​รีไซเคิลแบบมีสไตล์ FREITAG แบรนด์ขวัญใจคนรักษ์โลก

by SME Thailand. 12 กค. 2018
Share:



Cr:FREITAG
 

     สินค้าขึ้นชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนาฬิกาและมีด ก็เห็นจะเป็นกระเป๋า FREITAG (อ่านว่า ไฟรทาก แปลว่า วันศุกร์) แบรนด์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของสองพี่น้องตระกูลไฟรทาก นาม มาร์คัส และ แดเนียล แต่กลับกลายมาเป็นไอเท็มที่ชาวสวิสแทบทุกคนต้องมีและเป็นสินค้าที่ส่งไปขายทั่วโลก แดเนียลและมาร์คัส สองนักกราฟิกดีไซเนอร์ที่ลบล้างภาพลักษณ์ว่าคนในวงการครีเอทิฟมักทำธุรกิจไม่ขึ้น แต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ FREITAG พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความคิดสร้างสรรค์กับการตลาดไปด้วยกันได้ถ้ามีจุดยืนที่ชัดเจน
 

     สินค้าของ FREITAG คือกระเป๋าแบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์ที่แม้จะชูการเป็นแบรนด์สีเขียวใส่ใจสิ่งแวดล้อมแต่ก็มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างเด่นชัดตรงวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าล้วนเป็นของเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ได้แก่ ผ้าใบเก่าคลุมรถบรรทุก สายเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ และยางในล้อจักรยาน จุดเด่นที่สองคือเมื่อผลิตออกมาแล้ว กระเป๋าแต่ละใบมีความเฉพาะตัวไม่ซ้ำกันเลย ตรงตามคอนเซปต์ Each one recycled, each one unique
 

     จากจุดเริ่มที่ต้องการทำกระเป๋าขึ้นมาสักใบเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เนื่องจากหากระเป๋าที่ถูกใจในท้องตลาดไม่ได้ ปัจจุบัน FREITAG กลายเป็นธุรกิจที่ประกอบด้วยโรงงานขนาดใหญ่ พนักงานนับร้อย กำลังการผลิตกว่า 400,000 ใบต่อปี สินค้าวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกราว 470 แห่งทั่วโลก และยังมีหน้าร้านของตัวเองอีก 11 แห่ง รวมถึงเบอร์ลิน โคโลญ ฮัมบูร์ก ดาวอส เวียนนา โตเกียว และซูริก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้น สินค้า FREITAG ยังทรงคุณค่าทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์จนได้รับเลือกไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์การออกแบบในสวิตเซอร์แลนด์ และที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (MoMa) ในนิวยอร์กอีกด้วย
               

     ตำนานของ FREITAG เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2536 ช่วงที่สองพี่น้องมาร์คัสและแดเนียลยังเป็นนักศึกษาสาขากราฟิกดีไซน์ พวกเขาต้องขนกระดาษเป็นม้วนและสัมภาระต่างๆ จำนวนมาก แต่การสัญจรไป-มาด้วยจักรยาน ทำให้ลำบากในการหากระเป๋าในฝันที่บรรจุสมบัติทั้งหมด โดยที่ 1.ทำให้คล่องตัวเมื่อปั่นจักรยาน 2.กระเป๋าต้องทนทานและกันน้ำได้เมื่อฝนตก เมื่อกระเป๋าที่ต้องการไม่มีขาย ไอเดียทำเองจึงผุดขึ้น วันหนึ่งขณะนั่งอยู่ในครัวอพาร์ตเมนต์ที่เช่ารวมกันอยู่ มองออกไปเป็นทางด่วนที่มีรถบรรทุกวิ่งผ่าน มาร์คัสก็เกิดความคิดว่าจะนำผ้าใบคลุมรถบรรทุกนี่แหล่ะมาทำกระเป๋า
                 

     กระเป๋าใบแรกที่มาร์คัสออกแบบคือ กระเป๋าใส่ของสะพายหลัง หรือ Messenger Bag ตัวกระเป๋าทำจากผ้าใบคลุมรถ กุ๊นขอบด้วยยางในจักรยาน ส่วนสายสะพายทำจากเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ที่เลื่อนปรับได้ ตัวกระเป๋าสามารถเพิ่มความยาวกลายเป็นกระเป๋าทรงยาวได้เมื่อต้องใส่ม้วนกระดาษยาว หรือพับเก็บก็จะเป็นกระเป๋าทรงสั้นธรรมดา ทั้งหมดคือเย็บด้วยมือ หลังจากนำออกใช้งาน เพื่อนเห็นต่างก็อยากได้ จึงขอให้มาร์คัสและแดเนียลทำให้ และคะยั้นคะยอให้ติดแบรนด์ที่กระเป๋าด้วย แดเนียลและมาร์คัสตัดสินใจใช้ชื่อแบรนด์ FREITAG ซึ่งเป็นนามสกุลของสองหนุ่ม
               

     ไม่นานหลังจากนั้น อพาร์ตเมนต์ที่แชร์กับเพื่อนๆ ก็ถูกแปรเป็นโรงงานย่อยๆ ในการผลิตกระเป๋า FREITAG และเมื่อต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพราะออร์เดอร์เข้ามาเยอะขึ้น พี่น้องทั้งสองจึงขยับขยายออกจากอพาร์ตเมนต์ไปหาสถานที่นอกเมืองเพื่อทำการผลิตกระเป๋าอย่างจริงจัง และดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่บัดนั้น จากกระเป๋าเมสเซนเจอร์รุ่นแรก F13 TOP CAT ที่ผลิตขายได้ขยายไปยังรุ่นต่างๆ 70 แบบ โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก ได้แก่ รุ่น Fundamentals ที่ประกอบด้วยทรงต่างๆ กระเป๋าใส่ของสะพายหลัง เป้ กระเป๋าสตางค์ และรุ่น Reference ซึ่งเป็นกระเป๋าแฟชั่นต่างๆ
               

      อาจเรียกได้ว่าปัจจัยที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ FREITAG มาจากการที่พี่น้องตระกูลไฟรทากได้เกิดและเติบโตมาในประเทศที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ได้รับการบ่มเพาะเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด บวกกับความสนใจโฆษณาด้านการตลาดมานาน และเห็นช่องทางเมื่อผู้คนในยุโรปจำนวนมากนิยมเดินทางในเมืองด้วยจักรยานแต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์กระเป๋าที่เหมาะสมกับการปั่นจักรยานที่ทนต่อทุกสภาพอากาศ จึงนำไปสู่ความคิดในการผลิตกระเป๋าที่ทำจากผ้าใบคลุมรถบรรทุกที่เน้นออกแบบสำหรับผู้ปั่นจักรยานเป็นหลัก
               

     แน่นอนว่า การมองเห็นศักยภาพของตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง แต่สิ่งที่ตามมาคือ มีผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาเล่นในตลาดนี้เช่นกัน และทำให้เกิดการแข่งขันขึ้น อะไรที่ทำให้ FREITAG ยืนหยัดอยู่ได้โดยที่จำนวนลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ทวีขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะมาร์คัสและแดเนียลยังคงยึดจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยน จุดยืนที่ว่าคือ การผลิตสินค้าที่ไม่ตามแฟชั่นหวือหวา แต่เน้นดีไซน์ที่ใช้ได้ทุกยุคไม่ล้าสมัย สินค้าของ FREITAG จึงเป็นสินค้าที่ขายคุณภาพ ไลฟ์สไตล์ และแนวคิดการออกแบบ
               

