​เปลี่ยนคู่แข่ง(ออนไลน์) เป็นพาร์ทเนอร์(ออฟไลน์) โมเดลใหม่ดันธุรกิจโต!

by SME Thailand 19 กย. 2018
Share:





 
     Digital Age คือโอกาสสำหรับการทำธุรกิจที่แท้จริง เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครต่างก็กลายเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ได้ง่ายเว่อ! แค่มีสินค้าที่น่าสนใจ เปิดเพจบน Facebook สร้าง Account ใน Instagram คิดชื่อร้านเก๋ๆ ก็ขายของได้แล้ว แต่ความท้าทายคือ เมื่อใครๆ ก็ทำได้ ก็ย่อมมีคู่แข่งที่มากขึ้น แถมสินค้าก็ดูคล้ายกันไปหมด ขายไปขายมา มีหลายคนที่เริ่มสร้างปัญหาด้วยการตัดราคาให้ตัวเองถูกลงกว่าเจ้าอื่น ถ้าสายป่านไม่ยาวก็อาจจะไปต่อได้ไม่ไหว ล้มหายตายจากในที่สุด แต่ถ้าคุณลองพลิกอีกมุม เปลี่ยนจากคู่แข่งที่ว่านี้ ให้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น!?
  

     ร้าน TAP Stationery พื้นที่ขายเครื่องเขียนสุดแสนน่ารักในย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการร่วมมือกัน จากคู่แข่งบนโลกออนไลน์กลายเป็นพาร์ทเนอร์ในชีวิตจริง 1 หนึ่งหุ้นส่วนของร้าน เอ – วริศรา เลียวพิทักษ์ ได้เล่าให้ฟังว่าร้าน TAP Stationery เกิดจากการรวมตัวของคนที่มี Passion ด้านเครื่องเขียนเหมือนกันและแต่ละคนก็มีทำธุรกิจออนไลน์ด้านเครื่องเขียนของตัวเองอยู่ โดยร้านของเอชื่อ Giraffe.stationery ส่วนพาร์ทเนอร์อีก 2 คนคือ เต้ - ธนพันธุ์ ศิริสนธิ ร้าน Stationery2u และ ป่าน - ปริณดา สิริธรังศรี ร้าน Jubucute
 



 
     “ร้าน TAP Stationery เกิดจากหุ้นส่วน 3 คน แต่ละคนก็มีร้านบนออนไลน์ของตัวเองอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่เราทำมา เรารู้ว่าออนไลน์มีคนเข้ามาเล่นในตลาดมากขึ้น แล้วลูกค้าก็มักจะชอบมาถามว่า มีหน้าร้านมั้ย ค่อนข้างเยอะ เราก็รู้สึกว่าถึงจุดอิ่มตัว มันไปได้เรื่อยๆ ของมัน แล้วเราก็คิดว่าหน้าร้านเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เราทั้ง 3 คน จบม.เกษตรเหมือนกัน เลยคิดว่าตรงนี้เป็นทำเลที่ดี เราก็คุยกันจนเกิดเป็นร้านนี้ขึ้นมา”
 
 
     แต่ด้วยความที่ทั้ง 3 คน มีร้านเครื่องเขียนออนไลน์มาก่อนและมีบางสินค้าที่อาจจะทับซ้อนกัน ทำให้ดูเหมือนว่าทั้ง 3 คนจะเป็นคู่แข่งกันบนโลกออนไลน์มากกว่า
 
 
     “ถ้าคนอื่นมองมาก็ต้องรู้สึกอยู่แล้วว่ามันเป็นคู่แข่งกัน แต่ความจริงร้านของเราแต่ละคนจะมีจุดเด่นคนละแบบเลยคืออย่างร้านของพี่เต้จะเน้นเครื่องเขียนที่พื้นฐานเป็นหลัก ปากกา ดินสอพื้นฐาน กลุ่มลูกค้านอกจากที่จะเป็นเด็กนักเรียนแล้วยังได้กลุ่มคนทำงานเพิ่มขึ้นมา ส่วนร้านของป่านจะเน้นงานศิลป์เลย เช่น อุปกรณ์ทำงานศิลป์ ตลับสีน้ำ ส่วนของเอนอกจากเครื่องเขียนพื้นฐานยังมีเครื่องเขียนแปลกๆ จากญี่ปุ่น แม็กแบบไม่ต้องใช้ลูกแม็ก เราแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์คนละแบบกัน แต่ถ้าคู่แข่งร่วมมือกัน ช่วยกันทำธุรกิจออฟไลน์ มีหน้าร้าน เอาจุดเด่นของแต่ละคนมารวมกัน มันเลยไม่ใช่คู่แข่งกันแล้ว แต่มันคือการร่วมมือกันมากกว่า”
 
 



