เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ SME ด้วย Optimistic เครื่องมือ HR ยุคดิจิทัล

by SME Thailand 03 ธค. 2018
Share:




 
           
     วันนี้โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลังการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบในหลายอุตสาหกรรม แม้แต่กลุ่ม SME พลเมืองผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนมากที่สุดของประเทศ ในยุคที่ท้าทายเช่นนี้สิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มแต้มต่อให้กับธุรกิจ SME อาจไม่ใช่เรื่องของเงินทุน หรือสินทรัพย์ด้านอื่นที่เคยเป็นความได้เปรียบของธุรกิจยุคเก่า สำหรับ เสกสรร ดุษฎีวิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด เขาเชื่อว่า คน คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด และจะเป็นอาวุธกอบกู้ความสำเร็จให้กับธุรกิจยุคดิจิทัล
               

     “วันนี้สินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัทไม่ใช่ตัวร้าน ยุคนี้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างสามารถทำได้บนดิจิทัล แต่สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดก็คือ คน โดยเฉพาะคนที่มีศักยภาพและความสามารถเป็นสิ่งที่บริษัทต้องรักษาเอาไว้ เพราะทุกวันนี้การแข่งขันสูงมาก มีคนที่พร้อมจะดึงคนเก่งไปจากเราเสมอ จะมีงานและข้อเสนอดีๆ ส่งตรงมาถึงคนของเราโดยที่เขายังไม่คิดไปสมัครงานที่ไหนด้วยซ้ำ ขณะที่เทคโนโลยีก็เปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศวันนี้ ไม่นานก็เข้ามาไทย มันทั้งเร็วและแรง นั่นทำให้บทบาทของ HR ต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องเงินเดือนอีกต่อไป แต่ต้องสามารถรับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร แล้วแปรไปเป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาคนให้พร้อมรับการทำงานในโลกสมัยใหม่ให้ได้”
      

     เสกสรรสะท้อนวิสัยทัศน์ ที่เกิดจากการตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของคน และเชื่ออย่างมากว่าการที่องค์กรจะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคนี้ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยงานบริหารบุคคลเข้ามาช่วย นั่นเองที่ทำให้บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Software Development ซึ่งมีประสบการณ์มากว่า 14 ปี ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งกลุ่มราชการ เอกชน ธนาคาร โรงพยาบาล และบริษัทขนาดใหญ่ ตัดสินใจขยายสู่ตลาดงานบริหารบุคคล หรือ HR เป็นครั้งแรก โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จนได้แอปพลิเคชันด้าน HR ที่ SME สามารถเข้าถึงได้ และมีโอกาสใช้เครื่องมือตัวเดียวกับที่บริษัทขนาดใหญ่ใช้ ในราคาสบายกระเป๋า 





     “ในปีที่ผ่านมาเราจับมือกับทาง SAP SuccessFactors ซึ่งเป็น Cloud Software Application ของ SAP ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจว่าเป็นซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันด้าน HR ระดับโลก เราเอาเครื่องมือนี้มาพัฒนาภายใต้ชื่อ Optimistic โดยเน้นการใช้งานที่ง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนในองค์กร บนการรับรองมาตรฐานของระบบจาก SAP ความน่าสนใจคือ มันไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันด้าน HR แต่ว่ามาพร้อมองค์ความรู้ (Knowledge) และกรอบการทำงาน (Framework) สิ่งที่ทำให้ SAP SuccessFactors มีความได้เปรียบ Application อื่นๆ เนื่องจาก SAP ได้ให้ Best Practice (วิธีปฏิบัติอันเป็นเลิศ) เป็นแนวทางให้เราเรียบร้อย ในขณะที่โปรแกรม HR ทั่วไปจะมีแต่เครื่องมือให้เราไปหยิบจับใช้เอง ซึ่งนั่นอาจทำให้ต้องเสียเวลาไปกับการเรียนรู้ และอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด จนส่งผลทำให้เราเดินผิดทางไปก็ได้ ฉะนั้นการเลือกเครื่องมือให้ถูกสำคัญมาก”


     Optimistic เป็นแอปพลิเคชันด้าน HR ที่ไม่ใช่สำหรับฝ่าย HR เพียงเท่านั้น แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทุกคนในองค์กรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยจะเป็นศูนย์กลางในการเรียกดูข้อมูล เป็นระบบที่ให้พนักงานแต่ละคนสามารถจัดการข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านออนไลน์ (Employee Self Service) เพื่อลดภาระงานของฝ่ายบุคคลลง รวมไปถึงระบบการประเมินผลที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบต่อเนื่อง (Continuous Performance Review) เพื่อให้สามารถติดตามและให้คำแนะนำการทำงานของพนักงานได้แบบ Real Time สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดเป้าหมายร่วมกันระหว่างบริษัทและพนักงาน ช่วยสร้างผลิตภาพ (Productivity) ให้กับบริษัทมากขึ้น ตลอดจนสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานแบบใหม่ ที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานมากขึ้นด้วย
               

     “ยกตัวอย่าง โปรแกรมจัดการเวลา (Time Attendance) ที่พนักงานไปที่ไหนเขาสามารถกดเช็กอิน ทำให้ HR สามารถตรวจสอบการทำงานได้ว่าเขาเข้างานกี่โมง ออกจากไซต์งานกี่โมง ไปหาลูกค้ากี่โมง สำหรับ SME นี่ไม่ใช่การจับตาการทำงาน แต่เป็นการรักษาคุณภาพการให้บริการของเรา เพราะ SME เป็นผู้ให้บริการ ฉะนั้นการให้บริการที่ทันต่อเวลาและเป็นไปตามคำมั่นสัญญานั้นสำคัญที่สุด หากเรานำเครื่องมือนี้ไปใช้ก็จะได้ตรวจสอบดูว่าเราให้บริการได้ดีแล้วหรือไม่ 


     “ในส่วนของพนักงานเอง ผมมองว่านี่เป็นอีกก้าวของ HR ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับพนักงานฝ่ายอื่นๆ โดยเราต้องมีเครื่องมือประเภทนี้ เพื่อที่จะได้ติดตามกิจกรรมของแต่ละคน จะได้รู้ว่าพนักงานคนนี้ทำงานดึก คนนี้ทำงานวันเสาร์-อาทิตย์ คนนี้ไม่เคยลาหยุดเลย มันจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องดูแลเขาให้มากขึ้น และด้วยเครื่องมือนี้เองยังทำให้เราสามารถจับสัญญาณความทุกข์และความผิดปกติของพนักงานได้ จึงช่วยให้จัดการแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะสูญเสียพนักงานดีๆ ไปได้”


     ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง SME หลายรายอาจเลือกที่จะโฟกัสกับผลประกอบการมากกว่าการพัฒนาเรื่องคน แต่ผู้บริหาร ฟิวชั่น โซลูชั่น ฉายภาพที่น่าสนใจให้ฟังว่า ธุรกิจไม่มีทางไปสู่ผลกำไรและการเติบโตที่มากขึ้นได้ ถ้าคนข้างในไม่พร้อม


     “หากธุรกิจอยากมียอดขายเพิ่มขึ้น อาจทำได้หลายรูปแบบ อย่างธุรกิจที่มีหน้าร้านก็ต้องขยายสาขา ถ้าซื้อมาขายไปก็ต้องเพิ่มไลน์สินค้า ผู้ผลิตก็ต้องออกสินค้าใหม่ แต่ทั้งหมดคนของเราต้องพร้อมก่อน อย่างการออกสินค้าใหม่ เรื่อง Time To Market หรือเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดนั้นสำคัญ ถ้าคุณใช้เวลานานหรือช้าไป คุณก็จะเสียโอกาส แต่ถ้าคุณมีเครื่องมือที่จะเปลี่ยนพนักงานคุณให้พร้อมกับการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น นั่นเท่ากับว่าคุณจะเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีโอกาสได้เร็วกว่าคู่แข่ง ซึ่งคนเข้าก่อนจะถูกจดจำแบรนด์ได้มากกว่า เพราะฉะนั้นคุณต้องเร็ว”





     ในอดีต SME อาจมีโอกาสน้อยที่จะได้ใช้เครื่องมือดีๆ ในการพัฒนาคน เพราะต้องใช้เงินลงทุนกันหลายล้านบาท เลยกลายเป็นความได้เปรียบของบริษัทใหญ่ แต่ไม่ใช่กับยุคนี้ ยุคที่ทุกอย่างสามารถทำงานได้บนมือถือ และทุกคนก็มีมือถือใช้


     “ปัจจุบันมีทางเลือกมากมายสำหรับ SME โดยเขาสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีเท่าที่งบประมาณเขามี อย่างแทนที่จะลงทุนเอง วันนี้ก็มีระบบให้เช่า จากเดิมอาจต้องลงทุน 5 ล้านบาท ปัจจุบันแค่หลักพันหลักหมื่นก็สามารถใช้ระบบพวกนี้ได้แล้ว และเป็นเครื่องมือตัวเดียวกับที่บริษัทใหญ่ใช้ด้วย นั่นเท่ากับว่าจากนี้ SME จะไม่ได้แพ้ในเชิงของเครื่องมือหรือขนาด แต่จะแข่งกันที่ไอเดียจริงๆ จึงเป็นโอกาสให้บริษัทขนาดเล็กได้มีศักยภาพเทียบเท่ากับบริษัทใหญ่ โดยที่ไม่ต้องไปลงทุนเท่าเขา”
               

     เขาบอกภาพการแข่งขันในวันที่เกมเปลี่ยน เมื่อ SME พร้อมลงสนามแข่งด้วยอาวุธที่มีไม่ต่างจากบริษัทใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความเสียเปรียบเป็นแต้มต่อ และวัดชัยชนะกันที่พลังของคนอย่างแท้จริง
 


Future “HR” Trends 
             

     “เทรนด์ HR อนาคต มองว่าทุกอย่างจะ Move เร็วมาก การจ้างงานจะเปลี่ยนรูปแบบจากพนักงานประจำ มาเป็นแบบสัญญาจ้าง (Contract) มากขึ้น เพราะทักษะของพนักงานเปลี่ยนได้ช้า แต่บริษัทต้องการเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว จากนี้การเปลี่ยนงานจะเร็วขึ้น โดยผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ บริษัทสามารถสรรหาคนได้ง่ายขึ้น แต่พนักงานก็จะถูกดึงตัวด้วยข้อเสนอที่เข้าถึงตัวเขาได้โดยตรงเช่นกัน จากนี้อายุของพนักงานในแต่ละบริษัทจะสั้นลง นี่คือความท้าทายที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ด้วยเทคโนโลยีทำให้เกิด 2 มุม คือ เกิดการเปลี่ยนงานอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันในฐานะผู้ประกอบการก็สามารถใช้เทคโนโลยีมาสร้างความผูกพันและรักษาคนของเราได้ด้วย จากนี้โลกแห่ง HR จะเปลี่ยนไปจากเดิม บริษัทจึงต้องหาเครื่องมือที่จะรักษาการมีส่วนร่วมของพนักงาน ดูแลพนักงานให้ดี และสร้างเส้นทางที่เขาจะก้าวหน้า เพราะโลกภายนอกพร้อมที่จะดึงพนักงานของเราไปเสมอ ฉะนั้นไม่ใช่แค่หาทางป้องกัน แต่ทำอย่างไรให้เราอยู่กับมันได้”



     สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม www.fusionsol.com



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​6 วิธีเปลี่ยนที่ทำงานให้เป็น Happy Office

เพราะพื้นที่การทำงานทุกวันนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ห้องสี่เหลี่ยมอีกต่อไปแล้ว แต่ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ space..

by SME Thailand| 04 ธค. 2018

​​หมดปัญหาเรื่องคน! ธุรกิจก็เดินไว ด้วยตัวช่วยบริหารงานบุคคลยุคดิจิทัล

อย่าปล่อยให้ปัญหาเรื่องคน เรื่องงานหลังบ้าน ต้องทำให้ธุรกิจของคุณสะดุดลง ถ้าอยากจะเป็นผู้ประกอบการที่สมาร์ทในยุคดิจิทัล ก็ต้องเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ โดยเ..

by SME Thailand| 30 พย. 2018

​​เช็คสุขภาพลูกน้อง! 7 อาการที่บอกว่าลูกน้องหมดไฟ ใจหมดรัก (ในการทำงาน)

ถ้าไม่อยากเจอปัญหา Turnover Rate สูงปรี้ด คงต้องหมั่นเช็กอาการของพนักงานสักหน่อย ดูสิว่าตอนนี้พวกเขากำลังมีอาการหมดไฟ ใจเริ่มไม่รักในการทำงานหรือไม่

by SME Thailand| 29 พย. 2018