      การออกแบบสินค้าต้องอิงวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ ใช้ทนใช้นานจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัสดุต้องเป็นของใช้แล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผ้าใบคลุมรถบรรทุก ยางในจักรยาน หรือเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ ออกแบบมาเพื่อคำนึงถึงผู้ปั่นจักรยานเป็นหลัก และประเด็นสำคัญอันเป็นจุดขายของแบรนด์คือ กระเป๋าแต่ละใบลวดลายไม่ซ้ำกัน เรียกว่ามีใบเดียวในโลก นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่นับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา สินค้า FREITAG ไม่เคยมีการลดราคาเลยสักครั้งเพราะเจ้าของเชื่อในความหรูของแบรนด์ และมองว่าลูกค้าไม่ได้ซื้อโดยตัดสินจากราคาเป็นหลัก หากซื้อเพราะติดใจเบื้องหลังที่มาของสินค้า การซื้อ FREITAG จึงไม่ได้เป็นเพียงการซื้อกระเป๋าแต่และยังซื้อตำนานของแบรนด์อีกด้วย สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของ FREITAG 80 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าในเมือง อายุเฉลี่ย 19-24 ปี และ 75 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าผู้หญิง
               

      ย้อนกลับไปที่ประเด็นพิทักษ์สิ่งแวดล้อม FREITAG เป็นอีกแบรนด์ที่ยึดหลักการนี้อย่างเหนียวแน่น โดยปกติ ผ้าใบคลุมรถบรรทุกมักจะใช้งาน 5-10 ปีก็จะถูกโละกลายเป็นขยะที่กำจัดยาก ในแต่ละปี FREITAG ใช้วัสดุเก่าในการผลิตกระเป๋าจำนวนมาก โดยเฉลี่ยแยกเป็นผ้าใบคลุมรถบรรทุกน้ำหนัก 440 ตัน (ความยาวเทียบเท่ารถบรรทุกจอดเรียงต่อกันระยะทาง 68 ไมล์) ยางในจักรยาน 35,000 เส้น และเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ 288,000 เส้น นอกจากนั้น ที่โรงงานผลิตในซูริก ยังมีการรองน้ำฝนไว้ใช้ล้างผ้าใบอีกด้วย และยังใช้สารเคมีน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้   
               

      จากกระเป๋าที่ทำด้วยวัสดุใช้แล้ว FREITAG ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปยังเสื้อผ้าแบรนด์ F-ABRIC ที่ยังเน้นการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเคย โดยหลังจากที่ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนา พี่น้องไฟรทากก็ได้ผลิตเสื้อผ้าที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เมื่อถามถึงการขยายธุรกิจและเพิ่มกำลังการผลิต ผู้ก่อตั้งแบรนด์ยอมรับว่า FREITAG ธุรกิจไม่สามารถเติบโตไปมากกว่านี้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้า อย่างไรก็ตาม การซื้อผ้าใบคลุมรถบรรทุกที่เป็นของใหม่มาผลิตเพื่อเพิ่มยอดไม่อยู่ในความคิดของผู้ก่อตั้งแบรนด์ มองว่าเป็นการทำลายจุดยืนของบริษัท และความเชื่อมั่น ความไว้วางใจที่ลูกค้ามีมาให้ตลอด ด้วยความแน่วแน่ในจุดยืน ลูกค้าจึงเกิดความไว้วางใจและความภักดีต่อแบรนด์ เป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจของ FREITAG แม้จะเติบโตช้าแต่ก็ยั่งยืน


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ปีใหม่’62 คาดคนกรุงฯ ใช้จ่ายกว่า 30,800 ล้านบาท เน้นมอบของขวัญเฉพาะคนสำคัญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 30,800 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการค้าปลีกจะมีการโหมจัดกิ..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018

​​ร้าน Payless ใช้กลยุทธ์ทดสอบสังคม เปิดร้านปลอมอัพราคารองเท้า แต่คนกลับแห่ซื้อ!

กลายเป็นไวรัลในทันทีเมื่อ Payless ShoeSource ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ชื่อดังจากอเมริกาที่จำหน่ายรองเท้าราคาย่อมเยา ได้สร้างกระแสด้วยกลยุทธ์ social exp..

by SME Thailand| 11 ธค. 2018

​9 เทรนด์น่ารู้ Digital Marketing 2019

เทรนด์ Digital Marketing ในปี 2019 จะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง นี่คือ 9 เทรนด์น่ารู้ที่คุณควรต้องรู้ไว้!

by SME Thailand| 08 ธค. 2018