​ฮิลล์คอฟฟ์ สร้างต้นแบบความเป็นธุรกิจเพื่อสังคม

by SME Thailand 02 ตค. 2017
Share:
Text : กองบรรณาธิการ




     จากจุดเริ่มเล็กๆ ในการส่งเสริมชาวเขาให้หันมาปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่นในสมัยคุณปู่ของ นฤมล ทักษอุดม และเติบโตพัฒนามาสู่การทำธุรกิจกาแฟแบบครบวงจรในชื่อ บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด เรียกได้ว่า ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ส่งเสริมการปลูกกาแฟกับเกษตรกรอย่างจริงจัง รับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร นำมาแปรรูปคั่วกาแฟจากโรงงานที่ได้มาตรฐานและจำหน่ายไปยังร้านกาแฟสดทั่วประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายหมู่บ้านเกษตรกรในภาคเหนือประมาณ 90 หมู่บ้าน รวมถึงที่ภูเรือ จังหวัดเลย เพชรบูรณ์ และตาก โดยทั้งหมดเป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ส่วนกาแฟพันธุ์โรบัสต้าจะรับซื้อจากทางภาคใต้ จังหวัดชุมพร และระนอง  





     นับได้ว่า ฮิลล์คอฟฟ์ เป็นธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการได้รับรางวัลในมิติโดดเด่นด้านธุรกิจเพื่อสังคม จากการประกวด SME Thailand Inno Awards 2017 โดยฮิลล์คอฟฟ์จัดเป็นธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟระบบเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งมีระบบติดตามควบคุมไม่ให้มีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับพันธุ์กาแฟ การถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะปลูกและการจัดการเพื่อให้ได้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพสูง โดยบริษัทจะรับซื้อผลผลิตคืนทุกเกรดของเมล็ดกาแฟในราคายุติธรรม แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดออกมาเป็นสินค้า





     ในด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ดำเนินการหลายด้านเพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบบำบัดกลิ่นและควันที่ช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นและควันของโรงคั่วสู่ชุมชน บริษัทมีการดำเนินงานในเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างจริงจังและต่อเนื่องจนได้รับฉลากทอง และขึ้นทะเบียน Carbon Footprint จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยจะสำรวจดูว่ากระบวนการผลิตในส่วนใดบ้างที่สร้างก๊าซเรือนกระจก จากนั้นก็ศึกษาหาวิธีทำให้ลดลงด้วยงานวิจัย เช่น การหาวิธีป้องกันเปลือกของเมล็ดกาแฟเชอร์รีที่เหลือทิ้งเน่าและสร้างสารพิษออกมา จนทำให้ได้ชาเชอร์รีกาแฟ สินค้านวัตกรรมใหม่ ที่สำคัญยังต่อยอดนำไปสู่การทำสารสกัดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ คือช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ ทำให้ไขมันในตับมีขนาดเล็กลง ร่างกายสามารถขับทิ้งได้ ซึ่งนอกจากจะได้นวัตกรรมแห่งอนาคตแล้ว ยังส่งผลให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ลดค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ให้บริษัทถึง 16 เปอร์เซ็นต์ และตั้งเป้าหมายที่ทำให้ทั้งกระบวนการผลิตปล่อยก๊าซคาร์บอน 0 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต





     นวัตกรรมคือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และไม่จำเป็นต้องเกิดจากระดับผู้นำเท่านั้น แต่ควรเกิดจากพนักงานทุกระดับ โดยอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นการแก้ไขเล็กๆ น้อยๆ ในทุกจุด อย่างบริษัทเองจากแต่ก่อนระดับผู้นำจะเป็นคนคิดแล้ววิ่งหางานวิจัยมาสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม แต่ปัจจุบันสามารถทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้จากการคิดของพนักงาน เช่น ตั้งโจทย์ให้พนักงานช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากกล้วยตากและกาแฟได้อย่างไร สุดท้ายพนักงานสามารถแก้โจทย์นี้ด้วยนำเนื้อกาแฟสดปล่อยเข้าไปอยู่ในช็อกโกแลตขาว ซึ่งมีไขมันทำให้ช่วยกักเก็บกลิ่นและรสชาติเนื้อกาแฟสดได้ดีโดยที่ไม่มีกลิ่นช็อกโกแลตแล้วเคลือบกล้วยตากอีกที เป็นต้น  




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เมื่อธุรกิจคิด Delivery 5 ข้อนี้ต้องรู้ก่อน!

ปัจจุบันนี้หลายธุรกิจต่างหันมาใช้บริการส่งด่วนหรือที่นิยมเรียกว่า Delivery กันมากขึ้น เพื่อใช้เป็นหนึ่งในช่องทางการเพิ่มยอดขาย แต่ก็ใช่ว่าคิดอยากจะท..

by SME Thailand.| 23 กพ. 2018

​​Arty & Fern แว่นสั่งตัดตามสไตล์ที่เป็นคุณ

แม้จะมีผู้เล่นอยู่ในตลาดแว่นตามากมาย แต่การเป็น custom made หรือแว่นสั่งตัดที่สวมใส่สบาย เหมาะกับใบหน้าและสไตล์ของผู้สวมใส่ กลายเป็นความแตกต่างที่แบ..

by SME Thailand| 22 กพ. 2018

​WC Plus+ ห้องน้ำพกพา เปลี่ยนรถติด ให้เป็นโอกาสธุรกิจ

หนึ่งในเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิง คือ ห้องน้ำ ไม่ว่าจะในภาวะรถติด ไม่มีห้องน้ำให้เข้า ห้องน้ำไม่สะอาด นวัตกรรมห้องน้ำแบบพกพา จึงถือเป็นหนึ่..

by SME Thailand.| 21 กพ. 2018