Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Lifestyle

Sort article by  

KNOWLEDGE HUB Life Style Travel

มุกดาหาร : มิตรภาพริมฝั่งโขง

 




เรื่อง/ภาพ : โสภา ศรีสำราญ



    “ประตูสู่อินโดจีน” คือ สมญานามที่มอบให้แก่เมืองมุกดาหาร ในฐานะเมืองชายแดนริมฝั่งโขงที่เชื่อมโยงการติดต่อระหว่างไทย-ลาว รวมถึงเวียดนามด้วยระยะทางอันแสนใกล้และด้วยความเป็นเมืองที่นำไปสู่ดินแดนในภูมิภาคอินโดจีน มุกดาหารจึงมีความน่าสนใจ จนฉันอดไม่ได้ที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือน และค้นหาความน่าสนใจอื่นๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเมืองเล็กๆ ริมฝั่งโขงแห่งนี้

มุกดาหาร : ดินแดนแห่งการเชื่อมสัมพันธ์    

    ภายใต้บรรยากาศของเช้าอันสดใส กับสายลมอ่อนที่พัดปะทะใบหน้า ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลยสักนิด ที่เร่งรีบเดินทางมาเพื่อรับแสงแรกแห่งวัน ณ ริมฝั่งโขง ตรงบริเวณ “สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2” ในจังหวัดมุกดาหาร ที่นี่ทำให้ฉันได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ พร้อมด้วยความเงียบสงบที่แสนเย็นสบาย จนทำให้ฉันหลงรักเมืองมุก ด้วยความชุ่มชื่นของน้ำค้างในยามเช้ากับเวลาที่ไม่เร่งรีบ ฉันจึงมีโอกาสได้นั่งชื่นชมความงามของสายน้ำโขงและบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามนั่นคือ เมืองสะหวันนะเขต หรือสุวรรณเขต แผ่นดินประเทศลาวเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันกับเรา สำหรับฉันสะพานแห่งนี้ถือเป็นตัวแทนของมิตรภาพที่แสนจะอบอุ่น เพราะเป็นเสมือนสิ่งที่แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจในการต้อนรับมิตรต่างแดนด้วยอัธยาศัยที่เปิดกว้าง ดังนั้น หากใครอยากจะไปเที่ยวชมเมืองสะหวันนะเขต ก็สามารถเดินทางโดยใช้สะพานแห่งนี้ได้โดยสะดวก




    เมื่อแสงตะวันเริ่มส่องแรงขึ้น ฉันจึงเดินออกจากริมตลิ่งสู่ถนนริมฝั่งโขงที่ชื่อว่า “ถนนสำราญชายโขง” ซึ่งยาวต่อเนื่องเป็นแนวเหนือ-ใต้ ถนนสายนี้นับได้ว่ามีความสำคัญต่อเมืองมุกดาหารไม่น้อย เพราะเป็นที่ตั้งของวัดวาอาราม ที่พัก ร้านอาหารรวมถึงตลาดและในวันนี้ฉันตั้งใจไว้ว่าจะไปเดินดูสินค้าที่ “ตลาดอินโดจีน” ตลาดสินค้าริมฝั่งโขงเพื่อเลือกชมสินค้าสักเล็กน้อย
    
    “ตลาดอินโดจีน” ถือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้านานาชนิดจากหลายประเทศ ซึ่งมีทั้งสินค้านำเข้าจาก รัสเซีย จีน เวียดนาม และลาว โดยสินค้าส่วนมากจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภคและบริโภคต่างๆ นอกจากสินค้าดังกล่าวแล้ว ตลาดแห่งนี้ยังรวบรวมสินค้าพื้นเมืองของชาวมุกดาหารไว้อย่างมากมาย มีทั้ง ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ รวมถึงสินค้าท้องถิ่นอื่นๆ ให้ได้เดินเลือกชมและซื้อหาอย่างจุใจเมื่อชื่นชมสินค้าและนั่งพักริมโขงจนมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง ฉันจึงเดินทางต่อไปยัง “หอแก้วมุกดาหาร” เพื่อทำความสนิทสนมกับมุกดาหารให้มากขึ้น





แนบชิดสนิทกัน

    หอแก้วมุกดาหาร เป็นหอคอยสูงมีทั้งหมด 7 ชั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์และจุดชมทิวทัศน์โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นส่วนต่างๆ คือชั้นที่ 1 เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรม แสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิตของชาวบ้านชั้นที่ 2 เป็นการจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ 8 ชนเผ่าในจังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ ไทยข่า ไทยกะโซ่ ไทยกะเลิง ไทยอีสาน ไทยย้อ ไทยแสก ไทยกุลาและชาวผู้ไท ชั้นที่ 6 เป็นส่วนของหอชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามรอบตัวเมืองมุกดาหาร รวมถึงแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาวได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย จัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้ ที่เรียกว่า พระพุทธนวมิ่งมงคลดาหาร และพระพุทธรูปประจำวันเกิดเมื่อได้เที่ยวชมหอแก้วมุกดาหาร เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจรวมถึงได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ยิ่งช่วยเพิ่มกำลังกายและเสริมกำลังใจให้อยากจะท่องเที่ยวยังสถานที่ต่อๆ ไป




สถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา

    สำหรับฉันความเชื่อและความศรัทธาของมนุษย์ คือพลังอันยิ่งใหญ่ในการสรรค์สร้างสิ่งต่างๆ และเมืองมุกดาหารก็มีสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาให้ได้เที่ยวชมกันอย่างมากมาย ซึ่งในครั้งนี้ฉันได้ไปเที่ยวชม “เขมปัตตเจดีย์” ที่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ประเภทบุคคลสำคัญ เพราะสถานที่แห่งนี้ได้เก็บรวบรวมประวัติของหลวงปู่หล้า เขมปัตโตเอาไว้เมื่อได้เดินดูพิพิธภัณฑ์จนทั่ว ถึงเวลาของการสำรวจพื้นที่ภายนอกกันบ้าง ซึ่งเห็นได้ว่าเขมปัตตเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่ตัวอาคารเป็นทรงแปดเหลี่ยม มีรูปจำหลักดินเผาประดับด้านข้างของทางเข้าเจดีย์มีทั้งหมดสี่รูปที่ล้วนแสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของหลวงปู่หล้าทั้งสิ้น 

    อากาศเงียบสงบ ลมเย็นสบาย การท่องเที่ยวครั้งนี้นับว่าช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับฉันเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อได้อิ่มเอมใจกับการชมพิพิธภัณฑ์ของบุคคลสำคัญในมุกดาหารแล้ว ฉันจึงออกเดินทางเพื่อไปสักการะ “เจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์” (แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ) ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมที่สูงถึง 25 เมตร โดยเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับแม่ชีแก้วในฐานะบุคคลที่มีคุณค่าทางพุทธศาสนา เมื่อเสร็จสิ้นการเที่ยวชม ฉันได้มุ่งหน้าต่อไปยัง 



    “สักการสถาน พระมารดาแห่งมรณสักขี ประเทศไทย (วัดสองคอน)” ที่มีชื่อเรียกแต่เดิมว่า วัดพระแม่ไถ่ทาสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเทิดพระเกียรติบุญราศีมรณสักขีทั้ง 7 ที่อุทิศชีวิตในป่าศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า เมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และโบสถ์แห่งนี้ยังถือเป็นโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ในส่วนด้านหลังยังเปิดโล่งเป็นสนามเพื่อเอาไว้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำโขงได้ชื่นชมความกล้าหาญที่งดงามของเหล่านักบุญเสร็จสิ้นแล้ว ฉันขอเปลี่ยนบรรยากาศไปชมความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นที่มุกดาหารบ้าง




ธรรมชาติยังคงงดงามที่มุกดาหาร

    แค่เป็นเมืองริมโขงมุกดาหารก็มีเสน่ห์มากเพียงพอสำหรับการเที่ยวชม หากแต่ธรรมชาติที่งดงามยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ในการร้องเรียกนักเดินทางสมัครเล่นอย่างฉันให้อยากไปสัมผัสมากยิ่งขึ้น โดยสถานที่ที่ฉันเลือกเดินทางไปคือ “อุทยานน้ำตกคำชะอี” ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงาม ทั้งยังมีสายน้ำไหลรินตลอดทั้งปี และเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์จึงช่วยให้บรรยากาศชุ่มชื้น เหมาะอย่างยิ่งที่จะไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากอุทยานน้ำตกคำชะอีแล้วสถานที่อีกแห่งที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กันคือ “แก่งกะเบา” ซึ่งเป็นแก่งหินที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขงจนกลายเป็นรูปร่างที่สวยงาม โดยในบางแห่งจะมีลักษณะเหมือนถ้ำใต้น้ำที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงฤดูร้อน และด้วยความสวยงามของแก่งหินที่ออกมาอวดโฉมกันอย่างมากมายหลายรูปแบบ จึงทำให้แก่งกะเบาเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวมุกดาหารและนักเดินทางจากต่างถิ่น ได้เที่ยวชมทั้งน้ำตกและแก่งหินทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก หากแต่สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจจนฉันอดไม่ได้ที่จะนำมาบอกเล่าและเชื้อเชิญให้ไปเที่ยวชม สถานที่แห่งนั้นคือ “อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร” หรือ “ภูผาเทิบ”




    “ภูผาเทิบ” เป็นอุทยานที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายทั้ง “กลุ่มหินเทิบ” ที่เปรียบประดุจประติมากรรมธรรมชาติ อันเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลม และแสงแดด จนสร้างหินหลากหลายรูปทรง เช่น รูปจระข้ ปลาวาฬ และอื่นๆ ตามแต่จินตนาการของผู้ชมจะสร้างสรรค์ขึ้น นอกจากกลุ่มหินเทิบแล้วยังมี “ลานมุจลินท์” ซึ่งเป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้างไกลลานแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่กลุ่มดอกหญ้าขนาดเล็ก เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้างหนาวเดือนห้า ดาวรวมดวงและดุสิตา ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี ถัดจากลานมุจลินท์จะมี “น้ำตกวังเดือนห้า” ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็กภายในน้ำตกประกอบไปด้วยแอ่งหิน หุบหิน โขดหิน ซึ่งเหมาะสำหรับเที่ยวชมทัศนียภาพ นอกจากนี้ ยังมี “ผาอูฐ” หน้าผาแห่งนี้มีประติมากรรมหินรูปร่างคล้ายอูฐทะเลทรายและเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เพราะสามารถมองเห็น “ภูถ้ำพระผาผักหวานและผาขี้หมู” ได้อย่างชัดเจน ความหลากหลายทางธรรมชาติบนภูผาเทิบยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เนื่องจากยังมี “ผามะนาว” ซึ่งเป็นหน้าผาเรียบสูงชันมีน้ำตกไหลจากบนหน้าผาลงสู่เบื้องล่าง ด้านบนหน้าผาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกลุ่มหินเทิบและแม่น้ำโขงได้อย่างกว้างไกล




ลิ้มรสอาหารอร่อยเมืองมุกดาหาร

    เป็นที่ทราบกันดีว่าในย่านตัวเมืองของมุกดาหารมีชาวไทยเชื้อสายญวนอาศัยอยู่มาก ดังนั้น ฉันจึงเริ่มต้นด้วยการลองรสอาหารของชาวญวนแห่งมุกดาหาร ที่มีทั้งข้าวเกรียบปากหม้อญวน แหนมเนือง ข้าวเปียกหรือก๋วยจั๊บญวน ข้าวต้มญวน รวมถึงแป้งจี่ โดยแหล่งอาหารใหญ่ของฉันอยู่ที่ “ตลาดสดเทศบาล 2” และในยามค่ำคืน “ตลาดราตรี” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะที่นี่มีอาหารมากมายหลายชนิด ทั้งอาหารญวน อาหารอีสาน รวมถึงอาหารตามสั่งต่างๆ ให้ได้เลือกลิ้มรสกันอย่างอร่อยลิ้นและสบายกระเป๋าอย่างยิ่ง
    การท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรมและรื่นรมย์ไปกับธรรมชาติในครั้งนี้ ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชอบเมืองมุกดาหาร เมืองแห่งมิตรภาพริมฝั่งโขง




การเดินทาง : ใช้บริการรถโดยสารสะดวกที่สุด เพราะหากใช้บริการเครื่องบินจะต้องลงที่อุบลราชธานี
                    หรือนครพนม

ที่พัก : โรงแรมกิมเจ๊กซิน 2 ราคาตั้งแต่ 280-380 บาท โทร. 0-4263-1310-1 

ทรัพย์มุกดา แกรนด์ โฮเทล ราคาตั้งแต่ 400-500 บาท โทร. 0-4263-3444, 0-4263-3555

หอแก้วมุกดาหาร : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20 บาท

สักการสถาน พระมารดาแห่งมรณสักขี ประเทศไทย (วัดสองคอน) : เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมและสักการะได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-17.00 น.

เทิบ : ภาษาอีสาน หมายถึง "เพิง" คือลักษณะของหินที่วางทับซ้อนกันลักษณะเป็นเพิง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)
Select year  

  • ท่อง 4 เกาะเลาะอันดามัน
    เมืองไทยรุ่มรวยตัวเลือกของเกาะน้อยใหญ่มากมายที่จะปรนเปรอวิวทิวทัศน์และชวนคุณลอยล่องท่องทะเลเพลิดเพลินกับการผจญภัยไปกับสีสันโลกใต้น้ำอันน่าทึ่งในหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ พร้อมพ..

  • ภูหินร่องกล้า ขุนเขาอุดมการณ์ กลางม่านหมอกและดงดอกไม้
    เรารู้จักภาพบางภาพ สัมผัสเรื่องราวบางซอกมุม หรือดื่มด่ำกับรอยยิ้มของใครสักคน อาจก็ต่อเมื่อหน้าปฏิทินเปลี่ยนผ่านเรื่องราวเหล่านั้นเป็นวันวาน

  • ชีวิตเนิบช้าที่ ณ “หลวงพระบาง” มรดกโลก
    สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาถึงหลวงพระบางนั่นคือ วัฒนธรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ผ่านสิ่งก่อสร้างสะท้อนออกมาถึงความเคารพ ศรัทธาที่เหล่าศาสนิกชนลาวมีต่อศาสนาพุทธ

  • สัมผัสเสน่ห์ดอยสูง ฮอด...แม่เหาะ
    ดอกไม้สีเหลืองนาม “บัวตอง” อวดโฉมเบ่งบานหยอกล้อกับแสงอาทิตย์ในฤดูหนาวของปี แม้บัวตองจะบานในช่วงเวลาที่ไม่นานนักแต่ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นไปชื่นชมความงดงามนั้นอย่างใกล้ชิด และด้วยเสน่ห์พร้อมทั..

  • ป่าผืนสุดท้ายแห่งลพบุรี (มี) ความลับ (ของ) “ซับลังกา”
    เมื่อไหร่ก็ตามที่สองเท้าได้ย่ำพื้นดิน สายตาได้มองพื้นที่กว้างสุดสายตา สองมือได้โอบกอดต้นไม้ขนาดใหญ่ ผิวได้รับลมเย็นเบาๆ จมูกได้กลิ่นออกซิเจนสดชื่นจางๆ หูได้ยินเสียงนกร้อง และเสียงสัตว์ป่าตัวน้อ..


Select year  

  • SME Thailand Radio

    etda

  • sme startup : review

    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success

    Issue 41, February 2017
    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success
    ในแวดวงการลงทุนไม่มีใครไม่รู้จัก แพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักล..