My Little Boss เปลี่ยนคุณลูกทานยาก ด้วยความอร่อยแบบพรีเมียม

by SME Thailand 07 พย. 2017
Text : พิชชานันท์ สุโกมล
Photo : กฤษฎา ศิลปไชย


 
     บ่อยครั้งที่โอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นจากความพยายามแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นเดียวกับ My Little Boss เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เหล่าคุณแม่ที่มีลูกกินข้าวยาก เรียกว่าทั้งโดนใจและถือเป็นอัศวินม้าขาวในช่วงเวลาที่แสนจะโหดร้ายบนโต๊ะอาหาร โดยชูจุดเด่นเน้นที่คุณภาพในการเลือกใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม พร้อมทั้งยังลงทุนจ้าง Professional Chef เพื่อธุรกิจนี้โดยเฉพาะ

 
     นภัทร กิจประเสริฐ ผู้ก่อตั้งธุรกิจอาหารปรุงสดภายใต้แบรนด์ My Little Boss เล่าให้ฟังถึงที่มาของการเริ่มต้นธุรกิจว่า ธุรกิจนี้สร้างจากประสบการณ์ตรงเมื่อต้องพบเจอกับปัญหาระดับชาติคือ “ลูกไม่ยอมกินข้าว” หรือกว่าจะกินได้ก็ต้องใช้เวลาสู้รบตบมือกันบนโต๊ะอาหารพอสมควร ทำให้เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เธอตัดสินใจเปิดตัวบริษัท POSITIVE D จำกัด เพื่อรองรับธุรกิจอาหารปรุงสดแบรนด์ My Little Boss โดยวางทิศทางและเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ซึ่งโฟกัสไปที่กลุ่มเด็กอายุ 1–7 ปี ที่มีปัญหาการกินข้าวยาก โดยเริ่มทำชุดอาหารตัวอย่างพร้อมแบบสอบถามแจกจ่ายให้กลุ่มเพื่อนหรือเพื่อนของเพื่อนที่มีลูกวัยเดียวกันได้ทดลองของจริง ซึ่งในแบบสอบถามจะค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่การให้บอกถึงรสชาติ ลักษณะสัมผัสของข้าว ผัก เนื้อ แพ็คเกจจิ้ง ลักษณะของอาหารเมื่อนำเข้าตู้เย็นหรือไมโครเวฟ เป็นต้น เมื่อได้ Feedback กลับมา นภัทรจึงประชุมทีมงานทั้งหมดเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาดูว่าจะต้องปรับอะไรบ้างก่อนจะออกผลิตภัณฑ์จริง


     

     "หัวใจของธุรกิจเราก็คือเรื่องวัตถุดิบ เรากำหนดไว้เลยว่าต้องเป็นเมนูอะไร วัตถุดิบมาจากไหน เราใช้วัตถุดิบเกรดดี มีวิธีการปรุงให้รสชาติอาหารออกมาถูกปากเด็กๆ โดยที่ไม่ใส่เครื่องปรุงรสเหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เราใช้น้ำตาลนิดเดียว เกลือ ซีอิ๊วขาวอย่างดี หรือบางเมนูต้องใส่น้ำปลาหรือซอสมะเขือเทศ เราใส่ไม่ได้ แต่ต้องให้รสชาติออกมาดีที่สุด ฉะนั้นเราจึงทำซอสสำเร็จเอง ซึ่งการทดสอบรสชาติก็ได้ลูกชายเป็นตัวช่วย เพราะเขากินยากถ้ายอมกิน ก็คิดว่าน่าจะผ่าน และเราก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเรื่องรสชาติคงอาจไม่ถูกปากหมดทุกคน เพราะเป็นเรื่องของความคุ้นชินรสที่ไม่เหมือนกัน”


     

     นอกเหนือจากรสชาติที่ถูกปากแล้ว การทำให้เด็กได้มีส่วนร่วมก็เป็นส่วนกระตุ้นสำคัญ โดยพยายามกระตุ้นเขาตั้งแต่ต้น เริ่มตั้งแต่จากการเลือกเมนูกับคุณแม่ ชื่อผู้รับเวลาที่อาหารส่งไปถึงก็จะเป็นชื่อของเด็กๆ แทน  เพื่อให้เขารู้สึกมีส่วนร่วม รวมถึงการให้เขาได้แกะกล่องอาหารหรือช่วยคุณแม่จัดแต่ง สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เด็กๆ อยากกินอาหารมากขึ้น 


     สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งอาหารนั้น My Little Boss เริ่มต้นด้วยคอร์สทดลอง 2 วัน รวม 6 มื้อ คอร์ส 6 วัน 18 มื้อ คอร์ส 1 เดือน 72 มื้อ และคอร์ส 6 วัน 12 มื้อ สำหรับเด็กไปโรงเรียน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,450 บาท (คอร์สทดลอง ไม่รวมค่าขนส่ง) ซึ่งปัจจุบันทาง My Little Boss นอกจากจะมีแมสเซ็นเจอร์ประจำของตัวเองแล้ว ยังร่วมกับ Supplier ที่ชำนาญเรื่องขนส่งอาทิ Lalamove, LINE MAN, SKOOTAR เข้ามาเสริมทัพเพื่อกระจายอาหารให้ทั่วถึงและทันเวลาตามที่กำหนด เพราะเป็นอาหารปรุงสด ไม่ใส่วัตถุกันเสีย จึงทำให้อายุของอาหารสั้น เก็บไว้ได้เพียง 1-2 วัน ดังนั้นเมื่ออาหารส่งถึงบ้านลูกค้าต้องนำเข้าตู้เย็นทันที เวลาทานค่อยนำมาอุ่นในไมโครเวฟ ซึ่งทาง My Little Boss จะมีรอบจัดส่งทุก 2 วัน


     

     “เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะเราเน้นทุกอย่างพรีเมียม ใช้ผักออร์แกนิกเกือบทั้งหมด ส่วนที่หาไม่ได้จริงๆ จะเป็นผักปลอดสารพิษ เนื้อสัตว์ก็จะใช้เฉพาะบางยี่ห้อ รวมถึงวัตถุดิบอื่นๆ ก็พรีเมียมเช่นกัน พอทำเสร็จก็ต้องมาตกแต่งลงกล่องภายใน 30 นาที เพราะมีเรื่องแบคทีเรียที่เติบโต เราเลยต้องรีบซีล รีบแช่เย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ทุกกล่องจะมาตรฐานเดียวกันหมด ทุกวันนี้เราทำจากใจและใส่ใจที่สุด เราอยากส่งความสุขให้กับครอบครัวที่มีลูกรับประทานอาหารยาก อยากสร้างประสบการณ์ความสัมพันธ์ที่ดีบนโต๊ะอาหาร เพื่อให้เด็กๆ ได้มีอาหารถูกปาก ถูกหลักโภชนาการ เราไม่ได้หวังว่าธุรกิจนี้จะต้องใหญ่โตอะไร แต่เราอยากให้เด็กๆ มีพัฒนาการการเติบโตที่ดีมากกว่า”





     เมนูอาหารของ My Little Boss ปัจจุบันมีกว่า 100 เมนู อาทิ ข้าวหน้าปลาแซลมอนเทอริยากิ ไข่หวาน ปลาดอลลี่ทอดสามรส เสิร์ฟพร้อมข้าว 5 ชนิดและผัดผัก พิซซ่าญี่ปุ่นกุ้งสับผักรวม เสิร์ฟพร้อมถั่วแระคั่วเนยเกลือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ผัดใส่บร็อคโคลี่ เป็นต้น โดยทุกเสิร์ฟ (กล่อง) จะมีขนมและน้ำผลไม้แถมให้ด้วย เพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากทานอาหารมากขึ้น


     เรียกว่าเป็นธุรกิจ Niche ที่มีดีมานด์สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยอนาคตการปรับเมนูให้ถูกปากเด็กๆ ยังคงเป็นจุดที่ทาง My Little Boss ต้องพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แม้โอกาสทางธุรกิจอาจยังไม่มีคู่แข่งมากนัก เพราะการทำอาหารเด็กให้สะอาด ถูกปาก ถูกหลักโภชนาการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ต้องไม่หยุดพัฒนาด้วยเช่นกัน


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
B11

Related Articles

​ศัลยกรรมธุรกิจ จากโชห่วยสู่มินิมาร์ทเฟอร์นิเจอร์

จากร้านเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัวที่ค้าขายมานานกว่า 13 ปี เมื่อทายาทรับช่วงต่อจึงคิดจะปรับปรุงจากรูปแบบร้านโชห่วยเฟอร์นิเจอร์ ให้กลายมาเป็นมินิมาร์ทเฟอ..

by SME Thailand| 17 พย. 2017

​Dose Espresso ยิ่งคู่แข่งมาก ยิ่งมีโอกาสมาก

ร้านกาแฟที่มีความโดดเด่นด้วยสไตล์ของร้านอาหารหรูในจังหวัดอุดรธานี ที่กลายเป็นอีกหนึ่งจุด Check Piont ที่ผู้มาเยือนต้องแวะมาลิ้มลอง

by SME Thailand.| 16 พย. 2017

​ธุรกิจอาหารยุค 4.0 ปรับเปลี่ยนอย่างไรให้ตรงใจผู้บริโภค

อุตสาหกรรมอาหารมีการปรับเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง และในยุคนี้เป็นยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน มารถนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์กระบวนการขั้นตอนในการ..

by SME Thailand.| 16 พย. 2017