Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

STARTUPS

Sort article by  

KNOWLEDGE HUB Startups Work@Home

เปิดสตูดิโอ ดู 2 หนุ่มทำงานควิลท์

 

 


Photo :  กฤษฎา ศิลปะไชย

    งาน handmade ที่เปลี่ยนจากงานอดิเรกมาเป็นงานสร้างรายได้ มักจะเริ่มต้นจากความชอบเป็นหลัก แต่หลายคนก็ยังมองว่า การสร้างรายได้จากงานประเภทนี้อาจไม่เพียงพอที่จะเป็นอาชีพหลักได้ แต่เรื่องราวของ วรพันธุ์ ศรีบัวทอง และ สิทธิพงษ์ อารยางค์กูร อาจทำให้คุณต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่

    วรพันธุ์ และสิทธิพงษ์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ชอบงานฝีมือ จึงเรียนรู้และฝึกปรือ จากงานอดิเรกค่อยๆ พัฒนามาเป็นงานหลัก เมื่อเริ่มมีลูกค้าที่ติดใจในฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หันมาทำกระเป๋างาน ควิลท์ (Quilt) และงานแอพปิเก้ (Applique) ของตัวเองอย่างจริงจัง  

    จุดเริ่มต้นบนเส้นทางธุรกิจเล็กๆ ของทั้งสองคน ไม่ได้ถูโรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยคุณภาพของงานที่พวกเขาใส่ทั้งใจลงไป ทำให้งาน handmade ของเขาราคาสูงกว่างานประเภทเดียวกันในท้องตลาด แต่นั่นคือประสบการณ์ที่ทั้งสองต้องเรียนรู้





 
     “ปัญหาหนักๆ ที่เจอตอนนั้นคือลูกค้าไม่ซื้อเลย เกิดจากการที่เขาไม่รู้จักเรา ไม่มั่นใจเรา เพราะเป็นสินค้างานฝีมือ ซึ่งถ้าลูกค้าไม่มาเห็นด้วยตา ไม่ได้สัมผัส ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีออเดอร์  เนื่องจากช่วงแรกเราขายผ่านทางเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คเท่านั้น นั่นก็เป็นบทเรียน ทำให้เราต้องมองหาช่องทางใหม่ จึงเลือกเปิดร้านในวันเสาร์อาทิตย์ที่หมู่บ้านสัมมากรอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้ลูกค้าได้มาเห็น  แล้วคุยกันต่อบนออนไลน์” ป๊อบ กล่าว 

    แม้ตลาดงาน handmade จะค่อนข้างเป็นตลาดที่มีคนจำนวนไม่น้อยเข้ามาสร้างงานในแบบที่แตกต่างกันออกไป และกลุ่มลูกค้าสำหรับตลาดนี้ก็ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม หรือที่เรียกว่านีชมาร์เก็ต (Niece Market) แต่ทั้งสองคนเชื่อว่าด้วยจุดแข็งที่พวกเขามา น่าจะทำให้พวกเขาฝ่าฟันปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ  ที่มีไปได้ 

    “เราเน้นงาน made to order  ดังนั้นจุดเด่นของเราคือลูกค้าสามารถเลือกกระเป๋าในแบบฉบับของตนเองได้  เราไม่ได้บังคับให้ลูกค้าบริโภคในสิ่งที่เราสร้าง ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกอย่าง เปลี่ยนสี เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนลายตามที่ตัวเองต้องการได้ นอกจากนี้ สไตล์งานก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แม้จะได้รับแรงบันดาลใจจากญี่ปุ่น แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย เช่น ญี่ปุ่นจะใช้ใยที่บาง เพราะจะด้นได้ง่าย แต่ถ้าลูกค้าบางคนไม่ชอบ จะรู้สึกว่าเป็นถุงผ้าไม่ใช่กระเป๋า เราก็ใช้ใยที่หน้าขึ้น รีดผ้ากาวลงไปด้วย ใส่ของก็จะไม่ย้วย”

 


    ด้วยความที่วัสดุในการทำกระเป๋าทุกอย่างนำเข้าจากต่างประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นสายหนัง ตัวผ้า ทำให้มีต้นทุนสูง ประกอบกับเป็นงาน ฝีมือ ราคาจึงสูงตามไปด้วย อย่างกระเป๋าถือราคาจะตกอยู่ประมาณ 3,900-6,000 กว่าบาท ซึ่งแม้ในความรู้สึกคนทั่วไปจะแพง แต่สำหรับกลุ่มคนที่รักงานฝีมือแล้วเข้าใจดี
 
    “การถือกระเป๋าแบบนี้ถือว่าได้ถือผลงานที่เป็นหนึ่งเดียว แล้วกล้าโชว์  ใช้ได้เกือบทุกโอกาสในชีวิตประจำวัน   ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ชอบ สั่งแล้วก็สั่งอีก แต่สำหรับคนที่ไม่ได้หลงใหลงานควิลท์อยู่ก่อนแล้ว เหตุผลทีเขาเลือกใช้คือกระเป๋าพวกนี้น้ำหนักจะเบากว่ากระเป๋าหนัง  กระเป๋าหนังเวลาใช้บางทีจะปวดไหล่ด้วยความน้ำหนักของหนัง ก็จะตัดสินใจซื้อ” ป๊อบ กล่าว 

    ถึงวันนี้ธุรกิจเล็กๆ ของ 2 หนุ่ม เติบโตขึ้นตามความฝันของพวกเขา จากแฮนด์เมดที่ทำเป็นงานอดิเรกกลายเป็นงานหลักที่สร้างรายได้อย่างดี และได้ทำในสิ่งที่พวกเขารัก สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถทำความฝันให้เป็นความจริงคือความมุ่งมั่นและตั้งใจที่เขาใส่ลงไปในงานทุกชิ้นจนลูกค้ารับรู้และสัมผัสได้

Create by smethailandclub.com
Select year  
123


Select year  
123

  • SME Thailand Radio

  • sme startup : review

    รรินทร์ ทองมา When I want to succeed, I act.

    Issue 42, March 2017
    รรินทร์ ทองมา When I want to succeed, I act.
    รรินทร์ ทองมา เจ้าของแบรนด์ O&B รองเท้าและกระเป๋าแบรนด์ดังบนโลกออนไลน์ เหมือนคนรุ่นใหม่ทั่วไปที่ใจร้อนและมีอีโก้ จนคิดว่าธุรกิจของตัวเองจะประสบค..