ได้เวลา “ล้างพิษดิจิทัล” กันหรือยัง

by SME Startup 01 กค. 2017
Text : Morning dew

 
 
     
    เพิ่งอ่านข่าวจาก VOA (Voice of America) เจอว่าคนอเมริกันจำนวนมากขึ้นๆ มีอาการเครียดเพราะหมกมุ่นกับโซเชียลเน็ตเวิร์กและสื่อดิจิทัลมากเกินไปจนส่งผลต่อสุขภาพกาย ในข่าวก็แนะนำว่าคนที่เสพติดสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ควรหาโอกาสทำ Digital Detox หรือการล้างพิษดิจิทัลกันบ้าง ซึ่งก็คือ การลดละ เว้นระยะในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ มาดูกันว่า มีสัญญาณใดบ้างที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้างพิษดิจิทัล
 
 
     สัญญาณแรกเลยดวงตาพร่ามัว สายตาเริ่มแย่ลง เพราะการจ้องหน้าจอนานๆ โดยไม่พักสายตา จะทำให้กะพริบตาน้อยลง และทำให้ดวงตาแห้งไม่ชุ่มชื้น นอกจากนั้น แสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ที่ปล่อยออกมายังสามารถทะลุทะลวงเข้าลูกตาได้มากกว่าแสงทั่วไป ส่งผลให้เกิดตาแดง ตาพร่า และตาเสื่อม
 
 
     สัญญาณที่สอง มีอาการที่เรียกว่า Panic Attack ลนลาน ตื่นตระหนก ลองสังเกตตัวเองว่า เวลาลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน หรือไม่มีโทรศัพท์อยู่ใกล้ตัวจะเกิดอาการกระวนกระวายหรือไม่ อาการแบบนี้อาจดูน่าขำ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะบางคนกังวลถึงขั้นส่งผลทางการคือ ใจสั่น ใจเต้นแรง แน่นหน้าอก เหงื่อออก หายใจไม่ทัน เป็นต้น
 
 
     พักไม่เป็น คือสัญญาณที่สาม เมื่อใดที่ว่างและมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ หลายคนคิดว่าการเล่นมือถือเป็นการฆ่าเวลา แต่บ่อยครั้งก็อดที่จะเช็กอีเมล เช็กไลน์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานไม่ได้ พอมีงานเข้ามา ก็เลือกที่จะสะสาง จนทำให้ทำงานมากเกินไป กลายเป็นว่าเรื่องงานตามไปหลอกหลอนทุกที่ทุกเวลา
 
 
     สัญญาณที่สี่ ปวดศีรษะและความจำสั้น จนถึงขี้ลืม การจ้องแสงสีฟ้าหน้าจอโทรศัพท์บ่อยๆ นอกจากทำให้สายตาเสียยังทำให้ปวดศีรษะ รวมถึงอาการที่เลวร้ายกว่านั้นคือ การสูญเสียความจำระยะสั้นที่แพทย์ระบุเป็นอาการหนึ่งของ Digital Dementia (โรคความจำเสื่อมเพราะเทคโนโลยี) เนื่องจากการผูกติดกับสมาร์ทโฟนที่ช่วยคิดช่วยจำทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่าต้องจดจำข้อมูลใดๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์เราก็บันทึกไว้บนเครื่องไม่มานั่งจดในสมุดหรือคอยจำแต่อย่างใด 
 
 
     การทรงท่าที่ผิด หรือ Poor Posture ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่ง อิริยาบถในชีวิตประจำวันล้วนนำไปสู่การทรงท่าที่ผิดได้ทั้งนั้นแต่ที่พบบ่อยคือ “สังคมก้มหน้า” ท่วงท่าขณะก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์อยู่นั้นหมายถึงกระดูกต้นคอจะแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “หน้ายื่น” (Forwarded Head Syndrome) นำไปสู่อาการปวดหลัง ปวดคอ
 
 
     การล้างพิษดิจิทัลสามารถทำได้ด้วยการปิด Notification หรือเสียงแจ้งเตือนทั้งหลายแหล่บนโทรศัพท์ เหลือไว้แต่ที่จำเป็นจริงๆ และกำหนดเวลาในการเช็กข้อความบนโทรศัพท์ เช่น ไม่เกินครั้งละ 20 นาที เป็นต้น นอกจากนั้น ก่อนเข้านอนควรงดใช้มือถือหรือแท็บเล็ต เป็นไปได้ควรปิดเครื่องไว้ขณะนอนหลับ การทำ Digital Detox นอกจากพักตัวเองจากเทคโนโลยียังช่วยบรรเทาอาการเสพติดมือถือได้อีกวิธีหนึ่งด้วย สำคัญคือต้องอดทน และใจแข็งพอจึงจะผ่านพ้นไปได้
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

Related Articles

​COOKIT เดลิเวอรี่ชุดทำอาหารถึงบ้าน ธุรกิจใหม่ตอบโจทย์คนชอบเข้าครัว

ในขณะที่ใครๆ ส่งตรงอาหารสำเร็จรูปถึงบ้าน COOKIT กลับทำสิ่งที่แตกต่าง ด้วยการส่งชุดทำอาหารที่ต้องไปปรุงต่อเอาเองที่บ้าน

by SME Startup| 20 กค. 2017

​NAP Sleep Salon แค่ซาลอนไม่พอ ต้องหงีบได้ด้วย

คิดจะทำธุรกิจเดี๋ยวนี้ ต้องทำให้เหนือกว่าคู่แข่งทั่วไป อย่าง NAP Sleep Salon ที่เป็นมากกว่าซาลอนธรรมดาๆ เพราะที่นี่จะนวดศีรษะแล้วให้หงีบไปได้นานร่วม..

by SME Startup| 07 กค. 2017

​7 แบรนด์เครื่องประดับฝีมือ Gen Y ไทย .. ไม่ช้อปมีเอ้าท์

หนุ่มสาวคนไหนที่รักการแต่งตัวคงรู้ว่าเครื่องประดับดีๆ สักชิ้นช่วยเสริมลุคได้มากทีเดียว และเครื่องประดับแบรนด์ไทยก็ไม่น้อยหน้าแบรนด์นอกทั้งในเรื่องดี..

by SME Startup| 07 กค. 2017