5 สายงานกับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตไทย

by SME Thailand. 01 สค. 2017

 

 
 
            ผู้นำองค์กรยุคปัจจุบันเริ่มมีการตื่นตัว เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อความก้าวหน้า การเข้าสู่สังคมดิจิตอล การเชื่อมต่อเครือข่ายและการเกิดสังคมคนทำงาน “เจนเนอเรชั่น ซี” (Gen-Z)  การเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และการใช้งานสมาร์ทโฟนในทุกกิจกรรมของผู้คน ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนบทบาทเพื่อนำพาองค์กรและสร้ างรูปแบบทางธุรกิจ (Business Model)  ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่ งยืน  เป็นผลให้ตลาดแรงงานทั้งผู้ว่าจ้างและผู้หางานมีการปรับตามอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
 
 
            นายวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป    กล่าวว่าจากผลสำรวจข้อมูลตลาดแรงงานของ Experis (เอคซพีรีส) ธุรกิจการดูแลสรรหาผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญให้กับองค์กรชั้นนำในประเทศไทย พบว่าตลาดแรงงานไทยในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า สิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรและทำให้ประสบความสำเร็จคือ  ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสายงาน การนำนวัตกรรม (Innovation) และการหาทางออกที่เหมาะสม (Solution) มาช่วยในการวางแผนและปฏิบัติงานของภาคธุรกิจ ซึ่งสายงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้ง 5 สายงานนี้ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยทั้งยังเป็นที่ต้องการอย่างสูงมีดังนี้
 
 
1. ผู้บริหารระดังสูง (Executive Management) 
 
               ไม่ได้แค่มากด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมองลึกไปถึงความสำเร็จที่ผ่านมา อนาคตมุมมองต่อโลกธุรกิจไม่ใช่แค่ในประเทศ ความรู้เข้าใจในนวัตกรรม (Innovation) และการปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ จะเห็นได้จากแนวโน้มการรับผู้บริหารที่มีอายุน้อยลง การให้โอกาสกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารงาน พร้อมการใช้แนวทางดิจิตอลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางด้านความคิดและการทำงานของพนักงานในองค์กรให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากขึ้นในหลายภาคธุรกิจ (Digital Transformation) เช่น การเงินการธนาคาร ค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งผลตอบแทนเมื่อเทียบกับช่วงอายุ 32-40ปี ของกลุ่มผู้บริหารระดับสูงค่อนข้างมีรายได้ตอบแทนที่ดี โดยบางรายมีรายได้ต่อเดือนสูงถึ ง 300,000-500,000 บาท
 
 
 
2. ไอที เทคโนโลยี (Information Technology) 
 
               นับว่าเป็นสายงานที่มาแรงและมีความต้องการของตลาดแรงงานสูง เป็นที่มาของการแข่งขันในการดึงคนที่เป็นคนเก่งมีความสามารถระดับบนๆ (Professional Talent) ให้อยู่กับองค์กร ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เช่น การสร้างความยืดหยุ่นของสถานที่ ทำงาน (Flexible Workforce),  เวลาในการทำงาน, การทำงานจากที่บ้าน (Work from home), การอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ (Work  Mobility ), หรือการรับจ้างทำงานเป็นชิ้นงานหรือเอาความสำเร็จของงานมาเป็นตัววัดและคำนวณผลตอบแทนด้านรายได้ (KPI or Result base)
 
 
               กลุ่มที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากในสายงานนี้ คือ งานด้านการวิเคราะห์และนำข้อมูลขนาดใหญ่มาประเมินผล (Data Science) องค์กรขนาดใหญ่ บริษัทมหาชน ผู้นำในธุรกิจ ต่างต้องมีส่วนงานนี้ช่วยให้ข้อมูลผู้บริหารนำมาประกอบการตัดสินใจในการกำหนดทิศทางการเติบโตหรือการวางแผน การสรรหาบุคคลด้านนี้ค่อนข้างจะลงลึกตั้งแต่ดูด้านการศึกษาวิชาหลักที่เรียน ผลการเรียน สถาบัน  การทำงานที่ผ่านมา ความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลและหลักวิชาการที่นำมาเป็นดัชนีชี้วัด 

 
               ดังนั้นบุคลากรที่เป็นผู้สรรหาคนกลุ่มนี้จึงต้องอาศัยประสบการณ์และการเข้าใจสายอาชีพนี้เป็นอย่างดี ตลาดแรงงานในกลุ่มสายนี้มีมากแต่ยังคงขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการแข่งขันในตลาดแรงงานของคนกลุ่มนี้ โดยมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงขึ้น สายงานด้านนี้เด็กจบใหม่ ผลการเรียนดีมีทักษะด้านภาษา  มีไหวพริบในการวิเคราะห์ แบบเจาะลึกและมีหลักการ ผลตอบแทนต่อเดือนอาจมากถึง 5,000-30,000 บาท ซึ่งมากกว่าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ที่กำหนดไว้สำหรับวุฒิปริญญาตรี อีกทั้งบุคคลที่เป็นระดับหัวหน้างานของสายงานด้านไอที และเทคโนโลยี สำหรับตลาดในประเทศไทยค่อนข้างหายากเพราะเป็นสายที่ใช้ความเชี่ยวชาญความรู้เฉพาะด้านและบางสิ่งบางอย่างเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ บางองค์กรเกิดการปรับเปลี่ยนการสรรหาโดยดึงแรงงานต่างชาติที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ ให้มาเป็นหัวหน้างานและให้ช่วยพัฒนาและสอนให้พนักงานคนไทยได้เรียนรู้
 
 
3.บัญชีและการเงิน (Accounting & Finance) 
 
               เป็นอีกสายงานที่เห็นการปรับเปลี่ยนของคุณสมบัติที่ต้องการค่อนข้างชัดเจนโดนเฉพาะกลุ่มงานด้านการวิเคราะห์การเงิน (Analysis) คือ การดูแลต้นทุนการผลิต ผลกำไรขาดทุนและวางแผนรายได้ และรายจ่าย จากแบบดั้งเดิมที่ต้องจบทางด้านบัญชี การเงิน เศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันหลายองค์กรกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการคนที่จบด้านวิศวกรรมและเรียนเพิ่มด้านการเงิน หรือทำงานด้านการเงิน คุณสมบัติสำหรับสายงานนี้คือ การคิดเป็นระบบมีแบบแผนชัดเจน จึงนับเป็นจุดแข็งที่นำมาใช้ในเชิงวิเคราะห์วางแผนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้บริหารบางรายในสายงานบัญชีการเงินด้านการวิเคราะห์ ไม่ได้จำกัดอยู่แต่บุคคลที่จบสายตรงด้านนี้เท่านั้น แต่ส่วนสายงานด้านการบันทึกบัญชี ภาษี หรือหลักเกณฑ์ทางด้านบัญชียังคงจำกัดเรื่องการจบสายตรงมาอยู่ เพราะต้องมีความรู้เฉพาะเจาะจง เข้าใจหลักการและวิธีการทำที่ถูกต้องแม่นยำ
 
 
4.สายงานด้านวิศวกร(Engineering ) 
 
               ต้องบอกว่าแรงงานไทยมีความสามารถด้านทักษะวิศวกรรมสูง แต่เสียเปรียบในด้านของทักษะภาษา และในตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สายงานวิศวกรรมการผลิตยังคงทรงตัวและมีการหมุนเวียนในตลาดแรงงานสมดุลอยู่ แต่สำหรับสายงานด้านวิศวกรรมวิจัยค้นคว้าและพัฒนา (Research& Development) นับว่ามีการขยายตัวในตลาดแรงงานที่สูงและรวดเร็ว เห็นได้จากการเปิดตัวศูนย์ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจยานยนต์ เทคโนโลยีไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ พลังงาน และเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางภูมิภาคในบ้านเรา 
 
 
               เพราะฉะนั้นทักษะด้านการค้นคว้าวิจัยจึงสำคัญรองมาจากทักษะด้านวิชาชีพในสายงานด้านวิศวกรรม และเป็นที่ต้องการตัวคนที่เป็นคนเก่งมีความสามารถ(Profession al Talent)มีการเสนองานให้ถึง 3-5 งานให้เลือกในเวลาพร้อมกัน  การเฟ้นหาหรือการทดสอบสัมภาษณ์ที่เข้มข้น การให้โจทย์และให้นำเสนอก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับผู้หางานด้านนี้ 
               
 
 
5.บริการทางการแพทย์การดูแลสุขภาพ (Healthcare) 
 
               ธุรกิจผู้ให้บริการทางการแพทย์ ทันตแพทย์ ศัลยกรรมความงาม การฟื้นฟูสุขภาพและสมรรถภาพทางกายอื่นๆ เป็นอีกสายงานที่มีความเติบโตและปรับเปลี่ยนในกลุ่มนี้สูงมาก ด้วยเทรนการใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ความล้ำหน้าของเทคโนโลยี ทางการแพทย์ การเข้าถึงการบริการที่ครอบคลุมและเครือข่ายทั่วโลก ทำให้ความต้องการแรงงานในด้านนี้ ต้องการคนที่มีความรอบรู้รอบด้านในภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง 
               
 
               ดังนั้นจึงเกิด "การซื้อตัว" ทำให้ผลตอบแทนในรูปแบบรายได้หรือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้บริหารในกลุ่มสายงานนี้ค่อนข้างดีและสูง แต่ยังคงให้ความสำคัญกับงานเฉพาะที่ต้องใช้ผู้เชี่ ยวชาญด้านการแพทย์และพยาบาลดูแลอยู่  อีกทั้งมีการปรับวิธีการทำงานและการบริการ เห็นได้จากหลายโรงพยาบาลเริ่มนำเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อการจองหรือนัดหมายเวลาล่วงหน้าไม่ทำให้เสียเวลารอนัดนาน การทำให้ส่วนงานต้อนรับหรือห้ องพักมีรูปแบบคล้ายโรงแรมมากกว่าโรงพยาบาล การเชื่อมต่อระบบการให้บริการและข้อมูลมีความทันสมัยและรวดเร็วมากขึ้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Related Articles

​ออฟฟิศของคุณ ชวนให้ทำงานมากแค่ไหน?

รู้หรือไม่ว่า การที่ออฟฟิศน่าทำงาน ช่วยส่งผลดีในเรื่องต่างๆ เช่น ทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ แล้วตอนนี้ค..

by SME Thailand| 23 ตค. 2017

​ธุรกิจคุณมี Mentor หรือยัง?

รู้ไหมว่า..ผู้นำที่ประสบความสำเร็จของโลกล้วนแต่มีเพื่อนช่วยคิด (Management Mentor) ทั้งนั้น

by SME Thailand.| 18 ตค. 2017

​ภาวะความเป็นผู้นำ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

“ทำอย่างไรถึงจะมีภาวะความเป็นผู้นำ” และ “ภาวะผู้นำ มีความสำคัญอย่างไร” นี่คือคำถามง่ายๆ ที่อาจจะรบกวนจิตใจเจ้าของธุรกิจรายใหม่ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่กา..

by SME Thailand.| 06 กย. 2017