เปิดเคล็ดลับธุรกิจที่พักไซส์เล็ก “ริมคลอง” ทำยังไงให้ได้รางวัลใหญ่

by SME Thailand 03 กค. 2018
Share:






      แม้จะเป็นเพียงที่พักเล็กๆ มีเพียงไม่ถึง 10 ห้อง แต่ ‘ริมคลอง บูติค โฮเทล’ ที่พักเงียบสงบแทรกตัวอยู่บนถนนหลักเมือง ย่านชุมชนเก่าบางพระ จังหวัดตราด ก็ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนทั้งไทยและเทศต่างก็เคยเข้ามาใช้บริการกันแล้ว อะไรทำให้ที่พักเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ และได้รับรางวัล Travellers’ Choice 2018 จาก Trip Adviser เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก ซึ่งมีเพียงที่พักไม่กี่แห่งในไทยที่จะได้รับรางวัลนี้ ลองมาฟังเคล็ดลับการทำที่พักดีๆ แบบมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดกับ บุญฤทธิ์ สุทธิวารี เจ้าของที่พักสุดชิคนี้กัน


     
        
     “เราเป็นที่พักขนาดเล็ก เปิดตัวมาได้ 9 ปีกว่าแล้ว สมัยที่ทำตอนนั้นโรงแรมขนาดเล็กหรือโฮเทลยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนอย่างทุกวันนี้ แรงบันดาลใจที่ทำขึ้นมาตอนนั้น คือ อยากให้มีที่พักเล็กๆ คุณภาพดี ตกแต่งสวยๆ ในย่านเก่าตรงนี้บ้าง โดยตอนแรกเริ่มต้นทำเล็กๆ จาก 3 ห้องก่อน คิดว่าคนเดียวน่าจะดูแลได้ กลุ่มเป้าหมายที่คิดไว้ตอนนั้น คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ปรากฏว่าเปิดได้เพียง 1 – 2 เดือน คนไทยก็เริ่มสนใจเข้ามาพักมากขึ้น มีการเอาไปรีวิวในพันทิป จากนั้นก็บอกต่อปากต่อปากทำให้กิจการของเราโตขึ้น ชนิดว่ามีกี่ห้องก็มีลูกค้า จนผ่านมา 3 ปี จึงทำเพิ่มอีก 2 ห้อง และค่อยๆ ขยายเพิ่มอีก 4 ห้องในปีที่ 5 จนถึงปัจจุบันนี้ คือ มีทั้งหมด 9 ห้อง


     ลูกค้ามีตั้งแต่นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ข้าราชการ ไปจนถึงบุคคลมีชื่อเสียงของเมืองนอก อาทิ นักสูดดมกลิ่นน้ำหอมของฝรั่งเศล, บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro ของเมืองนอกก็เคยมาพักที่เรา ในเว็บไซต์จองห้องพักและท่องเที่ยวต่างๆ เราได้คะแนนสูงมาตลอด จนกระทั่งปีนี้เราได้รางวัล Travellers' Choice 2018 ที่พักและโรงแรมขนาดเล็กยอดเยี่ยมสูงสุด จากเว็บไซต์ Trip Adviser ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้มายากมาก บางจังหวัดก็ไม่มีที่พักใดได้เลย หรือบางแห่งที่ได้ก็เป็นโรงแรมที่ลงทุนสูง ในจังหวัดตราดเฉพาะที่พักบนฝั่งกว่า 70 แห่ง มีเราได้เพียงที่เดียว เป็นความภาคภูมิใจของคนทำที่พักมากๆ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามาจนถึงทุกวันนี้ได้และใช้มาตลอด มีอยู่ 2 ข้อด้วยกันดังนี้”

    
       

1.หมั่นพัฒนาและแก้ไขในงานของตนเอง


     ที่โรงแรมของเรามีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เรามองว่างานโรงแรมเป็นงานหยุดนิ่งไม่ได้ เราเน้นความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นสำคัญ ผลิตภัณฑ์ที่เลือกมาใช้ก็ต้องดีที่สุด โดยจะใช้เวลาช่วงหน้าโลว์ซีวั่น ตั้งแต่มิถุนายน – กันยายนมาปรับปรุงอะไรต่างๆ ให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ด้วยความที่ที่พักเราอยู่ติดริมถนน ถึงจะเป็นชุมชนที่เงียบสงบ แต่บางทีอาจมีเสียงรบกวนจากรถราที่ผ่านไปมาบ้าง


     นอกจากประตูห้องธรรมดาหนึ่งชั้นแล้ว เราลงทุนซื้อประตูกระจกหนาจากเยอรมันมาปิดทับอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ไม่มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามา แม้แต่ชักโครกบางทีไปเจอตัวที่นั่งสบายกว่า แผ่นรองดีกว่า เราก็ลงทุนซื้อมาเปลี่ยนใหม่เลย ค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนทีละ 3 ห้อง หรือรายละเอียดเล็กๆ อย่างหมอน นอกจากปลอกหมอนแล้ว เรายังมีผ้ารองอีกชั้นหนึ่ง เผื่อบางทีลูกค้านอนน้ำลายไหลก็จะได้ไม่เลอะหมอน



