำเสนอสินค้า ทำให้สินค้าขายหมดยกล็อตภายในไม่กี่นาที


     เขาเล่าว่าคอนเซ็ปต์ในการทำงานของเขา คือทำก่อนคิด เพราะถ้ามัวแต่คิดแล้วจะไม่ได้ทำ แต่ถ้าทำแล้วเจอปัญหาก็ค่อยๆ แก้กันไป ซึ่งความสนุกในการทำธุรกิจสำหรับเขาแล้วก็อยู่ตรงที่ได้แก้ปัญหาซิกแซกไปเรื่อย ได้ท้าทายความคิดของตัวเอง

     “จริงๆ สินค้าของ Rompboy ไม่ได้ซัสเซสทุกตัว ที่แป๊กๆ ก็มีเยอะเหมือนกัน แบบทำมาแล้วเหลือบาน ขายไม่ได้เลย แต่ถึงจะขายไม่ได้ยังไง ผมจะไม่เซลล์ เพราะมันเหมือนการไม่ให้เกียรติของๆ เรา สินค้าทุกตัวเราใช้ใจทำ แก้แบบไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าจะเอาไปเซลล์ ผมยอมทิ้งหรือบริจาคไปเลยดีกว่า”

     เขาบอกว่าดีไซน์ของสินค้า Rompboy ส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ที่เขาชอบ แต่บางทีก็มีแบบตามความนิยมของลูกค้าด้วยเช่นกัน เจ้าตัวบอกว่าความเชื่อมั่นในตัวสินค้า จะทำให้มีพลังในการขาย และมักจะขายได้ทุกครั้ง แต่ก็มีบ้างบางทีที่ผลออกมาไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ซึ่งเขาก็จะจำไว้เป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่ถ้าสินค้านั้นเขาเชื่อมั่นว่าดี แต่ยังขายไม่ได้ เขาก็จะเดินหน้าต่อด้วยการค้นหาความผิดพลาด และหาโอกาสที่จะก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จ ดังเช่น Rompboy School รองเท้านักเรียนแบรนด์น้องใหม่ของเขา


 
     ความสำเร็จจากรองเท้าผ้าใบ Rompboy ทำให้เขาเริ่มมองไกลไปถึงตลาดรองเท้านักเรียน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพดันให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด โดยมองว่าส่วนแบ่งยอดขายเพียงแค่เศษเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ของแบรนด์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ ก็คุ้มแล้วสำหรับลงทุน ซึ่งบู้ตั้งความหวังให้ Rompboy School เป็นรากฐานการเติบโตของธุรกิจในอนาคตเลยทีเดียว เขาใช้เวลาค่อนข้างนานในการบ่มเพาะสินค้าตัวนี้ เลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมออกแบบรูปทรงตรงใจคนรุ่นใหม่ แต่ด้วยราคาที่สูง จึงทำให้ยังไม่ได้รับการตอบเท่าไรนัก ทว่านี่คืออีกหนึ่งไอเท็มที่เขามั่นใจ และเชื่อว่าอนาคต Rompboy School จะเป็นแบรนด์รองเท้าน้องใหม่ที่วัยรุ่นใจถึงต้องมีไว้สวมใส่ไปเท่ห์ที่โรงเรียนกันแน่นอน หากแต่วันนี้อาจยังต้องใช้เวลาในการหาจังหวะที่เหมาะสม ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากกว่านี้

     Facebook : rompboybkk
     Website : www.romp-boy.com

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​จากรองเท้าแตะถึงเคสโทรศัพท์ ไอเดียทำเงินของ Jude Case

ด้วยความที่ชอบใส่รองเท้าแตะ อีกทั้งยังชอบเปลี่ยนเคสโทรศัพท์อยู่บ่อยๆ ลฎาภา ยิ้มละมัย จึงเกิดไอเดียเก๋ หยิบรองเท้าแตะพื้นสีขาว สายยางสีน้ำเงินมาเป็นแ..

by SME Startup| 18 กค. 2018

​นักศึกษาอเมริกา แปรหอพักเป็นร้านอาหาร 5 ดาว

หนทางไม่อับจน! เมื่อจิมมี่ หว่อง นักศึกษาอเมริกา แปรห้องพักสตูดิโอให้เป็นร้านอาหารแบบ fine dinning

by SME Startup| 16 กค. 2018

​Life Forest จานเซรามิกสไตล์วินเทจ ธุรกิจปั้นทำเงินของสาวรักศิลปะ

เปลี่ยนงานอดิเรกที่รักให้เป็นธุรกิจอย่างจริงจัง กับ Life Forest จานเซรามิกสไตล์วินเทจ ธุรกิจปั้นทำเงินของสาวรักศิลปะ

by SME Startup| 12 กค. 2018