Member Login register here!| Forgot Password?
hp2

Sort article by  

Knowledge Hub aec cambodia

จากกรุงพนมเปญ

 



เรื่อง : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
          nimnual.piewthongngam@gmail.com



    ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในกรุงย่างกุ้ง และกรุงพนมเปญ เพื่อหาข้อมูลในการเข้าสู่ตลาดเมียนมาร์ และกัมพูชา สำหรับ SME ไทย 

    การเดินทางไปยัง 2 ประเทศครั้งนี้เป็นภารกิจที่สนุกมาก เพราะได้ปลอมตัวเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของ 2 ประเทศนี้เลย และได้ไปสัมภาษณ์ท่านทูตพาณิชย์ไทย ผู้จัดการธนาคารของไทยที่ประจำสาขาใน 2 ประเทศ บริษัทโลจิสติกส์ สำนักงานกฎหมาย ห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าไทย ผู้จัดจำหน่าย และบริษัทด้านการทำสื่อโฆษณา 

    นอกจากนี้ ยังได้ไปรับประทานอาหารและล้วงความลับในการเจาะตลาดจากนักธุรกิจท้องถิ่น ดิฉันได้ความรู้และมุมมองใหม่ๆ มาเพียบ เลยจะเอามาเล่าสู่กันฟังในเล่มนี้ แต่ขอเป็นว่าจะเล่าเรื่องจากประสบการณ์ที่ไปประเทศกัมพูชาก่อนแล้วกัน ใครที่สนใจตลาดนี้ก็ตั้งใจอ่านเลยนะคะ

    ดิฉันไปกัมพูชาเมื่อปีที่ผ่านมาได้ไปทั้งเมืองเสียมเรียบ และกรุงพนมเปญ ทั้ง 2 เมืองมีบรรยากาศการค้าที่แตกต่างกัน โดยเสียมเรียบจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เรียบง่าย ที่บรรยากาศของธุรกิจท่องเที่ยวนี่โดดเด่นเหลือหลาย 

    ส่วนเมืองหลวงอย่างกรุงพนมเปญนี่ก็มีสีสันอย่างมากในการทำธุรกิจการค้า และการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าสินค้า ด้านบริการ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถ้ามองโดยภาพรวมของทั้งประเทศแล้ว กรุงพนมเปญเป็นเมืองที่ธุรกิจและการลงทุนคึกคักและครึกครื้นที่สุด 
 



    เมื่อปีที่แล้วห้างอิออน มอลล์จากแดนอาทิตย์อุทัยเพิ่งมาเปิด โอ้โหคนเดินกันแทบจะชนกัน ร้านอาหารแน่นมาก ต่อคิวกันยาว มาปีนี้เขากำลังวางแผนเปิดสาขาสองแล้ว ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า กำลังซื้อของคนกัมพูชาที่มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น แล้วสำหรับสินค้าและบริการของไทยล่ะจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวมาว่ากันค่ะ

    จากการพูดคุยกับกูรูในด้านต่างๆ ก็ได้ความว่า เศรษฐกิจของกัมพูชาเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผ่านการเลือกตั้งที่ค่อนข้างวุ่นวายไปเมื่อปีที่แล้ว การมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง นโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจน และกำลังซื้อที่มาจากคนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ทำให้กัมพูชาเป็นตลาดใหม่ที่คนไทยไม่ควรพลาด 

    จากเดิมที่สินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภคจากประเทศไทยต่างได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ว่าตอนนี้สินค้าจากเวียดนามและมาเลเซียก็ใช้ราคาที่ถูกกว่ามาแย่งส่วนแบ่งของตลาดไป 

 


    นอกจากนี้ ยังมีคู่แข่งจากเกาหลีและญี่ปุ่นซึ่งกำลังหาทางเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอีกด้วย การที่บ้านเรามีพรมแดนติดกับกัมพูชา จึงมีสินค้าต่างๆ หลั่งไหลเข้าไปที่นั่นเป็นตัวเลขส่งออกที่มีมูลค่าสูงมากๆ ตั้งแต่อดีต แต่ปัจจุบันนี้มีสินค้าจากหลายชาติเริ่มเข้าไปในกัมพูชา จึงเป็นตลาดที่เริ่มมีการแข่งขันสูง กัมพูชามีการค้าที่เสรี และมีการแข่งขันของตลาดอย่างสมบูรณ์ จึงเน้นในด้านราคาของสินค้า ดังนั้น สินค้าจากไทยต้องรีบอาศัยความได้เปรียบในสินค้าและบริการของไทยที่ยังมีอยู่ป้องกันแชมป์ให้ได้ 

    บริษัทนำเข้าและกระจายสินค้าของคนไทย 2 รายที่ใหญ่ที่สุดที่ดำเนินกิจการในกัมพูชามากว่า 20 ปี ฝากคำแนะนำมาว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้าตลาดนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าแบรนด์ดัง แต่ต้องเป็นสินค้าที่มีความแปลกใหม่ มีนวัตกรรม ไม่ใช่ของที่เขาก็ผลิตเองได้แต่ราคาถูก 

    ของเราต้องเป็นสินค้าที่เขาลอกเลียนไม่ได้ง่ายๆ และต้องมีแบรนด์ของตัวเองที่มีความเข้มแข็ง และนอกจากนี้ จะต้องมาทำการสำรวจตลาดเพื่อหาความต้องการตลาดว่า เขาต้องการอะไร และเตรียมสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด เช่น รสชาติของอาหารสำเร็จรูป หรือขนม จะต้องออกหวาน เพราะคนเขาติดหวาน 

 

    มีบริษัทไทยที่มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชที สูงสุดในกัมพูชาบอกว่า ขายได้แต่รสหวานเพราะเขาชอบกินหวาน ก่อนเข้าสู่ตลาดก็ต้องมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ เครื่องหมายการค้าเพราะสินค้าถูกลอกเลียนแบบง่ายเห็นอะไรขายดีก็มีการลอกเลียนแบบ แม้ว่าสินค้าไทยจะเป็นที่นิยมมากๆ ก็ตาม แต่เราจะต้องมีการวางแผนการตลาดร่วมกับผู้กระจายสินค้าเพื่อที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้เร็วและตรงจุด และวางงบประมาณในการทำการตลาด 

    นักธุรกิจแนวหน้าของกัมพูชาก็แนะนำด้วยว่า นักธุรกิจไทยจะต้องลบภาพและอคติที่มีกับประเทศและคนของกัมพูชา และมีความกล้าที่จะก้าวออกมาทำธุรกิจกับพวกเขาซึ่งยินดีต้อนรับคนไทยอยู่แล้ว การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และความกระตือรือร้นในการทำธุรกิจของคนไทยเป็นสิ่งที่จะทำให้นักธุรกิจชาวกัมพูชาต้องการร่วมธุรกิจ 

    นอกจากนี้ พวกเขายังเห็นว่าคนไทยไม่ควรแต่แค่มางานออกร้านประจำปีเพื่อขายของเท่านั้น ควรจะใช้การออกงานแสดงสินค้าที่มีหลายครั้งต่อปีเป็นการสำรวจตลาดต่อสินค้าหรือบริการของเรา แล้วก็มาหาเพื่อนชาวกัมพูชาที่จะร่วมกันทำธุรกิจด้วยกัน ส่วนนักธุรกิจไทยหลายท่านและท่านทูตพาณิชย์เองก็ยืนยันว่า ประเทศนี้ยังมีโอกาสอีกมากสำหรับผู้ประกอบการไทย 

    อย่างไรก็ตาม จากที่ได้พูดคุยกับท่านเหล่านี้และการวิเคราะห์ตลาดโดยภาพรวมจะเห็นว่า พวกเราชาว SME น่าจะเปลี่ยนความคิดจากที่จะนำสินค้าไปขายเขา เป็นการนำเอาบริการด้านต่างๆ ของเราที่มีมาตรฐานเข้าไปในประเทศเขาที่กำลังพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบของการขายแฟรนไชส์ หรือร่วมธุรกิจโดยเราเป็นผู้ลงทุนในเรื่อง Know-How และเทคนิคต่างๆ

     ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คลินิกความงามของไทยที่ไปเปิดกิจการแบบใหญ่โต และมีถึง 3 สาขา ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว ธุรกิจสปาก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่คนไทยสามารถนำเอาเทคนิคความรู้ หรือแฟรนไชส์เข้าไปได้ เป็นการเติมเต็มในสิ่งที่เขาไม่มี 

    หรือแม้แต่การก่อสร้างก็เริ่มมีความต้องการการก่อสร้างตึกสูงที่มีคุณภาพ มีการสร้างอย่างรวดเร็ว และมีการออกแบบที่เป็นสากลและสวยงาม ว่ากันว่า วิศวกรและสถาปนิกไทยเนื้อหอมมากๆ เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ได้เงินเดือนสูงกว่าที่อยู่เมืองไทยอีก ขณะเดียวกัน ที่ดินของที่นี่มีมากและอุดมสมบูรณ์ ค่าแรงก็ไม่สูงมากการที่จะไปทำการเกษตรโดยเรานำ Know-How ไปลงทุนกับคนท้องถิ่นแล้วผลิตสินค้า หรือส่งวัตถุดิบกลับมาประเทศไทยได้ 

