Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Lifestyle

Sort article by  

KNOWLEDGE HUB Life Style Travel

ชีวิตเนิบช้าที่ ณ “หลวงพระบาง” มรดกโลก

 

 




เรื่อง/ภาพ : ยุวดี ศรีภุมมา 


    “สะบายดี” คำทักทายน่ารักที่แปลว่า สวัสดีในประเทศมรดกโลกอย่าง สปป.ลาว หลายคนคงนึกภาพประเทศลาวจากการบอกเล่าและถ่ายทอดว่าเป็นประเทศเล็กๆ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ยังไม่ถูกปรุงแต่งโดยฝีมือมนุษย์มากนัก ทั้งยังเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา อย่างวัดวาอาราม โดยเฉพาะเมืองที่เราจะพาไปเที่ยวกันในครั้งนี้อย่าง “หลวงพระบาง” 

    สะบายดีหลวงพระบาง เป็นชื่อภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทอดความเป็นหลวงพระบางออกมาได้อย่างน่ารัก และจากการที่ได้ไปสัมผัสเมืองหลวงพระบางนั้นมีมากกว่าความน่ารัก แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของประเพณีและวัฒนธรรม ที่เชิญชวนให้คนจากทั่วโลกมาดื่มด่ำกับบรรยากาศการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายของหลวงพระบาง ทำให้หลายคนติดใจในความสงบริมฝั่งแม่น้ำที่ขนาบเมืองหลวงพระบางทั้งสองข้าง อย่างแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน 






“หลวงพระบาง” เมืองมรดกโลกอย่างแท้จริง 

    ความรู้สึกแรกที่ได้มาเยือนหลวงพระบาง คือ ความเป็นเมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความที่ UNESCO ประกาศให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ทำให้ตึกรามบ้านช่องเป็นตึกสูงไม่เกินสองชั้นและยังคงไว้ในรูปแบบเดิมๆ นอกจากนี้ ยังไม่ให้มีร้านอาหารฟาสฟู้ดตามแบบตะวันตกเข้ามาเพื่อยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของหลวงพระบางไว้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่หลงรักและมาเยือนหลวงพระบางต่างติดใจในความเรียบง่ายและสิ่งเดิมๆ ที่ยังไม่สูญหายกลืนกลายไปตามกาลเวลาและเทคโนโลยีที่กำลังแพร่หลาย หากจะเรียกว่าหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกที่แท้จริงก็คงจะไม่ผิดนัก แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นเมืองมรดกโลกได้อย่างชัดเจนนั้นคือ “วัดวาอาราม”

 


    
ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมโลก สะท้อนผ่านสิ่งก่อสร้างแห่งศรัทธา  

    สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาถึงหลวงพระบางนั่นคือ วัฒนธรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ผ่านสิ่งก่อสร้างสะท้อนออกมาถึงความเคารพ ศรัทธาที่เหล่าศาสนิกชนลาวมีต่อศาสนาพุทธ ประชาชนชาวลาวมีความยึดมั่นในศาสนาอย่างเหนียวแน่น ทำให้เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองแห่งความสงบ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมที่ถูกสั่งสมมานาน โดยวัดวาอารามในหลวงพระบางต่างเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ไม่ผิดแผกไปจากเดิมมากนัก 

    “วัดเชียงทอง” คงเป็นวัดแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เนื่องด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งสกุลช่างล้านช้างจนได้ขนานนามว่าอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมและประวัติที่เก่าแก่ตั้งแต่ครั้งที่มีการสู้รบ วัดเชียงทองเป็นเพียงวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายและยังคงอยู่จวบจนปัจจุบัน กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าอยู่คู่กับเมืองหลวงพระบางแห่งนี้ จุดเด่นของวัดเชียงทองคืออุโบสถที่มีความสวยงาม มีลักษณะแอ่นโค้งจนเกือบถึงพื้น ถือว่าเป็นเอกลักษณษ์ของวัดเชียงทองที่น่าจดจำแก่สายตานักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน


 



    ส่วนอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงามนั่นคือ “วัดวิชุนราช” เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานของพระบาง แต่ตอนนี้ได้มีการย้ายไปประดิษฐานที่หอพระบาง โดยแต่เดิมเมืองหลวงพระบางมีชื่อว่า เมืองเชียงทอง จนพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้มีการอาราธนาพระบางที่แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำมาไว้ที่เมืองเชียงทอง พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อเป็นหลวงพระบางอย่างในทุกวันนี้ ความโดดเด่นของวัดวิชุนราชคือ “พระธาตุหมากโม” เป็นเจดีย์ที่มีความแปลก มีลักษณะคล้ายแตงโมผ่าครึ่งหรือทรงโอคว่ำและยอดพระธาตุมีลักษณะเป็นทรงเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย  

 


ประเพณีที่ถูกสืบทอด สู่วิถีชีวิตของชาวลาว 

    นอกจากหลวงพระบางจะมีวัดวาอารามที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งประเพณีของชาวลาวที่ถูกสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวลาวนั่นคือ “การตักบาตรข้าวเหนียว” ทุกเช้าชาวลาวจะตื่นกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เพื่อมาเตรียมตัวใส่บาตรข้าวเหนียวกันตามริมทางเดินที่พระสงฆ์จะออกบิณฑบาต โดยชาวลาวจะนั่งเรียงรายพร้อมกับมีเครื่องแต่งกายที่ถูกตระเตรียมมา

    ผู้หญิงจะต้องใส่ผ้าซิ่นและมีสไบพาดบ่า ส่วนผู้ชายนุ่งกางเกงขายาวและมีสไบพาดบ่าเช่นกัน เมื่อถึงเวลาประมาณ 06.30 น. คือเวลาที่พระสงฆ์เริ่มบิณฑบาตเพื่อให้ชาวลาวรวมถึงนักท่องเที่ยวตักบาตรข้าวเหนียว โดยวิธีการนั้น จะต้องปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนแบบไม่ต้องประณีตและใส่บาตรพระที่เดินผ่านหลายสิบรูป จนเมื่อข้าวเหนียวใกล้หมดให้เหลือติดกระติ๊บไว้ 3 ก้อน นำไปวางไว้ใต้ต้นไม้ หรือริมถนน เพื่อให้สัมภเวสีได้มารับข้าวเหนียวที่เหลือ


 




สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ

     ด้วยความที่ชาวลาวมีความเชื่อในเรื่องของวิญญาณ ภูตผี เทวดาในครั้งที่ศาสนาพุทธยังไม่เข้ามา จึงทำให้ “ถ้ำติ่ง” เป็นสถานที่ที่คนสมัยโบราณสักการะ บวงสรวง ภูตผี เทวดา ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง แต่เมื่อพระเจ้าโพธิสารราชทรงนำพระพุทธศาสนาเข้ามา จึงทำให้ถ้ำติ่งกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปในปางต่างๆ โดยถ้ำติ่งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ถ้ำลุ่มหรือถ้ำล่าง กับถ้ำเทิงหรือถ้ำบน นอกจากนี้ ภายในถ้ำติ่งยังเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาโดยธรรมชาติ ด้วยความสวยงามโดยรอบและความศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำติ่งทำให้มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากต่างพากันมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย


 



เที่ยวชมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง

    เมืองหลวงพระบางไม่ได้มีดีแค่สถานที่ทางศาสนาเพียงเท่านั้น แต่ยังมีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวลาวตามหมู่บ้านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมเยียนและอุดหนุนสินค้าชาวบ้านที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ถูกสั่งสมจนกลายมาเป็นสินค้าน่าซื้อไว้เป็นที่ระลึก “หมู่บ้านช่างไห” เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง

   จุดเด่นคือ เป็นหมู่บ้านมีชื่อเสียงในการต้มเหล้าเป็นเหล้าพื้นเมือง หรือเหล้าขาวอย่างที่เรารู้จักกันดี อาจจะเรียกอีกอย่างว่า สาโท ก็ได้ ซึ่งมีสองสี คือ สีขาวรสดั้งเดิมและสีชมพู รสชาติออกหวาน นอกจากนี้ ยังมีการนำเหล้ามาดองกับสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น ดองงู ดองตะขาบ ดองแมงป่อง

  นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ผ้าทอ เครื่องแก้ว เครื่องเงิน ส่วนอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทอผ้าคือ “บ้านผานม” ด้วยหัตถกรรมที่มีความประณีต สวยงาม นักท่องเที่ยวมักจะเข้าไปเลือกซื้อผ้าทอ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องเงินอีกด้วย 
 


    นอกจากการเลือกซื้อของตามหมู่บ้านของชาวลาว ยังมีตลาดที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี คือ “ตลาดค่ำ” หรือถนนคนเดิน โดยตลาดค่ำคือแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ เสื้อผ้า เครื่องเงิน เครื่องประดับ เมล็ดกาแฟ ชา เครื่องไม้ และข้าวของต่างๆ จะถูกนำมาวางขายโดยชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม รวมถึงชาวหลวงพระบางเช่นกัน ตลาดค่ำจะเริ่มตั้งกันตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น จนถึง 4 ทุ่ม บนถนนหน้าพระราชวังจนสุดถนนของอีกฝั่ง 

 



    แต่หากใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวลาวอย่างแท้จริง พลาดไม่ได้กับการเลือกชมสินค้าชาวบ้านที่ “ตลาดเช้า” โดยหลังจากที่ชาวหลวงพระบางตักบาตรข้าวเหนียวมักจะเดินซื้อของกันที่ตลาดเช้าแห่งนี้ ภายในตลาดจะเต็มไปด้วยสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ คล้ายกับตลาดสดของบ้านเรา แต่ยังมีสินค้าที่น่าสนใจ เช่น สาหร่ายบดปรุงรส ที่มีรสชาติอร่อยสามารถซื้อกลับไปรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้ รวมถึงไคแผ่นหรือสาหร่ายแผ่นนั่นเอง

    แม้ว่าชีวิตคนส่วนใหญ่บนโลกจะเร่งรีบมากแค่ไหน แต่ยังคงมีอีกหนึ่งเมืองที่สงบและเรียบง่ายอย่างหลวงพระบาง รอให้คุณมาสัมผัส หากคุณเหนื่อยกับการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบลองมาหย่อนใจที่หลวงพระบางสักสัปดาห์ คุณอาจจะได้พบว่าความสงบเนิบช้าตามแบบหลวงพระบางนั้นดีอย่างไร 
    

 


Etc.
•     รู้จักหลวงพระบางด้วย 2 ล้อ “จักรยาน” หนึ่งในยานพาหนะหลักของนักท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปซึมซับกับบรรยากาศได้อย่างช้าๆ ไม่ต้องเร่งรีบ สามารถเช่าจักรยานได้ตามร้านค้าหรือโรงแรม ซึ่งการปั่นจักรยานนี้จะทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนลาว เพลิดเพลินไปกับภูเขา ท้องฟ้า และแม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าจนคุณไม่สามารถละสายตาได้เลย 

•    ผักน้ำ คุณค่าแห่งแม่น้ำคาน ผักน้ำ เป็นผักที่มีประวัติมาอย่างยาวนานสำหรับชาวหลวงพระบาง ตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส มีชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ เมอร์ซิเออร์ ออกุสต์ ปาวี ได้นำมาปลูกในแม่น้ำคาน จนกลายเป็นผักพื้นบ้านที่ถูกนำมาปรุงอาหารตั้งแต่ในสมัยก่อน ผักน้ำเป็นผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารและสรรพคุณในการรักษาโรค สำหรับเมนูขึ้นชื่อนั่นคือ สลัดผักน้ำ ที่มีกลิ่นอายของความเป็นฝรั่งเศสผสานกับความเป็นหลวงพระบางได้อย่างดีกลายมาเป็นเมนูที่ถูกปากนักท่องเที่ยวมานับไม่ถ้วน

 




•    ร้านขึ้นชื่อ น่าลอง เมื่อคุณมาถึงหลวงพระบาง อาหารที่คุณพลาดไม่ได้นั่นคือ อาหารลาวแบบหลวงพระบางแท้ๆ ร้านที่เราขอแนะนำคือ “ภัตตาคาร ปากห้วยมีไชย” ที่มีเมนูพิเศษอย่าง สลัดผักน้ำหลวงพระบาง นอกจากนี้ยังมีเมนูส้มตำที่ใส่กะปิ รสชาติจัดจ้านถูกปาก เส้นมะละกอหนาเต็มคำ เมนูหน่อไม้ดองทอดกรอบนอกนุ่มใน และหากใครที่อยากรับประทานอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมต้องที่ “Le I Elephant” คุณจะได้ดื่มไวน์รสชาตินุ่มพร้อมกับรับประทานสเต๊กสไตล์ฝรั่งเศสแบบแท้ๆ

 


•    ดื่มด่ำกาแฟ มองดูแม่น้ำโขง หากคุณมาถึงหลวงพระบางแต่ไม่ได้ไปดื่มกาแฟร้านดังที่ชื่อว่า “ร้านกาแฟประชานิยม” ถือว่าคุณยังมาไม่ถึงหลวงพระบาง ร้านกาแฟประชานิยมเป็นร้านกาแฟตั้งอยู่บนถนนเลียบแม่น้ำโขง บรรยากาศเป็นร้านนั่งสบายๆ มีทั้งคนหลวงพระบาง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างพากันมานั่งผ่อนคลายตั้งแต่ยามเช้า กาแฟร้อนของร้านจะมีใส่เครื่องเทศลงไปนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่มหอม 

    นอกจากนี้ ยังมีโจ๊กชามใหญ่รสชาติเข้มข้น รับประทานกับปาท่องโก๋ร้อนๆ อีกด้วย ส่วนร้านกาแฟอีกหนึ่งร้านที่รสชาติดีมีกลิ่นอายความเป็นเมืองนิดๆ นั่นคือ “ร้าน JOMA” เป็น Caf? ที่ขายกาแฟ เครื่องดื่มและเบเกอรี มีหลายสาขา ทั้งสาขาในตัวเมืองและสาขาริมแม่น้ำ นอกจากนี้ ยังมีสาขาที่เวียงจันทน์อีกด้วย ด้วยรสชาติเครื่องดื่มและเบอเกอรีที่ถูกปากรวมถึงบรรยากาศร้านน่ารักถูกใจ ทำให้ JOMA เป็นร้านกาแฟที่ครึกครื้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

    
Select year  

  • ท่อง 4 เกาะเลาะอันดามัน
    เมืองไทยรุ่มรวยตัวเลือกของเกาะน้อยใหญ่มากมายที่จะปรนเปรอวิวทิวทัศน์และชวนคุณลอยล่องท่องทะเลเพลิดเพลินกับการผจญภัยไปกับสีสันโลกใต้น้ำอันน่าทึ่งในหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ พร้อมพ..

  • ภูหินร่องกล้า ขุนเขาอุดมการณ์ กลางม่านหมอกและดงดอกไม้
    เรารู้จักภาพบางภาพ สัมผัสเรื่องราวบางซอกมุม หรือดื่มด่ำกับรอยยิ้มของใครสักคน อาจก็ต่อเมื่อหน้าปฏิทินเปลี่ยนผ่านเรื่องราวเหล่านั้นเป็นวันวาน

  • ชีวิตเนิบช้าที่ ณ “หลวงพระบาง” มรดกโลก
    สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาถึงหลวงพระบางนั่นคือ วัฒนธรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ผ่านสิ่งก่อสร้างสะท้อนออกมาถึงความเคารพ ศรัทธาที่เหล่าศาสนิกชนลาวมีต่อศาสนาพุทธ

  • สัมผัสเสน่ห์ดอยสูง ฮอด...แม่เหาะ
    ดอกไม้สีเหลืองนาม “บัวตอง” อวดโฉมเบ่งบานหยอกล้อกับแสงอาทิตย์ในฤดูหนาวของปี แม้บัวตองจะบานในช่วงเวลาที่ไม่นานนักแต่ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นไปชื่นชมความงดงามนั้นอย่างใกล้ชิด และด้วยเสน่ห์พร้อมทั..

  • ป่าผืนสุดท้ายแห่งลพบุรี (มี) ความลับ (ของ) “ซับลังกา”
    เมื่อไหร่ก็ตามที่สองเท้าได้ย่ำพื้นดิน สายตาได้มองพื้นที่กว้างสุดสายตา สองมือได้โอบกอดต้นไม้ขนาดใหญ่ ผิวได้รับลมเย็นเบาๆ จมูกได้กลิ่นออกซิเจนสดชื่นจางๆ หูได้ยินเสียงนกร้อง และเสียงสัตว์ป่าตัวน้อ..


Select year  

  • SME Thailand Radio

    etda

  • sme startup : review

    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ Be Creative Be Unique

    Issue 40, January 2017
    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ Be Creative Be Unique
    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ เติบโตมากับครอบครัวเกษตรที่มีพ่อทำฟาร์มกุ้ง และทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในภาคใต้ เนื่องจากเป..