Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Sort article by  

Knowledge Hub aec myanmar

ทานาคาเมียนมากับการสร้าง brand story

 







เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    เป็นภาพคุ้นตามานานที่เราจะเห็นคนพม่าโดยเฉพาะสาว ๆ ปะหน้าด้วยแป้งสีเหลืองนวล ซึ่งทราบกันดีว่าคือ “ทานาคา” สุดยอดเครื่องประทินผิวที่อยู่คู่ชาวพม่ามานานหลายร้อยปี ปัจจุบัน ทานาคาไม่ได้ใช้กันเฉพาะในหมู่ชาวพม่า แต่เริ่มขยายความนิยมไปยังประเทศอาเซียน เช่น ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ และกลายเป็นของฝากสุดฮิตสำหรับผู้เดินทางไปเยือนเมียนมาที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมา ธุรกิจผลิตทานาคาจึงเป็นธุรกิจที่พัฒนารวดเร็วและตัวสินค้าเองก็มีวิวัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด ทีมงาน smethailandclub.com ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการรุ่นที่ 3 ของบริษัทผลิตทานาคาอันดับต้น ๆ ของเมียนมา


    Yu Yu Maw ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Shwe Bo MinthameeCo.,Ltd. วัย 29 ปีเล่าถึงกิจการครอบครัวว่าเริ่มทำธุรกิจผลิตทานาคาตั้งแต่ปี 1972 หรือกว่า 40 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่ โดยมีพื้นที่ปลูกต้นทานาคาเองทางภาคกลางของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งเป็นดินปนทรายเหมาะแก่การเติบโตของพืชชนิดนี้ “ตอนที่ปู่ทำธุรกิจนี้ คู่แข่งน้อยมาก อย่างทานาคาแบบผง แค่บรรจุใส่ถุงพลาสติก รัดหนังยางก็วางขายได้แล้ว กระทั่งคุณปู่วางมือ และคุณพ่อผมเข้ามารับช่วงกิจการต่อ คุณพ่อเริ่มทำแพคเกจใหม่โดยการนำทานาคามาบรรจุในกระปุกพลาสติกเพื่อให้ดูน่าใช้ขึ้น ปรากฏยอดขายพุ่งกระฉูดจนกลายเป็นผู้นำในตลาด แต่ภายหลังถูกคู่แข่งเลียนแบบและเขาทำการตลาดดีกว่า จึงทำให้เรากลายเป็นรอง”


    หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ Yu Yu Maw มีโอกาสไปทำงานที่สิงคโปร์ พอสั่งสมประสบการณ์ได้ระยะหนึ่ง เขาคิดถึงการกลับไปสานต่อกิจการครอบครัว ปี 2012 หนุ่มน้อยไฟแรงก็เดินทางกลับสู่ประเทศบ้านเกิดเพื่อกุมบังเหียนธุรกิจทานาคาเต็มตัว โดยตั้งเป้านอกจากจะกระตุ้นยอดขายในประเทศ เขายังจะผลักดันให้มีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลพม่าได้อนุญาตให้มีการส่งออกทานาคาไปจำหน่ายนอกประเทศตั้งแต่ปี 2006“ณ ตอนนี้ ตลาดที่เราส่งออกผลิตภัณฑ์ทานาคาประกอบด้วย ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไต้หวัน โดย 90% ของการผลิตเป็นแบรนด์เราเอง และประมาณ 10% เป็น OEM หรือการรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์อื่นที่เพิ่งเริ่มได้ไม่นานซึ่งตอนนี้เรามีลูกค้า 2 รายเป็นบริษัทจากไทย และฟิลิปปินส์”


    ผู้บริหารหนุ่มเล่าว่าตลาดทานาคาในปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่ 3-4 ราย โดยรายใหญ่สุดครองส่วนแบ่งประมาณ 50% และบริษัทเขาทำส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20-30% ที่เหลือเป็นของรายย่อยที่มีจำนวนมาก ข้อได้เปรียบของบริษัทคือการมีพื้นที่ปลูกต้นทานาคาเอง “เรามีสวนทานาคาทางภาคกลางประเทศพื้นที่ 5 เอเคอร์ (ประมาณ 12.5 ไร่)และมีโรงงานผลิต 1 โรง และตอนนี้กำลังจะขยายไปสร้างโรงงานใหม่อีกแห่งที่เมืองมัณฑะเลย์ วัตถุดิบที่อยู่ก็เพียงพอต่อการผลิต เว้นแต่ว่าช่วงไหนออร์เดอร์เข้ามาเยอะ ก็อาจต้องสั่งทานาคาจากที่อื่นมาเสริม”


    Yu Yu Maw กล่าวอีกว่าทานาคาที่บริษัทผลิตจะเน้นคุณภาพเป็นหลักโดยมีข้อแตกต่างจากเจ้าอื่นคือเป็นทานาคา 100% ไม่มีส่วนผสมของเคมี ราคาอาจจะสูงกว่าแบรนด์อื่น 20% แต่ลูกค้าที่ใช้ประจำจะแยกแยะได้ระหว่างทานาคาแท้กับทานาคาที่มีส่วนผสมอื่น ทานาคาที่วางจำหน่ายในตลาดจะมีหลากหลายแบบ แต่ที่ขายดีที่สุดเป็น Thanaka paste ที่ผสมน้ำอัดเป็นแท่ง ราคาจะถูกกว่าแบบกระปุก ช่วงที่ขายดีที่สุดคือหน้าร้อนเพราะทานาคาทาแล้วทำให้ผิวเย็น ทั้งยังปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย ยังไม่นับรวมสรรพคุณอื่นที่ว่าป้องกันสิว ช่วยชะลอวัย ทำให้หน้าตึงใสอีกด้วย 


    “ตอนนี้ผมเน้นที่ตลาดในประเทศ และเอเชียบางประเทศที่เป็นเมืองร้อนเพราะทานาคามีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมันบนใบหน้า ส่วนประเทศเมืองหนาวคงยังไม่เหมาะเนื่องจากอาจทำให้ผิวยิ่งแห้ง แต่ตอนนี้เราก็ได้พัฒนาโลชั่นทานาคาเพื่อจำหน่ายชดเชยในหน้าหนาว ทานาคาไม่ได้ใช้เฉพาะในหมู่สาว ๆ แต่ใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย แม้กระทั่งผู้ชายที่หันมาใช้ทานาคาเยอะขึ้นแต่ในรูปโลชั่น ช่องทางจำหน่ายของเราก็จะผ่านตัวแทนจำหน่ายโดยกระจายไปตามร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต และเรามีช้อปของตัวเองด้วย 1 แห่ง ตอนนี้เราพยายามจะทวงการเป็นแชมป์คืนโดยเร่งสร้าง brand awareness ทำแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก แจกตัวอย่างสินค้าให้ทดลองใช้ และไปออกงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในประเทศ“


    แน่นอนว่าการเปิดประเทศย่อมทำให้สินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้าเมียนมา หนึ่งในนั้นคือเครื่องสำอางแบรนด์ต่างชาติที่เข้ามาตีตลาดจนอาจทำให้การใช้ทานาคาในหมู่สาวเมียนมากลายเป็นเรื่องล้าสมัยไป ในเรื่องนี้ Yu Yu Maw มองว่า “อาจมีบ้างที่สาว ๆ ในเมืองหันไปใช้เครื่องสำอางแบรนด์ต่างชาติเวลาออกไปนอกบ้าน แต่พอกลับเข้าบ้าน พวกเขาก็ยังใช้ทานาคาเหมือนเดิม ขณะที่คนต่างจังหวัด โดยเฉพาะในชนบท ชีวิตพวกเขาผูกพันกับทานาคาและใช้มันตลอดเวลาไม่ว่าจะเช้า กลางวันหรือเย็น ดังนั้น เราไม่แข่งกับแบรนด์เครื่องสำอางนอก เราจะโฟกัสที่การใช้ทานาคาแบบดั้งเดิมตามภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมาแต่ก็จะพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ” 


    อาจเรียกได้ว่าความสำเร็จของทานาคายี่ห้อ ShweboMinthameeทุกวันนี้มาจากการไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ การใช้กลยุทธ์อย่างชาญฉลาดในการเจาะตลาดต่างประเทศ การวางตำแหน่งของสินค้าให้เป็นแบรนด์พรีเมี่ยม ไม่แข่งด้านราคาแต่เน้นที่คุณภาพ บวกกับการดำเนินธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ ทำให้สั่งสมความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคในวงกว้าง จากสินค้าบ้าน ๆ จึงกลายเป็นสินค้าทำเงินและยังโกอินเตอร์อีกด้วย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Select year  

  • Startup เมียนมาร์บูม Oway Ride ยึดหัวหาดธุรกิจบริการแท็กซี่ผ่านแอพฯ
    การขยายตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้มือถือในเมียนมาร์กว่า 100% ส่งผลให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี รวมถึง Oway Ride แอพพลิเคชั่นสำหรับเรียก Taxi ที่ปูพรมยึดหัวหาดก่อนใคร

  • 6 ไลฟ์สไตล์ใหม่ของชาวเมียนมา
    ใครคิดอยากทำตลาดเมียนมา ต้องดูไว้เลย วันนี้ไลฟ์สไตล์ของคนเมียนมากำลังเปลี่ยนไปแล้ว ล่าสุดจากผลวิจัยของเอ็นไวโรเซล (ไทยแลนด์) ซึ่งได้ทำการวิจัยใน 2 หัวเมืองหลักของเมียนมา อย่าง ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ชี้ชัดให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนเมียนมาในปี 2559 ที่เปิดรับสิ่งใหม่ด้วยกระแส..

  • มะริด ไข่มุกอันดามันแห่งเมียนมา
    เมื่อปี 2558 นักลงทุนทั้งไทยและเทศได้ให้ความสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมเมื่อรัฐบาลเมียนมาได้ประกาศต้อนรับนักลงทุนให้มาขอสัมปทานในการทำธุรกิจที่เมืองมะริด ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของหมู่เกาะมะริดที่มีกว่า 800 เกาะ ดิฉันเลยอยากนำท่านผู้อ่านเกาะติดกระแสไปด้วยว่าเมื..

  • ทานาคาเมียนมากับการสร้าง brand story
    ป็นภาพคุ้นตามานานที่เราจะเห็นคนพม่าโดยเฉพาะสาว ๆ ปะหน้าด้วยแป้งสีเหลืองนวล ซึ่งทราบกันดีว่าคือ “ทานาคา” สุดยอดเครื่องประทินผิวที่อยู่คู่ชาวพม่ามานานหลายร้อยปี ปัจจุบัน ทานาคาไม่ได้ใช้กันเฉพาะในหมู่ชาวพม่า แต่เริ่มขยายความนิยมไปยังประเทศอาเซียน เช่น ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเล..

  • 6 ไลฟ์สไตล์ใหม่ของชาวเมียนมา
    ใครคิดอยากทำตลาดเมียนมา ต้องดูไว้เลย วันนี้ไลฟ์สไตล์ของคนเมียนมากำลังเปลี่ยนไปแล้ว ล่าสุดจากผลวิจัยของเอ็นไวโรเซล (ไทยแลนด์) ซึ่งได้ทำการวิจัยใน 2 หัวเมืองหลักของเมียนมา อย่าง ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ชี้ชัดให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนเมียนมาในปี 2559 ที่เปิดรับสิ่งใหม่ด้วยกระแส..


Select year  

  • SME Thailand Radio

  • sme startup : review

    พงศธร ธรรมวัฒนะ Love it. Think it. Do it.

    ​Issue 43, April 2017
    พงศธร ธรรมวัฒนะ Love it. Think it. Do it.
    ใครจะคิดว่าของเล่นที่นำไปสู่การสะสม จะไปไกลกว่าเรื่องเล่นๆ ด้วยเพราะมองการณ์ไกลจึงทำเรื่องเล่นๆ ในวันนั้น ให้กลายเป็นธุรกิจเล็กๆ และขยายเป็นอาณาจักร..