Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Sort article by  

Knowledge Hub aec philippines

​เครื่องสำอางไทยฉายแววรุ่งในฟิลิปินส์

 



    
      หากกล่าวถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แน่นอนว่าตลาดหลักที่สำคัญของไทย ก็คือตลาดอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ที่ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยให้ความสนใจในการเข้าไปทำตลาดมากที่สุด จากความได้เปรียบด้านพรมแดนที่เชื่อมถึงกันได้สะดวกและความคุ้นเคยต่อสินค้าไทย 

    อย่างไรก็ดี  ยังมีอีกหนึ่งตลาดที่เป็นโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน นั่นก็คือ ฟิลิปปินส์

    ฟิลิปปินส์ เป็นตลาดหนึ่งในอาเซียนที่น่าจับตามองของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคอย่างเครื่องสำอาง โดยในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นตามลำดับ จากอานิสงส์การค้าการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

    โดยในปี 2558 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะยังคงเติบโตสูงในระดับร้อยละ 6.0-7.0 ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของอาเซียน  
 



    นอกจากนี้ แรงงานที่ออกไปทำงานต่างประเทศและส่งเงินรายได้กลับเข้ามายังฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ช่วยผลักดันให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวอย่างมากในช่วงหลัง ส่งผลให้ผู้บริโภคภายในประเทศมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และหันมาเริ่มพิถีพิถันกับการจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามมากขึ้น  

    การเติบโตของสินค้าเครื่องสำอางในฟิลิปปินส์ ได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมเมือง ที่ทำให้วิถีชิวิตของผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์ 

    นอกจากนี้ การเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบทบาทของสื่อโซเซียลมีเดีย ยังมีส่วนต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ในแง่ของการรับรู้และความสนใจที่มีต่อสินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงามมากขึ้นตามลำดับ 

    หากวิเคราะห์ถึงมุมมองของชาวฟิลิปปินส์ที่มีต่อสินค้าเครื่องสำอางไทย จะพบว่า ปัจจัยที่ทำให้เครื่องสำอางไทยได้รับความนิยมและถือเป็นจุดแข็งหลักๆ จะมาจากการที่เครื่องสำอางไทยมีคุณภาพภายใต้ระดับราคาที่เหมาะสม มีความโดดเด่นในเรื่องของการพัฒนาเทรนด์ของเครื่องสำอางเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน รวมไปถึงจากการที่ไทยเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่สำคัญ ยังทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ค่อนข้างดีในสายตาผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งน่าจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยในระดับ SMEs ทั้งที่มีแบรนด์และไม่มีแบรนด์ ที่แม้ในปัจจุบันจะยังมีสัดส่วนการส่งออกไม่มากนัก เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำระดับโลก (ที่ส่วนใหญ่มีการวางกลยุทธ์ตามนโยบายของบริษัทแม่) ในแง่ของการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องสำอางของชาวฟิลิปปินส์  
 



    นอกจากนี้ อีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยก็คือ กระแสความนิยมในเครื่องสำอางสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติหรือออร์แกนิค (Organic) ของชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคภายในประเทศ

 ในขณะที่ไทยก็มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตเครื่องสำอางมีส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่สกัดจากธรรมชาติ ดังนั้น หากผู้ประกอบการอาศัยกระแสการตื่นตัวในเครื่องสำอางสมุนไพรเข้าไปทำตลาด ก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทย มีโอกาสเข้าไปขยายพื้นที่ทางการตลาดในสินค้าเครื่องสำอางในฟิลิปปินส์ได้พอสมควร

      ทั้งนี้ แม้ว่าความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญในตลาดฟิลิปปินส์ ก็คือแบรนด์ไทยยังไม่แข็งแกร่งมากนัก ทำให้การเจาะตลาดค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบาก ประกอบกับค่าจ้างแรงงานของไทยมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ราคาสินค้าเครื่องสำอางของไทยมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง รวมถึงงบด้านการตลาดที่อาจมีจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง 
 




    อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสและสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอางฟิลิปปินส์ สำหรับผู้ประกอบการเครื่องสำอางแบรนด์ไทย นั่นก็คือ การวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ค่อนข้างมีความแตกต่างทางด้านรายได้และรสนิยมในการบริโภค จะเห็นได้ว่า แม้ว่ากว่าร้อยละ 70 ของประชากรฟิลิปปินส์ เป็นผู้มีรายได้ต่ำ แต่ในระยะหลังจำนวนผู้มีรายได้ปานกลาง-สูง ก็เริ่มขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้น การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจึงมีส่วนอย่างมากต่อการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด 

    ทั้งนี้ นอกเหนือจากการวางโมเดลทางธุรกิจที่เหมาะสมแล้ว ผู้ประกอบการไทยควรศึกษารายละเอียดปลีกย่อยที่สำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบทางการค้าและมาตรฐานสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบ 
 


    รวมถึงการมองหาพันธมิตรทางการค้าที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำตลาดและกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย การติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความแตกต่างและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ เทรนด์/กระแสความนิยมที่เกิดขึ้นต่อสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางในฟิลิปปินส์

     การประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านช่องทางใหม่ๆ อาทิ บล๊อกเกอร์ ดารานักแสดงหรือผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงาม เพื่อรีวิวสินค้า ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นความน่าสนใจและเกิดการบอกต่อในวงกว้าง และประการสำคัญก็คือ การสร้างการรับรู้ในแบรนด์และการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาร่วมกันองค์กรหรือสถาบันต่างๆ ที่มีชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในระยะข้างหน้า ที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทย มีโอกาสเข้าไปแทรกพื้นที่ทางการตลาดที่มีอยู่เดิมได้เพิ่มมากขึ้น และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
Select year  
1

  • ​เครื่องสำอางไทยฉายแววรุ่งในฟิลิปินส์
    หากกล่าวถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แน่นอนว่าตลาดหลักที่สำคัญของไทย ก็คือตลาดอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ที่ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยให้ความสนใจในการเข้าไปทำตลาดมากที่สุด จากความได้เปรียบด้านพรมแดนที่เชื่อมถึงกันได้สะดวกและความคุ้นเคยต่อสิน..

  • Unlocked ตากาล็อก โอกาสแบบไม่ล็อกของ SMEs
    เมื่อไม่นานข่าวคราวความสูญเสียและความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์ได้สร้างความตระหนกตกใจให้กับหลายๆ คน แม้จะทราบกันดีว่าประเทศแห่งนี้ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่ถ้าหากมองในแง่ของศักยภาพด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ภายใต้ความตื่นตัวต่อการเปิดประชาค..

  • จุดแข็ง-จุดอ่อนในการทำการค้ากับฟิลิปปินส์
    ปัจจุบัน สินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นที่ยอมรับของชาวฟิลิปปินส์ทั้งในด้านคุณภาพและราคา สินค้าที่นำเข้าจากไทยและจำหน่ายทั้งใน/นอกห้างสรรพสินค้า หากมีฉลากภาษาไทยติดมาด้วย ทางผู้ขายจะไม่แกะออก ฉะนั้น ผู้ผลิตสินค้าของไทยจึงควรติดข้อความหรือเครื่องหมายที่แสดงว่ามาจากประเท..


Select year  
1

  • SME Thailand Radio

  • sme startup : review

    รรินทร์ ทองมา When I want to succeed, I act.

    Issue 42, March 2017
    รรินทร์ ทองมา When I want to succeed, I act.
    รรินทร์ ทองมา เจ้าของแบรนด์ O&B รองเท้าและกระเป๋าแบรนด์ดังบนโลกออนไลน์ เหมือนคนรุ่นใหม่ทั่วไปที่ใจร้อนและมีอีโก้ จนคิดว่าธุรกิจของตัวเองจะประสบค..