คนรุ่นใหม่เลือกช้อปแบบไหน..พฤติกรรมการซื้อสไตล์ Millennials SME ต้องรู้

by SME Thailand. 07 กย. 2017
Text : เจษฎา


 
กลุ่ม Millennials (มิลเลียนเนียล) หรือคน Gen Y คือกลุ่มคนที่มีอายุประมาณ 18-34 ปี โดยเกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523-2540 คนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่ค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และร้านค้าออนไลน์ควรทำความเข้าใจกับผู้ซื้อกลุ่มนี้เพื่อสร้างโอกาสในการเจาะตลาด โดยเฉพาะการตลาดบนโทรศัพท์มือถือ เพราะคนกลุ่ม Millennials จะมีความรู้ในด้าน IT ค่อนข้างสูง ทันโลก และกล้าซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยบริษัท Blackhawk Engagement Solutions จากสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนกลุ่ม Millennials เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่ม Millennials ได้ง่ายๆ ดังนี้
 
1. สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
คนกลุ่ม Millennials ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสูงถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ใช้แล็ปท็อปหรือโน๊ตบุ๊คในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 75 เปอร์เซ็นต์ ใช้แท็บเล็ตในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 45 เปอร์เซ็นต์ และใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 37 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ร้านค้าทั้งหลายต้องมีการตลาดบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเข้าถึงและเจาะตลาดผู้บริโภคกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
 
2. โซเชียลมีเดียคือแหล่งข้อมูลของนักชอปปิง
เมื่อพวกเขาใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การใช้โซเชียลเพื่อหาข้อมูลสินค้าหรือโปรโมชั่นใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องปกติมากๆ สำหรับคนกลุ่ม Millennials สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการโฆษณาผ่านทางสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ มีโอกาสถูกโฆษณาในรูปแบบดิจิตอลนำหน้าไปเรื่อยๆ
 
3. กลุ่ม Millennials อ่อนไหวกับราคาอย่างแรง 
ช่วงที่เว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์จัดโปรโมชั่นโดนใจ เช่น ลดราคาต้อนรับปีใหม่ หรือลดล้างสต็อก ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials จะให้ความสนใจและส่งอิทธิพลต่อการชำระเงินสูงมากๆ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีแบรนด์ มีภาพตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เป็นสินค้าที่มีความต้องการอยู่แล้ว คนกลุ่มนี้จะสามารถเปรียบเทียบราคาปกติและราคาพิเศษเพื่อตัดสินใจได้ทันทีว่าคุ้มค่าหรือไม่ และควรซื้อหรือเปล่า
 
4. ชื่นชอบการไปรับสินค้าเอง แล้วมีส่วนลดให้
กลุ่มคน Millennials กว่า 88 เปอร์เซ็นต์ จะมีแรงจูงใจในการซื้อสินค้าออนไลน์สูงขึ้น เมื่อพบว่าร้านค้าหรือผู้ขายระบุว่า หากไปรับสินค้าเองมีส่วนลดเพิ่มให้ เช่นราคาสินค้า 500 บาท ไปรับของด้วยตัวเองลดให้ทันที 100 บาท ซึ่งผลดีของร้านค้าก็คือขายของได้ และไม่เปลืองค่าจัดส่ง ส่วนผู้ซื้อก็ได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าที่มีราคาถูกลง เรียกได้ว่า Win กันทั้ง 2 ฝ่าย
 
5. บางครั้งส่วนลดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ
ในบางครั้ง กลุ่มคน Millennials จะมองหาการได้ส่วนลดที่คุ้มค่ากว่าส่วนลดเพียวๆ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ สินค้า 1,000 บาท ได้ส่วนลด 100 บาท กับสินค้า 1,000 บาท แต่ได้ Cash Back คืน 5 เปอร์เซ็นต์ในภายหลัง แถมการบริการหลังการขาย หรือการให้บริการที่พิเศษ หรือสะสมแต้มไปแลกของ ซึ่งผู้บริโภคในกลุ่ม Millennials จะสนใจอย่างหลังมากกว่า 
 
6. คำนึงถึงความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์ 
  สำหรับกลุ่มคน Millennials จะค่อนข้างกังวลกับปัญหาด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์เป็นอย่างมาก การออกแบบเว็บไซต์ให้เข้ารหัส HTTPS หรือระบบ SSL หรือใช้ระบบการชำระเงินที่มีชื่อเสียงอย่าง เพย์แพล (PayPal) ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ชำระเงินได้มากยิ่งขึ้น
 
ทั้งหมดนี้คือนิสัยที่เห็นได้อย่างเด่นชัดของผู้บริโภคกลุ่ม Millennials ซึ่งสำหรับแบรนด์ใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่แบรนด์เล็กๆ ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายใหม่ น่าจะได้เห็นไลฟ์สไตล์และวิเคราะห์วิธีการกระโจนเข้าสู่สมรภูมิการค้าดิจิทัลบ้างแล้วละ 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
B11

Related Articles

​ล้วงสูตรลับทำ Collaboration Marketing ยังไงไม่ให้แป้ก!

หากวงการเพลงมีกลยุทธ์ Featuring ในแวดวงการตลาดก็มีอะไรคล้ายๆ กัน เรียกกลยุทธ์นี้ว่า Collaboration Marketing หรือการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจของแบรนด..

by SME Thailand| 18 พย. 2017

​ตั้งเป้า 5 ปียกไทยเป็นฮับอัญมณีและเครื่องประดับโลก

สคช. ขานรับนายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าไทยเป็นฮับด้านอัญมณีและเครื่องประดับของโลกภายใน 5 ปีข้างหน้า สร้างความเชื่อถือให้ผู้บริโภคมั่นใจคุณภาพอัญมณีไทย

by SME Thailand.| 15 พย. 2017

​ราคา กับ ภาพลักษณ์แบรนด์ ความลงตัวอยู่ตรงไหน?

ธุรกิจต้องทำอย่างไร เมื่อราคาไม่ใช่แค่เรื่อง ต้นทุน กำไร แต่หมายถึงความคาดหวังของลูกค้า จุดตัดระหว่างราคากับภาพลักษณ์ ของแบรนด์ควร อยู่ตรงไหน?

by SME Thailand.| 14 พย. 2017