Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Sort article by  

Knowledge Hub aec singapore

AEC 2558 ไทยอืดอาดระวังสิงค์โปร์ฟาดเรียบ

 

 

 
 

การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 จุดประสงค์หนึ่งเพื่อต้องการให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ซึ่งเรื่องของศักยภาพ "สิงคโปร์" นับเป็นประเทศที่ไทยต้องหันไปศึกษา ว่าทำไมทั้งที่เมืองลอดช่องมีพื้นที่เพียงหยิบ มีข้อจำกัดทั้งทรัพยากรและแรงงาน แต่เหตุใดเล่าจึงมีศักยภาพเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน และเป็นอันดับสามของโลก 
 
ทั้งนี้ รายได้หลักของสิงคโปร์มาจากภาคบริการถึง 65 เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมหลักล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่าง อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และ วิศกรรม เป็นต้น ฉะนั้น จึงควรมองเข้าไปในสิงคโปร์ดูว่าอะไรที่ทำให้เมืองแห่งนี้กายเป็นศูย์กลางการค้า การเงิน และการขนส่งที่สำคัญของอาเซียนได้
 
ประเด็นแรก สิงคโปร์มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ แม้จะเสียเปรียบเรื่องปัจจัยการผลิตที่มีราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน แต่สิงคโปร์พยายามพัฒนาองค์ความรู้ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีระดับสูงขึ้น และสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมในเชิงธุรกิจ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของสิงคโปร์ อีกทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีกับต่างชาติ
 
ประเด็นที่สอง สิงคโปร์ไม่เคยหยุดยกระดับสภาพความเป็นอยู่ในประเทศ ให้เคลื่อนไหวไปตามการเปลี่ยนแปลงของลักษณะตลาดและลักษณะประชากรในสิงคโปร์ เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง การเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของประชากรและและความหลากหลายของประชากรที่มากขึ้น ส่งผลให้ภาคเอกชนยังคงพยายามที่จะหาโอกาสในการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยังช่วยยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของคนในประเทศให้ดีขึ้น 
 
ประเด็นที่สาม การลงทุนเพื่อ R&D ของสิงคโปร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากนโยบายหลักที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในด้าน R&D จากภาคธุรกิจ อีกทั้งการดึงดูดนักลงทุนด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี เช่น ที่ตั้งของประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น 
 
ทั้งนี้ตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาโดยรวมของสิงคโปร์ปี 2553 มีมูลค่าประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 (YoY) โดยกว่าร้อยละ 60 ของการใช้จ่ายดังกล่าวมาจากภาคเอกชน ในขณะที่บุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 4.3 (YoY)
 
ประเด็นที่สี่ รัฐบาลสิงคโปร์มีการให้สิทธิพิเศษกับภาคธุรกิจที่มีการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาในสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นสิ่งจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้สิทธิพิเศษทางภาษี จากนโยบายการส่งเสริมนี้ทำให้จำนวนกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสินค้าและบริการในสิงคโปร์เกิดขึ้นในหลายสาขาธุรกิจ โดยเฉพาะในสาขาหลักๆ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์เคมี เป็นต้น อีกทั้งมีการจัดตั้งโครงการร่วมทุนกับภาคเอกชนจากประเทศอื่นๆในเอเชีย เช่น โครงการ Jurong Aromatics Corporation เป็นต้น
 
ประเด็นที่ห้า การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการพัฒนาองค์ความรู้ในระยะยาว ในระยะต่อจากนี้ สิงคโปร์ตั้งเป้าที่จะทำให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงธุรกิจ โดยภายในปี 2558 จะมีการเพิ่มสัดส่วนตัวเลขค่าใช้จ่ายเพื่อ R&D ให้ได้ถึงร้อยละ 3.5 นอกจากนี้ ภายใต้แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของ Economic Development Board ที่จะให้สิงคโปร์เป็น Home for innovation และให้ความสำคัญกับความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้จากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน
 
ศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย.....อยู่ตำแหน่งใด
 
ประเทศไทยยังจะต้องปรับปรุงในเรื่องของพัฒนาองค์ความรู้ซึ่งเป็นกระบวนการพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม โดยการวิจัยและพัฒนาของไทยยังมีบางประเด็นที่ส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพของไทย เช่น
 
- ผู้ประกอบการไทยยังลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตน้อย โดยในปี 2552 สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อ R&D ของภาคเอกชนเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายเพื่อ R&D รวมมีเพียงร้อยละ 39   อีกทั้งยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างชาติซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงถือเป็นอุปสรรคต่อการใช้เทคโนโลยีเพื่อของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs
 
- ไทยไม่สามารถแข่งขันโดยอาศัยความได้เปรียบจากปัจจัยแรงงานที่มีราคาถูกเพียงอย่างเดียวได้อีก เนื่องจากระดับราคาปัจจัยการผลิตของไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น เช่น การเพิ่มอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าผลิตภาพแรงงานนอกภาคการเกษตรเฉลี่ยต่อคนของไทยในไตรมาสสุดท้ายปี 2554 อยู่ที่111.2 เทียบกับปีฐาน 2543 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในช่วงกว่า 10 ปี คุณภาพแรงงานของไทยยังมีการพัฒนาที่ช้าและอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ 
 
การเข้าร่วม  AEC คือโอกาสในการยกระดับศักยภาพในการแข่งขัน 
 
การรวมกลุ่ม AEC ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะได้เผชิญโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการร่วมกลุ่มทางเศรษฐกิจดังกล่าว อันได้แก่
 
การรวมเป็นตลาดเดียวในอาเซียนจะทำให้ลักษณะผู้บริโภคมีความหลากหลายขึ้นและมีปริมาณมากขึ้น จึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถที่จะพัฒนาสินค้าเดิมหรือสร้างสินค้าใหม่ๆ โดยใช้การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือ
 
การเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี ทำให้การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีทักษะกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมเป็นไปได้สะดวกขึ้น แหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนางานวิจัยและบุคลากรที่เปิดกว้างมากขึ้น และเอื้อต่อการจัดตั้งเครือข่ายข้อมูลร่วมกันในระดับภูมิภาค 
 
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในระดับภูมิภาคที่อาจเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น การพัฒนากฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การยกระดับการศึกษา เป็นต้น สำหรับประเทศไทยและสิงคโปร์อาจใช้โอกาสจากการฟื้นฟูกรอบความร่วมมือ Singapore-Thailand Enhanced Economic Relations (STEER) ที่บรรจุแนวคิดของการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศไว้ด้วย
 
พัฒนาเทคโนโลยีและแรงงาน...เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของไทย
 
หากไทยต้องการยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต จำเป็นจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีและคุณภาพของบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดขนาดใหญ่อย่าง  AEC และดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกในระยะยาว โดยอาศัยแนวคิดหลักๆ ดังนี้
 
การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้ได้ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเภทอุตสาหกรรมหลักและระดับเงินทุนของไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การศึกษา เป็นต้น อีกทั้งควรกระตุ้นให้เอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น 
 
เพิ่มบทบาทของเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รัฐอาจช่วยสนับสนุนให้เกิดกระบวนการเพื่อการสร้างสรรค์และพัฒนาสินค้าของภาคธุรกิจ ซึ่งไม่ต้องลงทุนสูง แต่เน้นการพัฒนาสินค้าและบริการให้แตกต่างและมีความโดดเด่น เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้า OTOP การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตร เป็นต้น
 
การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะถือเป็นปัจจัยสำคัญ การพัฒนาแรงงานให้เป็นแรงงานที่มีทักษะ (Skilled labour)  จะช่วยให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีในภาคการผลิตและบริการเป็นไปได้ง่ายขึ้น และได้รับการยอมรับจากตลาดแรงงานระดับภูมิภาค ซึ่งควรจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพของแรงงานทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทักษะทางภาษา และการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอยู่เสมอ รวมทั้งต้องเร่งผลิตและพัฒนานักวิจัยให้มีคุณภาพมากขึ้น
 
โดยสรุป การศึกษาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์เป็นเพียงการช่วยให้เรามองเห็นจุดที่ไทยยังต้องพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและรองรับการเป็น AEC โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพแรงงานและเทคโนโลยี 
 
อย่างไรก็ดีศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ประเทศไทยจะต้องสร้างแนวทางในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการผลิตในรูปแบบของตัวเอง โดยอาจมีการเลือกกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์การผลิตโดยรวมของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าเกษตร สุขภาพ การท่องเที่ยว เป็นต้น  อีกทั้งยังสามารถนำแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์มาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการควบคู่ไปกับเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องข้อจำกัดทางการเงินของธุรกิจ SMEs ที่มีส่วนสำคัญต่อภาคธุรกิจของไทย  นอกจากนี้ ไทยต้องพัฒนาคุณภาพของกำลังแรงงานควบคู่กันไปด้วย 
 
ทั้งนี้หากไทยสามารถยกระดับขีดความสามารถในการผลิตได้ ก็จะส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียมต่างชาติ ไม่เพียงแต่ใน AEC แต่รวมถึงประเทศอื่นๆจากทั่วโลกด้วย
 
Select year  
1

  • "ไมซ์" แดนลอดช่องเรือธงสำคัญโกยเงินนักท่องเที่ยว
    การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board - STB) จัดงานแถลงข่าว "Singapore MICE 2015" เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรม BTMICE และเปิดเผยเหตุผลว่าทำไมนักท่องเที่ยว ถึงนิยมไปจัดงานที่ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งความพร้อมของสิงคโปร์ต่อการเข้าร..

  • สิงคโปร์ กับโอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการไทย
    สำหรับตลาดนั้นสิงคโปร์นั้นยังคงมีช่องว่างการลงทุน แม้ว่าการแข่งขันสูง แต่ประชากรมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยสูงสุดในอาเซียน ปัจจัยที่ทำให้ลงทุนในตลาดอาเซียนสำเร็จ ต้องศึกษาตลาด วัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภคให้ถ่องแท้ แล้วนำจุดขาย เอกลักษณ์ไปนำเสนอ วอนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องวางมาตรฐานบุคล..

  • มองโอกาสตลาดเสื้อผ้าไทยในสิงคโปร์
    ถึงแม้ว่า สิงคโปร์ได้ประสบกับช่วงเศรษฐกิจโลกถดถอยใน 2 ปีที่ผ่านมาและปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวทำให้ผู้บริโภคต้องคอยระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยสำหรับชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น ยังป็นที่นิยมและผู้ซื้อเต็มใจจ่ายหากมีความสวยงาม แปลกใหม่ ทันสมัย รวมถึงสา..

  • AEC 2558 ไทยอืดอาดระวังสิงค์โปร์ฟาดเรียบ
    การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 จุดประสงค์หนึ่งเพื่อต้องการให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ซึ่งเรื่องของศักยภาพ "สิงค์โปร์" นับเป็นประเทศที่ไทยต้องหันไปศึกษา ว่าทำไมทั้งที่เมืองลอดช่องมีพื้นที่เพียงหยิบ มีข้อจำกัดทั้งทรัพยาก..


Select year  
1

  • SME Thailand Radio

    etda

  • sme startup : review

    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ Be Creative Be Unique

    Issue 40, January 2017
    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ Be Creative Be Unique
    ธีร์นภัทธ์ พวงวงศ์ เติบโตมากับครอบครัวเกษตรที่มีพ่อทำฟาร์มกุ้ง และทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในภาคใต้ เนื่องจากเป..