   

     นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการจัดตกแต่งอื่นๆ เราพยายามปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เราขายในราคาห้องละไม่ถึงหนึ่งพันบาท ถามว่าลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่เยอะเกินไปเหรอ เรากลับมองว่าอะไรก็ตามถ้าทำแล้วส่งเสริมให้ธุรกิจเราดีขึ้น ยังไงก็เป็นสิ่งที่ดี ทั้งทำให้งานเหมือนเอาเงินมาต่อเงิน ถ้าเรายิ่งทำดีขึ้น ลูกค้าก็จะเข้ามาหาเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้มันก่อประโยชน์มาก ทั้งงานสวยขึ้น ทำงานง่ายขึ้น แม่บ้านทำงานง่ายขึ้น และลูกค้าประทับใจ ใส่ทุกอย่างให้ลูกค้ารู้สึกลักซ์ชัวร์รี่ ในราคาไม่ถึงพัน
               

2.
ดูแล บริการลูกค้า
               
     สำหรับงานโรงแรมเรามองว่าสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจอยู่ที่ผลิตภัณฑ์หรือห้องพัก 40 % ส่วนอีก 60 % คือ งานบริการ เรามองว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าตัดสินใจมาพักกับเรา นั่นคือ งานรับใช้ จริงๆ แล้วงานโรงแรมง่ายนิดเดียว ก็คือ เอาใจใส่ลูกค้าให้มากที่สุด เช่น การทักทายที่เป็นมิตร เป็นยังไง เดินทางมาวันนี้เหนื่อยไหม กินอะไรมาหรือยัง บางทีรู้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไร แต่ดึกแล้ว เราก็เอาขนมไปให้





     สำหรับที่นี่หลังจากลูกค้ามาถึงแล้ว เราจะรีบพาเขาไปห้องพัก เพื่อลูกค้าจะได้พักผ่อน เสร็จแล้วจะมีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อยๆ ในละแวกใกล้ๆ นี้ให้เขา 1 แผ่น แม้บางครั้งลูกค้ามีปัญหาอะไร ถ้าเราสามารถช่วยได้ ก็จะช่วยให้มากที่สุด บ่อยครั้งที่เรามักจะได้รับคำชมจากลูกค้าเรื่องความเสียสละ


     เคยมีครั้งหนึ่งลูกค้าเป็นบก.นิตยสารของเมืองนอกมาถ่ายรูปและลืมกล้องทิ้งไว้ที่ท่าเรือบนรถเช่า เราก็ช่วยขับรถตามหาจนดึกดื่น โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เขาก็เกิดความประทับใจมาก และเขียนชมว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีเลยในการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับการช่วยเหลือที่ดีแบบนี้จากที่พัก ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะมีคนยอมเสียสละเวลาและค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยเหลือเขา ซึ่งเขาไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนและรู้สึกประทับใจมาก สิ่งเหล่านี้ คือ การบอกต่อ และทำให้โรงแรมของเราก้าวมาได้จนทุกวันนี้ได้


     และนี่คือ 2 หัวใจหลักที่ทำโรงแรมเล็กๆ แห่งนี้สามารถมัดใจลูกค้าได้ จนกลับมาแล้ว ก็อยากกลับไปอีกอย่างไม่ต้องสงสัยเลย               


Facebook : Rimklong-Boutique-Hotel-trad



ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
                     สีสันตะวันออก




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​Hand in Hand เปลี่ยนจุกคอร์กเป็นกระถาง ปลูกต้นไม้ได้แม้ในพื้นที่จำกัด

เมื่อของสะสมที่ชอบอย่างจุกไวน์ ถูกเอามาผสานกับการตอบโจทย์ให้คนรักที่อยากได้ต้นไม้มาวางบนโต๊ะทำงาน จึงเกิดเป็น Hand in Hand แบรนด์ที่เนรมิตต้นไม้น้อย..

by SME Thailand| 12 พย. 2018

​​“แจ่วฮ้อนยกซด” สุกี้สไตล์อีสานสำเร็จรูป แซ่บ! ง่ายแค่ฉีกซอง

อยากกินแจ่วฮ้อนอร่อยๆ แต่หลายครั้งก็หาร้านที่ถูกใจยาก หรือถ้าทำเองก็ยุ่งยากจนเกินไป จากช่องว่างนี้เองทำให้เกิด “น้ำซุปแจ่วฮ้อนสำเร็จรูป” ขึ้นมา แค่ฉ..

by SME Thailand| 09 พย. 2018

​UPS มุ่งสู่อนาคตพร้อมนำ SME ไทยก้าวไกลทั่วโลก

ยูพีเอส เปิดแผนคว้าโอกาสจากตลาดอี-คอมเมิร์ซโต ชู 3 แนวทางหลักๆ ช่วยดันให้ธุรกิจ SME เติบโตไปด้วยกัน

by SME Thailand| 08 พย. 2018