     เมื่อคนที่มี Passion เรื่องเดียวกัน มารวมที่จุดเดียวกัน ณ TAP Stationery เลยกลายเป็นร้านเครื่องเขียนที่มีความครบครัน ทั้งสินค้าพื้นฐานที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี คุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น ปากสีสันสดใส มีให้เลือกมากมาย รวมทั้งยังมีสินค้ากระจุกกระจิกที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
 
 
     “ร้าน TAP พวกสินค้าพื้นฐานเรามีครบอยู่แล้ว ส่วนสินค้าอื่นๆ เราก็มีเพิ่มเติมขึ้นมา ช่วยกัน เราก็ดูจากกลุ่มเป้าหมายตรงนี้ว่าชอบอะไร เราก็ป้อนสินค้าเพื่อตอบโจทย์สิ่งที่เขาต้องการ กลุ่มลูกค้าก็มีทั้งกลุ่มนิสิต นักเรียน ช่วงพักกลางวันก็มีกลุ่มคนทำงานเพิ่มขึ้น เสาร์อาทิตย์จะเป็นกลุ่มครอบครัว ที่เด็กๆ ชวนพ่อแม่มาเลือกซื้อของ”
 



 
     นอกจากนี้เอยังได้พูดถึงข้อดีของการจับมือคู่แข่งให้กลายมาเป็นพันธมิตรว่าเหมือนกับการได้เพื่อนคู่คิด เวลามีปัญหาก็มีคนที่ช่วยกันแก้ไข ยิ่งถ้าผู้ประกอบการออนไลน์ อยากจะเริ่มต้นมีหน้าร้าน การมีพาร์ทเนอร์ก็จะทำให้คุณลดความเสี่ยงในการทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมากขึ้น
 
 
     “อย่างเราเองมีกัน 3 คน ความคิดมันก็เพิ่มขึ้นแน่ๆ ความคิดของแต่ละคนมันก็ช่วยเติมเต็มร้านให้มีความสมบูรณ์แบบ คือถ้าเอเปิดร้านคนเดียวอาจจะทำได้ไม่ดีเท่านี้ การมีหน้าร้านคือการที่เราทุกคนได้เรียนรู้ไปด้วยกัน แต่ละคนก็เคยผ่านประสบการณ์ออนไลน์มาแล้ว แต่เรายังใหม่มากสำหรับออฟไลน์ คือถ้าเอเจอปัญหาคนเดียวก็คงแก้ไขได้ไม่ดีเท่าการที่มีทีมทีมนี้”
 
 



     เอได้ปิดท้ายแนะนำผู้ประกอบการออนไลน์ถึงปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจมาทำออฟไลน์ว่าการทำออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพจริงๆ ไม่ได้จบแค่การขายของแต่มันมีอะไรที่มากกว่านั้น
 
 
     “เอมองว่าการทำธุรกิจออนไลน์คือโอกาสของคนยุคนี้จริงๆ แต่การทำธุรกิจออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบด้วยการขายของ มีสินค้า ขายไปแล้วจบ แต่การบริการก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งการพูดจากับลูกค้า สินค้าที่มีคุณภาพ การขนส่ง การใส่ใจลูกค้า เป็นพื้นฐานที่ดีของการทำออนไลน์แล้วคุณจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าจุดไหนที่คุณพร้อมแล้วสำหรับการทำธุรกิจออฟไลน์ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าธุรกิจออนไลน์คุณดีอยู่แล้ว มันจะถึงจุดที่คุณรู้เอง ซึ่งการมีพาร์ทเนอร์มันคือโอกาสในการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น แต่ละคนอาจจะถนัดคนละแนวทาง แต่พอมารวมกันคือการขยายฐานลูกค้าในแต่ละแนวทางให้กว้างขึ้น ลูกค้าที่เขาชอบแนวนี้ พอได้มาเจอหน้าร้านเขาก็อาจจะเจอจุดอื่นที่ทำให้เขาชอบร้านเรามากยิ่งขึ้น”
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ทำ Content Marketing ยังไงไม่ให้ถูกเขี่ยทิ้ง! ในยุคคอนเทนต์สึนามิ

ในยุคที่คอนเทนต์มีมากมายบนออนไลน์ จนบางครั้งกลายเป็นขยะที่ผู้บริโภคเขี่ยทิ้งได้ง่ายๆ ดังนั้นถ้าคิดจะใช้ Content Marketing มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด คุ..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​ปีใหม่’62 คาดคนกรุงฯ ใช้จ่ายกว่า 30,800 ล้านบาท เน้นมอบของขวัญเฉพาะคนสำคัญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 30,800 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการค้าปลีกจะมีการโหมจัดกิ..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018

​​ร้าน Payless ใช้กลยุทธ์ทดสอบสังคม เปิดร้านปลอมอัพราคารองเท้า แต่คนกลับแห่ซื้อ!

กลายเป็นไวรัลในทันทีเมื่อ Payless ShoeSource ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ชื่อดังจากอเมริกาที่จำหน่ายรองเท้าราคาย่อมเยา ได้สร้างกระแสด้วยกลยุทธ์ social exp..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018