เปิดกลยุทธ์เกาหลี ดัน “กิมจิ” ขึ้นแท่นอาหารโลกสำเร็จ ทุบสถิติยอดส่งออกสูงสุดในรอบ 12 ปีกว่า 5 พันล้านบาท

 

     ย้อนไปเมื่อสัก 10-20 ปีก่อน อาหารเกาหลียังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก ต่างจากปัจจุบันที่ร้านอาหารเกาหลีนอกประเทศได้รับความนิยมมากขึ้นจนตีตื้นขึ้นมาได้รับความสนใจพอ ๆ กับอาหารเอเชียชาติอื่น เช่น ไทย จีน ญี่ปุ่น หนึ่งในอาหารสามัญประจำชาติที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเกาหลีคือ “กิมจิ” ผักดองกลิ่นแรงรสจัดจ้านที่ทุกครัวเรือนต้องมี ว่ากันว่ากิมจิถือเป็นอาหารสำคัญที่ชาวเกาหลีไม่สามารถขาดได้เลย

     แม้จะเป็นอาหารที่มีความเฉพาะโดยเฉพาะในเรื่องของกลิ่นและรสที่ชาวเกาหลีเองเคยไม่มั่นใจว่าจะสามารถกลายเป็นอาหารที่ชาวต่างชาติยอมรับอย่าว่าแต่ชื่นชอบ ทว่าวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเกาหลีบวกกับความตั้งใจจริงและการวางแผนอย่างรัดกุมก็สามารถทำให้แผนการผลักดันกิมจิให้เป็นอาหารระดับสากลก็ประสบความสำเร็จแม้จะใช้เวลาค่อนข้างยาวนานก็ตาม

     โดยล่าสุดมีรายงานว่ายอดส่งออกกิมจิจากเกาหลีทะยานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทุบสถิติครั้งแรกในรอบ 12 ปี ทั้งนี้ กรมศุลกากรเกาหลีใต้ระบุยอดส่งออกกิมจิไปต่างประเทศปี 2021 มีมูลค่า 159.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5,251 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้าที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 144.5 ล้านดอลลาร์ โดยเกินครึ่งของกิมจิที่ส่งออกถูกส่งไปยังญี่ปุ่น สหรัฐฯ ฮ่องกง ไต้หวัน อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลียตามลำดับ          

     เจ้าหน้าที่ศุลกากรกล่าวว่าผลพวงจาก “Korean Wave” หรือคลื่นความคลั่งไคล้ในวัฒนธรรมเกาหลีทำให้ชาวต่างชาติสนใจอาหารเกาหลีมากขึ้น กอปรกับการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และกิมจิก็เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับการแนะนำว่ามีจุลินทรีย์ดีสูง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ผู้ผลิตกิมจิในเกาหลีต่างปรับรสชาติเพื่อเอาใจผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่ส่งออกไปจำหน่าย

     ความสำเร็จในการผลักดันวัฒนธรรมอาหารเกาหลีให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วเวลาอันสั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 หรือเมื่อ 14 ปีก่อน รัฐบาลเกาหลีได้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า “องค์กรส่งเสริมการสร้างแบรนด์ประเทศของประเทศ” (The Presidential Council on National Branding) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ โดยทุ่มงบ 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปกับ gastrodiplomacy หรือการทูตผ่านอาหาร โดยจะมีการโปรโมทอาหารเกาหลี เช่น สนับสนุนให้มีการเปิดร้านอาหารเกาหลีในต่างแดนมากขึ้น รวมถึงการมุ่งเผยแพร่กิมจิให้เป็นที่รู้จักและบริโภคในวงกว้าง

     ปี 2009 “สถาบันกิมจิ” (The Kimchi Institute) ถูกตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับกิมจิโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออก โดยเกาหลีได้ศึกษาตลาดจนพบว่าหากจะส่งกิมจิไปแต่ละประเทศต้องปรับเปลี่ยนรสชาติอย่างไรให้โดนใจผู้บริโภคท้องถิ่น เช่น กิมจิที่ส่งไปขายสหรัฐฯรสต้องไม่เปรี้ยวจนเกินไป หากเป็นญี่ปุ่น กิมจิจะมีรสหวานขึ้น รสชาติที่ถูกปรับจนถูกปากขึ้นส่งผลให้กิมจิได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว   

      วิธีการแทรกซึมผ่าน “ซอฟต์พาวเวอร์” ทำให้เกาหลีกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่สร้างแบรนด์ได้ยอดเยี่ยมสุดในโลก ซอฟต์พาวเวอร์ที่ว่าประกอบด้วยวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น ดนตรี ซีรีส์ และภาพยนต์ และที่จุดประกายในเกิดเป็นกระแสเปรี้ยงปร้างสุดก็ช่วงปี 2012 ที่เพลงกังนัม สไตล์ของนักร้องไซถูกปล่อยออกมาจนเป็นไวรัลไปทั่วโลกและมียอดวิวมากกว่า 1,000 ล้านครั้งบนยูทูป กลายเป็นใบเบิกทางให้เค-ป๊อปวงอื่น ๆ ได้รับความนิยมในโลกตะวันตกไปด้วย 

     ความนิยมในสื่อบันเทิงเหล่านี้ที่สยายไปทั่วโลกมีผลทำให้ผู้คนสนใจอาหารเกาหลีและต้องการลิ้มลองมากขึ้น โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เช่น ยูทูปเบอร์เกาหลีในต่างแดนที่ทำรายการเกี่ยวกับอาหารมาร่วมให้ความรู้และช่วยโปรโมทอีกแรง ทำให้ทราบประวัติความเป็นมา และประเภทของกิมจิว่ามีนับร้อยชนิด และในแต่ละปีชาวเกาหลีบริโภคกิมจิมากถึง 1.5 ล้านตัน  

     เกาหลีใช้ทุกโอกาสทุกเหตุการณ์ในการประชาสัมพันธ์กิมจิ ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่เกาหลีส่งนักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศไปปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อปี 2008 ร่วมกับนักบินอวกาศชาติอื่น หน่วยงานรัฐบาลเกาหลี 3 หน่วยงานได้ร่วมกันวิจัยโดยใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์ในการผลิตกิมจิเวอร์ชั่นที่สามารถรับประทานในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง และไม่มีกลิ่นรบกวนนักบินอวกาศคนอื่น จนกลายเป็นข่าวบนหน้าสื่อ

     ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียวที่ผลักดันเรื่องนี้ บรรดาเอกชนเองก็ให้ความร่วมมือ ยกตัวอย่างโครงการ The Kimchi Bus ที่รัฐบาลสนับสนุนซี ฮยอนริว เชฟและนักเขียนชาวเกาหลีให้เดินสายไปยัง 32 ประเทศตั้งแต่สหรัฐฯ อาร์เจนตินา และอิตาลีเพื่อสาธิตการปรุงอาหารด้วยกิมจิ “หากพูดถึงเกาหลี คนส่วนใหญ่จะรู้จักแค่เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ แต่ไม่ค่อยมีใจรู้จักอาหารเกาหลี ภารกิจนี้จึงเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกาหลีโดยผ่านวัฒนธรรมอาหาร ผ่านกิมจินั่นเอง”

     ส่วนที่ลอสแองเจลิส บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเกาหลีได้ทำโครงการ Bibimbap Backpackers รับสมัครคนหนุ่มสาวเชื้อสายเกาหลีให้ออกเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อโปรโมทอาหารเกาหลี บางกลุ่มทำ food truck จำหน่ายทาโก้ฟิวชั่นรสชาติแปลกใหม่ใส้กิมจิซึ่งได้รับการตอบรับดี มีลูกค้าต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อ

    จากที่เคยกังวลว่ากลิ่นและรสของกิมจิจะเป็นอุปสรรค การณ์กลับกลายเป็นว่าผู้บริโภคอ้าแขนรับ กิมจิจึงได้ขยายความนิยมจากพรมแดนสู่พรมแดน ร้านอาหารเกาหลีผุดขึ้นทั่วยุโรปและอเมริกา นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเกาหลีก็เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยช่วงปี 2009-2015 จำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเกาหลีพุ่งขึ้นถึง 70 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว 

     เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย ความสำเร็จในการทำให้กิมจิเป็นที่ยอมรับและกลายเป็นอาหารสากลระดับโลกเกิดจากการวางนโยบาย และดำเนินการทุกกวิถีทางโดยมีรัฐบาลเป็นหัวเรือใหญ่และเอกชน รวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือ แม้ว่าจะใช้เวลานานนับทศวรรษ แต่ดอกผลที่ผลิให้เห็นนั้นเรียกได้ว่าคุ้มกับการรอคอย

 

TEXT: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

 

ข้อมูล

www.washingtonpost.com/world/asia_pacific/to-promote-kimchi-abroad-korean-scientists-are-trying-to-get-rid-of-the-smell/2017/06/21/a1cc7de2-4ab7-11e7-b69d-c158df3149e9_story.html

https://theculturetrip.com/asia/south-korea/articles/how-kimchi-went-global/

www.npr.org/sections/thesalt/2016/08/22/489805398/how-south-korea-uses-kimchi-to-connect-to-the-world-and-beyond

www.travelandleisure.com/food-drink/south-korea-spent-millions-on-kimchi

www.koreaherald.com/view.php?ud=20220117000707&np=2&mp=1

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง