Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Lifestyle

Sort article by  

KNOWLEDGE HUB Life Style Travel

“เกาะกูด” สวรรค์ของคนรักทะเล

 








เรื่อง : แกล้วกล้า ธาดาบดินทร์
ภาพ : กฤษฎา ศิลปไชย

   

    แสงแดดอันแรงกล้าจากดวงอาทิตย์ในยามใกล้เที่ยงที่ส่องลงมากระทบผิวจนแดงก่ำระหว่างรอเรือโดยสารดูจะไม่เป็นอุปสรรคอันใดเลย เมื่อเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้คือ “เกาะกูด” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของทะเลภาคตะวันออก

    จากท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด ใช้เวลานั่งเรือไปราว 1 ชั่วโมงก็จะปรากฏภาพของเกาะขนาดใหญ่สีเขียวขจี ที่แต่งแต้มด้วยชายหาดสีขาวนวล ช่างกลมกลืนเข้ากับผืนทะเลสีฟ้าใสได้อย่างลงตัวกระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นของผู้มาเยือนให้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
 






    ทริปนี้เป็นการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน จาก “ปีเตอร์แพน รีสอร์ท” ซึ่งกว่าจะถึงรีสอร์ตดวงตะวันก็คล้อยหลังไปเล็กน้อยแล้ว และเมื่อรับประทานอาหารกลางวันกันจนอิ่มหนำ กิจกรรมย่อยอาหารก็เริ่มขึ้น พนักงานได้จัดเตรียมเรือมารับเพื่อพาไปชม “น้ำตกคลองเจ้า”




ฉ่ำชื่นธรรมชาติที่ “น้ำตกคลองเจ้า” 

    เรือได้พาลัดเลาะลึกเข้าไปในตัวเกาะ ตามเส้นทางคลองน้ำกร่อยสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าโกงกางขึ้นหนาทึบ เสียงจักจั่นเรไรแผดเสียงกันระงมลั่นป่าให้ความรู้สึกเหงาใจอย่างประหลาดผ่านไปราว 15 นาที เรือก็เสือกหัวเข้าไปจอดยังร่องน้ำที่ไม่มีท่าเรือ พร้อมกับเสียงพนักงานที่เอื้อนเอ่ยมาว่าจะต้องเดินเท้าผ่านป่าชายเลน และขึ้นเขาอีกเล็กน้อยรวมระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดหมาย

 


    แน่นอนว่าการเดินทางผ่านป่าชายเลนอันชื้นแฉะเต็มไปด้วยโคลนเลน กับการฝืนแรงดึงดูดโลกเดินขึ้นเขาอีกราว 1 กิโลเมตร ดูจะไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยมากนัก แต่เมื่อได้ยินเสียงน้ำตกดังสนั่น พร้อมสัมผัสได้ไอเย็นจากธารน้ำ ความแช่มชื่นและกำลังวังชาก็กลับคืนมาอีกครั้ง 


 


    น้ำตกคลองเจ้าเป็นน้ำตกขนาดกลางมีสามชั้น โดยชั้นที่สองจะเป็นแอ่งน้ำใหญ่เหมาะแก่การเล่นน้ำ และหากคะเนดูความสูงของผาหินคงสูงราว 10 เมตร น้ำตกแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และยังคงความดิบในความเป็นไพรป่าอยู่มาก โดยเฉพาะความสวยงามของฝูงผีเสื้อหลากสีที่รวมกลุ่มกันมาเกาะอยู่ตามแนวโขดหิน ไม่เกรงกลัวผู้คนที่เดินผ่าน นับเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง

 



    ในเวลานี้แม้จะไม่ใช่ฤดูฝนแต่สายน้ำที่ร่วงหล่นจากผาหินยังดูเป็นผืนใหญ่สวยงาม และเย็บเฉียบ เหมาะแก่การคลายร้อน ล้างเหงื่อไคลที่ต้องเดินเท้าจากเรือมากว่า 2 กิโลเมตร แต่หากไม่ชอบลงเล่นน้ำจะนั่งซึมซับเก็บบรรยากาศโดยรอบไว้เป็นความทรงจำก็นับว่าไม่เลว เพราะมีสายลมพัดเอื่อยที่ช่วยหอบเอาความเย็นจากธารน้ำขึ้นมาให้ความฉ่ำชื่นจนแทบอยากจะเอนกายหลับสักงีบเลยทีเดียว




พายเรือคายัค ชมพระอาทิตย์ตก ลิ้มรสอาหารทะเล

    ปล่อยเวลาไปกับสายน้ำเย็นอยู่ราวหนึ่งชั่วโมง ก็เป็นอันต้องลาจาก ซึ่งกว่าจะถึงรีสอร์ตบรรยากาศก็เริ่มเข้าสู่ยามเย็น พระอาทิตย์ที่แผดแสงแรงกล้าเมื่อตอนขาไป ก็แปรเปลี่ยนเป็นลูกสีแดงอมส้ม และคล้อยต่ำลงมาอยู่ใกล้เส้นขอบทะเลเต็มที หากรออีกสักชั่วอึดใจคงได้ยลพระอาทิตย์อัสดงอย่างแน่นอน
 



    ระหว่างรอเวลาบริเวณริมหาดมีเรือคายัคของทางรีสอร์ตไว้ให้บริการแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม มีพนักงานกุลีกุจอคอยบริการด้วยรอยยิ้มเล็กๆ พร้อมลากเรือลงทะเลให้ประลองกำลังฝ่าเกลียวคลื่น นับว่าเรียกเหงื่อได้ไม่น้อยทีเดียว แต่ถ้าเกรงว่าพายในทะเลจะเกินกำลัง ก็สามารถหลีกลี้หนีเข้าไปพายเรือในคลองน้ำกร่อยสายเดียวกับที่พาไปสู่น้ำตกได้ เพราะผืนน้ำราบเรียบไร้คลื่นใดๆ มาเป็นอุปสรรคจึงไม่ต้องเหนื่อยแรงมากนัก

 


    เรียกเหงื่อกันไปพอสมควรแล้ว จะโดดลงทะเลเล่นน้ำอีกสักนิดก็ยังพอไหว เพราะน้ำที่เกาะกูดสีฟ้าใสน่าเล่นอย่างที่สุด แถมอุณหภูมิของน้ำก็เย็นฉ่ำกำลังดี จากนั้นค่อยขึ้นมาล้างตัว และลงนั่งเก้าอี้ริมหาดรอชมเส้นขอบทะเลกลืนดวงตะวัน ซึ่งภาพที่เห็นรับรองได้ว่าสวยงามไม่แพ้ที่ใด

 

    หลังชมตะวันจนสิ้นขอบฟ้าแล้ว ก็ได้เวลากลับไปชำระล้างร่างกาย และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อมารับประทานอาหารเย็น แนะนำให้หาเสื้อผ้าหลวมๆ ใส่สบาย เพราะมือนี้พุงกางแน่นอน เนื่องจากทางรีสอร์ตเสิร์ฟอาหารทะเลแบบไม่อั้น ทั้งปูม้า ปูทะเล กุ้ง หอย ปลา สารพัดชนิด จะรับประทานมากแค่ไหนก็ได้ จุดเด่นอยู่ตรงที่ไม่ต้องรอนาน อาหารยังไม่ทันหมดจาน พนักงานก็ไถ่ถามกันแล้วว่าจะเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร และนำมาเพิ่มให้แบบรวดเร็วทันใจ นับว่าเป็นมื้อเย็นที่หารับประทานไม่ได้ง่ายๆ เลย สำหรับในยุคนี้ที่อะไรๆ ก็ดูแพงไปเสียหมด

    เมื่อรับประทานกันจนพอใจแล้ว จะเดินย่อยอาหารริมหาดก่อนกลับไปที่พักก็ได้ แต่แนะนำให้หลับเอาแรงไว้ดีกว่า เพราะวันรุ่งขึ้นยังมีกิจกรรมรอให้เผาผลาญแคลอรีในร่างกายกันอีก

ดำน้ำดูปะการัง ชมควงกระบองไฟ

    วันที่สองของการมาเยือน “เกาะกูด” ยังคงมีกิจกรรมตื่นเต้นอย่างดำน้ำดูปะการังรออยู่ แต่จะเป็นในช่วงบ่าย ดังนั้น สามารถตื่นสายได้ตามอำเภอใจ เพราะบุฟเฟต์อาหารเช้าตียาวให้ถึงสิบโมงทีเดียว

    หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จสรรพ เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาบ่ายสองโมง ก็ได้ยินเสียงพนักงานรีสอร์ตร้องเรียกให้มาเตรียมตัวที่ท่าเรือ เพื่อไปดำน้ำดูปะการัง พอไปถึงท่าเรือพนักงานก็ยื่นเสื้อชูชีพให้ พร้อมกำชับให้ใส่ทันที เนื่องจากจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทริปดูปะการังนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

 



    ทริปดำน้ำดูปะการังนั้น คนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็ไปด้วยกันได้ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยงและผู้นำทางเคียงข้างไปโดยตลอด อีกอย่างมีเสื้อชูชีพคอยพยุงตัวให้ลอยอยู่แล้ว จึงสบายใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหายุ่งยากใดๆ ตามมาอย่างแน่นอน

    เรือใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงที่หมาย และได้แวะชายหาดร้างแห่งหนึ่งเพื่อซักซ้อมให้คำแนะนำเรื่องการดำน้ำก่อนประมาณ 15 นาที จากนั้นก็เป็นของจริงที่ทุกคนรอคอย เมื่อทุกคนลงมาลอยคอในทะเลกันหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เริ่มว่ายนำทาง ใครว่ายน้ำเป็นก็ว่ายตามกันไปเรื่อยๆ ส่วนใครว่ายไม่เป็นก็สามารถเกาะไหล่คนนำทางและจับต่อๆ กันดั่งเป็นขบวนรถไฟ โดยไม่จำเป็นต้องว่ายเอง เพียงแค่ใส่หน้ากากดำน้ำก็สามารถลอยตัวชมบรรยากาศใต้น้ำได้ดีกว่าคนว่ายน้ำเป็นเสียอีก
 


    ส่วนบรรยากาศใต้น้ำไม่เพียงแต่ปะการังที่สวยงามแปลกตาน่าสนใจแล้ว ยังมีฝูงปลาสีสันสดใสมากมายที่ดูจะไม่เกรงกลัวมนุษย์ที่รุกล้ำเข้ามาในถิ่นอาศัยของมันเลย ต่างว่ายวนเวียนล้อมรอบต้อนรับดั่งเป็นเจ้าบ้าน บางครั้งมีการแอบเข้ามาตอดตามเนื้อตัวของผู้มาเยือนอีกด้วย 

    เป็นเวลายาวนานเกือบ 2 ชั่วโมงกับการดำน้ำดูปะการังสองแห่ง เรือก็พากลับมายังรีสอร์ตเวลานั้นถ้าใครยังมีแรงเหลือจะไปพายเรือคายัค เตะฟุตบอล เล่นวอลเลย์บอลชายหาดเพิ่มเติมให้ทริปนี้คุ้มค่ายิ่งขึ้นอีกก็ได้ แต่ก็อย่าเพลินจนลืมเวลา เพราะหกโมงเย็นต้องมารับประทานอาหารพร้อมกับดูโชว์ควงกระบองไฟ
 






    โชว์ควงกระบองไฟ ฟังดูอาจไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรนัก ด้วยมีอยู่ดาษดื่นทั่วไป แต่หากรู้ว่าโชว์นี้หาได้ว่าจ้างมืออาชีพมาแสดงไม่ แต่ล้วนเป็นเหล่าพนักงานในรีสอร์ตทั้งสิ้น เชื่อว่าคงจะสร้างความอัศจรรย์ใจให้พอดู เพราะถือว่าเป็นโชว์ที่อันตรายค่อนข้างน่าหวาดเสียว มีทั้งต่อตัว พ่นไฟ ตีลังกา ซึ่งพนักงานเหล่านี้ก็ทำได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะมีผิดพลาดทำกระบองตกหล่นไปบ้าง แต่ยอมรับว่าเก่งมากทีเดียว ก็เป็นอันว่าคืนสุดท้ายของเกาะแห่งนี้จบลงด้วยความประทับใจ

 



    รุ่งเช้าทุกคนก็ลงเรือกลับ พร้อมกับความประทับใจเล็กๆ จากพนักงานที่มายืนเรียงแถวโบกมืออำลา เปล่งเสียงกล่าวขอบคุณและขอให้โชคดีกันดังสนั่น จนเรือแล่นไปเกือบลับตาจึงแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต่อไป

    การเดินทางมาเกาะกูดในครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก และเหมาะสมแล้วที่จะยกให้เกาะแห่งนี้เป็นหนึ่งในแดนสวรรค์ของคนรักทะเล


 





การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ-ตราด สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปเอง หรือจะใช้บริการของ บสข./รถตู้ ก็สะดวก
                  ส่วนเรือโดยสารจากตราดไปเกาะกูดนั้น มีหลายท่าเรือให้เลือกเช่นกัน ทั้ง ท่าเรือแหลมงอบ ท่าเรือด่านเก่า และท่าเรือแหลมศอก หากเป็น Speed Boat ก็จะใช้เวลาเดินทางราวๆ 1 ชั่วโมง 

ที่พัก : บนเกาะกูดมีที่พักให้เลือกหลายแบบและหลายรีสอร์ต นักท่องเที่ยวสามารถซื้อเป็นแบบแพ็กเกจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น 3 วัน 2 คืน หรือจะซื้อแค่ห้องพักแล้วไปหาซื้อเที่ยวรอบเกาะเองก็ได้ 
    
    
    
Select year  

  • ท่อง 4 เกาะเลาะอันดามัน
    เมืองไทยรุ่มรวยตัวเลือกของเกาะน้อยใหญ่มากมายที่จะปรนเปรอวิวทิวทัศน์และชวนคุณลอยล่องท่องทะเลเพลิดเพลินกับการผจญภัยไปกับสีสันโลกใต้น้ำอันน่าทึ่งในหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ พร้อมพ..

  • ภูหินร่องกล้า ขุนเขาอุดมการณ์ กลางม่านหมอกและดงดอกไม้
    เรารู้จักภาพบางภาพ สัมผัสเรื่องราวบางซอกมุม หรือดื่มด่ำกับรอยยิ้มของใครสักคน อาจก็ต่อเมื่อหน้าปฏิทินเปลี่ยนผ่านเรื่องราวเหล่านั้นเป็นวันวาน

  • ชีวิตเนิบช้าที่ ณ “หลวงพระบาง” มรดกโลก
    สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาถึงหลวงพระบางนั่นคือ วัฒนธรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ผ่านสิ่งก่อสร้างสะท้อนออกมาถึงความเคารพ ศรัทธาที่เหล่าศาสนิกชนลาวมีต่อศาสนาพุทธ

  • สัมผัสเสน่ห์ดอยสูง ฮอด...แม่เหาะ
    ดอกไม้สีเหลืองนาม “บัวตอง” อวดโฉมเบ่งบานหยอกล้อกับแสงอาทิตย์ในฤดูหนาวของปี แม้บัวตองจะบานในช่วงเวลาที่ไม่นานนักแต่ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นไปชื่นชมความงดงามนั้นอย่างใกล้ชิด และด้วยเสน่ห์พร้อมทั..

  • ป่าผืนสุดท้ายแห่งลพบุรี (มี) ความลับ (ของ) “ซับลังกา”
    เมื่อไหร่ก็ตามที่สองเท้าได้ย่ำพื้นดิน สายตาได้มองพื้นที่กว้างสุดสายตา สองมือได้โอบกอดต้นไม้ขนาดใหญ่ ผิวได้รับลมเย็นเบาๆ จมูกได้กลิ่นออกซิเจนสดชื่นจางๆ หูได้ยินเสียงนกร้อง และเสียงสัตว์ป่าตัวน้อ..


Select year  

  • SME Thailand Radio

    etda

  • sme startup : review

    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success

    Issue 41, February 2017
    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success
    ในแวดวงการลงทุนไม่มีใครไม่รู้จัก แพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักล..