ทำยังไง! เมื่อแม่ค้าล้น Flea Market

by SME Thailand. 05 มีค. 2018
Share:






     ถ้าย้อนกลับมาสักประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ช่วงที่ตลาด Flea Market หรือตลาดนัดฮิปๆ ยังไม่เยอะจนล้นเมืองขนาดนี้ ช่วงเวลานั้นนับว่าเป็นโอกาสทองของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าที่หาของโดนใจลูกค้าได้ก่อน เลือกตลาดโลเคชั่นดีก่อน ก็รวยก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปที่ใครๆ ก็อยากจะรวย อยากมีอาชีพเสริมแถมตลาดยังเปิดใหม่ทุกมุมเมือง ทำให้คนที่เคยเป็นลูกค้าก็ผันไปไปเป็นแม่ค้ากับเขาดูบ้าง คำถามคือแล้วใครล่ะ ที่จะมาเป็นคนซื้อ?


     ภัคจิรา วิรธาดา หรือ หนู แม่ค้ากระเป๋ามือสองที่เคยออกตระเวนไปตามงาน Event ต่างๆ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว มี Event ไหน เธอไปหมด จนเวลาผ่านไป ตลาดเริ่มเงียบเหงา การไปออกงานขายของก็ไม่คุ้มเหมือนที่เคย


     “เมื่อก่อนเราอยู่โคราช ก็ขายของมือสองอะไรพวกนี้ตามตลาดนัด ประมาณ 3 ปีที่แล้วมีคนชวนให้ลองมาขายงาน Cheeze ที่กรุงเทพฯ ดู เราก็ออกจากโคราชมาลองขาย ปรากฏว่า ขายดีมาก จนทำให้เรามองเห็นโอกาสและอยากย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ตอนแรกก็ไปๆ มาๆ สุดท้ายก็เริ่มมาอยู่เลย ช่วง 3 ปีที่แล้ว งาน Event ขายดีมากนะ แต่พอมาถึงช่วงประมาณปีที่แล้ว เริ่มเงียบ ยิ่งช่วงหน้าฝน ยิ่งขายไม่ได้เลย บางครั้ง แค่ฝนตกวูบเดียวคือลูกค้าหายไปเลย”



     

     นอกจากนี้หนูยังได้มองว่าที่งาน Event หรือ Flea Market ขายได้ยากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้าเองก็ผันตัวมาเป็นแม่ค้าเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี หลยคนอยากที่จะมีงานเสริม


     “ตอนนี้ Flea Market มันเยอะมาก เยอะจริงๆ ไปไหนก็มีแต่ตลาด มีแต่พ่อค้าแม่ค้า แต่ว่าไม่มีคนซื้อ เพราะคนเดินเองก็กลายมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า 3 ปีที่แล้วมันไม่เยอะขนาดนี้ อาจเพราะว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนก็อยากจะมีอาชีพเสริม พอคนเริ่มทำเยอะก็แชร์ตลาดกันเอง ตอนนี้เราเลยไม่ค่อยออกงาน Event แล้ว จะขายแค่ Flea Market วันพุธ ตรง Union Mall วันเดียว เหตุผลเลยคือไม่คุ้ม เดี๋ยวนี้ออกงานแต่ละงาน ค่าที่แพง บางงาน 3พันบาท คิดดูว่าต้องขายเท่าไหร่ถึงจะมีกำไร ส่วนใหญ่คนก็มาเดินเอาบรรยากาศ ถ้าไม่ใช่สิ้นเดือน อะไรที่ไม่จำเป็นคนก็จะไม่ซื้อ”


     เมื่อตลาดเริ่มซบ ขายไม่ได้ ออกงานทีหนึ่งก็ไม่คุ้มค่าที่ ทำให้แม่ค้าอย่างหนูต้องเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้เธออยู่ได้ นั่นคือการขายออนไลน์ โดยใช้ IG เป็นหน้าร้าน ใช้ชื่อว่า @noodeethecat


     “พอตลาดมันเริ่มเงียบ เราก็ไม่ได้ไปออกงาน Event เหมือนเมื่อก่อน เราเลยกลับมาทำออนไลน์ อย่าง IG เพราะคิดว่ามันกำลังโต อย่างเพื่อนหลายคนก็ประสบความสำเร็จบนออนไลน์ วิธีการทำตลาดบนออนไลน์ใน IG เราจะเน้นการถ่ายรูปสวยๆ ให้มันยังดูมีความเป็นตัวเองอยู่ในนั้นด้วย เน้นการใช้ Hashtag ขยันทำหน่อย ไม่นานก็มีลูกค้าเข้ามา แต่สิ่งสำคัญเลยคือสินค้าของเรา ถึงจะเป็นกระเป๋ามือสอง แต่สภาพมันใหม่มาก บางใบเป็นของแบรนด์ เพราะว่าเราใส่ใจในการคัดของ หาของ วันธรรมดาที่เราไม่ได้ขายของที่ Union Mall เราก็จะไปหาสินค้าใหม่ๆ อาจจะราคาสูงกว่าของมือสองทั่วไปแต่ลูกค้าก็ยอมจ่ายเพราะว่าคุณภาพดีกว่า”



     

     นอกจากนี้หนูได้ปิดท้ายสำหรับตลาดตอนนี้ที่เริ่มซบเซา ด้วยการใช้คำว่า อดทน เพื่อเป็นแรงผลักดันในการทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของทุกคนสามารถเดินต่อไปได้


     “คนที่ขายของตอนนี้ต้องอดทนมาก เพราะว่าตลาดมันเงียบ อย่างบางคนเขาทำเป็นอาชีพเสริมก็อาจจะไม่เป็นไร แต่เราทำเป็นอาชีพหลัก ก็ต้องมองหาช่องทางใหม่ๆ อย่างออนไลน์ก็เป็นช่องทางที่ดีและมีโอกาส นอกจากนี้งานประเภทสินค้าไอเดียก็กำลังมา ถ้าใครที่มีศักยภาพสามารถทำสินค้าเหล่านี้ออกมาได้ก็น่าจะมีกลุ่มลูกค้ารองรับ”


     เพราะในยุคนี้ การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องหมูๆ หลายคนมองว่าง่ายแต่เมื่อเข้าไปทำจริงๆ อาจจะเจอกับสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง หากว่าใครไม่เก๋าจริง ก็คงยากกันสักหน่อย


 
         
5 กลยุทธ์ขายของที่ Flea Market แบบไม่ขาดทุน 


เลือกโลเคชั่นให้เหมาะกับสินค้า
     การเลือกโลเคชั่นหรือว่า Flea Market ที่จะไปขายของเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าคาแร็กเตอร์ของแต่ละตลาดจะส่งผลถึงกลุ่มลูกค้าที่มาเดิน ดังนั้นคุณต้องรู้ว่าสินค้าของคุณจะขายได้กับคนกลุ่มไหนและพวกเขาจะไปเดินตลาดแบบไหน หากคุณเลือกผิด ก็อาจจะขายของยากสักหน่อย
 

อย่าลืมดูฝนฟ้าอากาศ
     
ปัญหาหลักของการขายของที่ Flea Market หรืองาน Event ต่างๆ นั่นคือเรื่องของฝนฟ้าอากาศ อย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศให้ดี ถ้าในช่วงหน้าฝนก็ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นผ้าใบกันน้ำ จัดร้านให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก ร่ม อุปกรณ์กันฝนต่างๆ ทางทีดีถ้ามองแล้วว่าไปไม่คุ้ม ในช่วงนี้อาจจะหลีกเลี่ยงการขายของตลาดกลางแจ้งและเลือกเป็นตลาดที่อยู่ในร่มจะดีกว่า
 

จัดร้านให้สวย แสงไฟต้องพร้อม
     
หน้าร้านเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญเพราะลูกค้าจะมองเห็นภาพโดยรวมก่อนจะเดินเข้ามาหาคุณ ดังนั้นคุณจะต้องจัดร้านให้ดูสวย โดดเด่น เน้นสินค้า แต่อย่าจัดร้านจนรกเกินไป เอาแบบพอดีๆ อาจจะหาชั้นไม้มาวาง มีโซนวางสินค้าไฮไลท์ ไปจนถึงการใช้แสงไฟมาเพิ่มความโดดเด่นให้ร้านของคุณ อย่าให้ดูมืดจนเกินไป อีกทั้งแสงไฟยังช่วยทำให้สินค้าดูน่าซื้อมากขึ้นด้วย

 
คำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี
     
แน่นอนว่าบางตลาดอาจจะเก็บค่าที่ไม่แพง ราคารับได้ แต่อยู่ไกลเกินไปจนค่าเดินทางไม่คุ้มแถมบริเวณโดยรอบยังไม่มีอาหารราคาถูกอาจจะทำให้คุณต้องเสียเงินวันนั้นไปกับค่าดำรงชีพจนกำไรไม่มี เผลอๆ ยังขาดทุนอีกต่างหาก ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจไปขายตลาดที่ไหนก็ตาม ลองคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี ถ้าคิดว่าคุ้มค่า ไม่ขาดทุน ระยะทางไม่ไกลเกินไป ก็ตัดสินใจได้เลย

 
ขายของแบบ Friendly
     
เชื่อไหมว่าพ่อค้าแม่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของเลยทีเดียว เคยไหมเวลาเดินเข้าไปในร้านเจอแม่ค้าหน้าบูด พูดจาไม่ดี ดูเหมือนไม่อยากขาย แม้สินค้าจะดีเพียงใด ลูกค้าก็อาจจะเมินคุณได้ในทันที เพราะฉะนั้นการขายของต้องมี Service Mind ยิ้มแย้มแจ่มใส แนะนำสินค้าด้วยความจริงใจ มีการเรียกลูกค้าแบบไม่เคอะเขิน เท่านี้คุณก็จะขายของให้กับลูกค้าได้ไม่ยาก







www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ปีใหม่’62 คาดคนกรุงฯ ใช้จ่ายกว่า 30,800 ล้านบาท เน้นมอบของขวัญเฉพาะคนสำคัญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 30,800 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการค้าปลีกจะมีการโหมจัดกิ..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018

​​ร้าน Payless ใช้กลยุทธ์ทดสอบสังคม เปิดร้านปลอมอัพราคารองเท้า แต่คนกลับแห่ซื้อ!

กลายเป็นไวรัลในทันทีเมื่อ Payless ShoeSource ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ชื่อดังจากอเมริกาที่จำหน่ายรองเท้าราคาย่อมเยา ได้สร้างกระแสด้วยกลยุทธ์ social exp..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018

​9 เทรนด์น่ารู้ Digital Marketing 2019

เทรนด์ Digital Marketing ในปี 2019 จะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง นี่คือ 9 เทรนด์น่ารู้ที่คุณควรต้องรู้ไว้!

by SME Thailand| 08 ธค. 2018