    เห็นไหมค่ะ แทนที่เราจะมุ่งไปขายสินค้าที่ต้องมาแข่งกันด้วยราคา เราสามารถนำความรู้และประสบการณ์เรื่องการบริการมาเจาะตลาดกัมพูชาได้ ซึ่งกฎหมายของประเทศกัมพูชาเองก็เปิดกว้างให้นักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติได้เข้ามาลงทุน และทำธุรกิจกันอย่างที่เรียกว่าเสรีมากๆ โดยมีข้อจำกัดในกิจการที่จะทำได้นั้นไม่มากนัก 

    แม้แต่ร้านอาหารไทยก็เป็นสินค้าประเภทบริการชนิดหนึ่งที่มาแรงแซงโค้งมากๆ ดิฉันได้ไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของคนไทยร้านหนึ่งที่เมื่อเขาเปิดบริการเพียง 1 เดือน ก็มีคนกัมพูชามาขอซื้อแฟรนไชส์ร้านสะอาด เรียบง่าย ราคาไม่แพงจึงมีลูกค้าเต็มทั้งวัน เห็นว่าผ่านมากว่า 3 เดือนแล้วก็ไปได้สวยเพราะมีสาขาถึง 3 สาขาแล้ว เป็นเรื่องจริงที่ยืนยันได้ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ชื่อดังใหญ่โตจากเมืองไทย ก็มาสร้างตลาดใหม่ได้ที่กัมพูชา 

    อ่านถึงตรงนี้แล้ว สนใจไปกัมพูชาหรือยังคะ ขอแถมท้ายว่าอาหารที่นั่นคล้ายบ้านเรามากๆ แต่ไม่เผ็ดและมีรสชาติที่กลมกล่อม ใครชอบรับประทานอาหารที่มีผักก็ไม่ผิดหวัง ทั้งน้ำพริกผักสด และแกงผักต่างๆ ใครได้มีโอกาสไปก็ลองอาหารพื้นเมืองเขาด้วยนะคะ รับรองจะติดใจ 



Select year  
12

  • กัมพูชาเลื่อนสถานะ...โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจไทย
    ธนาคารโลก (WB) ปรับสถานะกัมพูชาเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับต่ำ (Lower-middle-income Economies) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 โดยพิจารณาจากรายได้ประชาชาติต่อคนต่อปี (GNI per capita) ของกัมพูชาปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 1,070 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าเกณฑ์ประเทศที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งอยู..

  • จากกรุงพนมเปญ
    ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในกรุงย่างกุ้ง และกรุงพนมเปญ เพื่อหาข้อมูลในการเข้าสู่ตลาดเมียนมาร์ และกัมพูชา สำหรับ SME ไทย

  • ธุรกิจที่น่าลงทุนในกัมพูชา
    กัมพูชานับเป็นอีกหนึ่งในประเทศ AEC ที่นักลงทุนไทยไม่อาจมองข้าม เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโตสูง นักลงทุนจากต่างประเทศจึงพากันหลั่งไหลเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในกัมพูชา มาดูกันดีกว่าว่ามีธุรกิจอะไรกันบ้างที่ SME ไทยมีโอกาสไปได้สวยหากคิดจะเข้าไปลงทุน

  • เจาะลึกกัมพูชา 360 องศา ธุรกิจทำได้จริง
    กัมพูชานับเป็นอีกหนึ่งในประเทศ AEC ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโตสูง ค่าแรงต่ำ ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี GSP

  • เจาะตลาดกัมพูชา โอกาสการค้าผู้ประกอบการไทย
    กัมพูชาอยู่ในช่วงเร่งรัดพัฒนาประเทศ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วเฉลี่ยราวร้อยละ 8 ต่อปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะขยายตัวกว่าร้อยละ 7 ในปี 2557 ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตของชาวกัมพูชาที่มีความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น


Select year  
12

  • SME Thailand Radio

  • sme startup : review

    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success

    Issue 41, February 2017
    ภาววิทย์ กลิ่นประทุม No failure, No success
    ในแวดวงการลงทุนไม่มีใครไม่รู้จัก แพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักล..